งานวิจัยชิ้นใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในสื่อต่างประเทศ ชี้ให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจว่า การเล่นเกมวิดีโอ แม้จะเป็นเกมที่มีเนื้อหารุนแรง ก็อาจช่วยลดระดับความเครียดได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยที่คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาวะดิจิทัลกันมากขึ้น ผลการศึกษาที่เผยแพร่ผ่าน TechSpot ชี้ว่าความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าเกมรุนแรงมีแต่ผลเสียต่อสุขภาพจิตอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป เพราะในบางสถานการณ์ เกมเหล่านี้กลับเป็นเครื่องมือช่วยรับมือกับความเครียดในชีวิตประจำวันได้

ที่ผ่านมา การเล่นเกม โดยเฉพาะเกมที่มีเนื้อหารุนแรง มักถูกมองในแง่ลบจากทั้งผู้ปกครอง ครู และผู้กำหนดนโยบายในไทย ด้วยความกังวลเรื่องพฤติกรรมก้าวร้าว การเสพติดเกม และผลกระทบต่อสมาธิในการเรียน แต่จากการทดลองล่าสุดที่นักวิจัยได้วัดระดับความเครียดของผู้เข้าร่วม ทั้งก่อนและหลังเล่นเกมหลากหลายแนว ตั้งแต่เกมพัซเซิลสบายๆ ไปจนถึงเกมแอ็กชันสุดมัน ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าทึ่ง เพราะผู้ที่เล่นเกมเนื้อหารุนแรงหลายคน มีระดับความเครียดลดลงไม่ต่างจากคนที่เล่นเกมแนวผ่อนคลาย และในบางรายยังพบว่าช่วยคลายเครียดได้เทียบเท่าหรือมากกว่าด้วยซ้ำ

สำหรับในไทย วัฒนธรรมเกมออนไลน์ถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากร้านเกมที่ยังคงมีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และการแข่งขันอีสปอร์ตที่ได้รับความนิยมจนมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ แม้ว่าหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะเคยออกมาเตือนถึงผลเสียของการเล่นเกมที่มากเกินไป โดยยกผลการศึกษาที่ชี้ถึงผลกระทบทางจิตใจมาประกอบ แต่ผลวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ได้นำเสนอมุมมองที่ลึกซึ้งกว่า โดยชี้ว่าหากเล่นเกมอย่างตั้งใจ ก็สามารถเป็นช่องทางระบายอารมณ์และจัดการความรู้สึกในเชิงสร้างสรรค์ได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่นักจิตวิทยาหลายคนเห็นพ้องต้องกัน

งานวิจัยดังกล่าวระบุว่า การเล่นเกมอย่างมีเป้าหมายอาจเป็นทางออกที่น่าสนใจในการจัดการความเครียด และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับรับมือกับอารมณ์ด้านลบ ในบทสัมภาษณ์กับ TechSpot หัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผยว่า “มีหลักฐานบ่งชี้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการเลือกเกมที่ใช่ จะช่วยให้ผู้เล่นได้ผ่อนคลาย ทบทวนตัวเอง และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ขณะเดียวกันก็ได้ปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวัน คล้ายกับการออกกำลังกายหรือการฝึกสมาธิ” สำหรับวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในไทยที่ต้องเผชิญความกดดันทั้งเรื่องเรียน ครอบครัว และเศรษฐกิจ ข้อมูลนี้จึงช่วยตอกย้ำบทบาทของเกมในฐานะกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ

บุคลากรด้านสุขภาพจิตในไทยเองก็ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุล จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “ก็เหมือนกับกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ การเล่นเกมควรอยู่ในขอบเขตที่พอดี เกมสามารถเป็นเครื่องมือจัดการความเครียดที่ดีได้ โดยเฉพาะเมื่อเล่นกับคนอื่น มีความตระหนักรู้ในตัวเอง และทำควบคู่ไปกับกิจวัตรอื่นๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพ” แนวคิดนี้สอดคล้องกับค่านิยมแบบไทยที่ให้ความสำคัญกับสติและการเท่าทันอารมณ์ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในยุคดิจิทัลได้เช่นกัน

งานวิจัยระดับนานาชาติในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นผลกระทบที่หลากหลายของวิดีโอเกม (PubMed) บางชิ้นพบความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมก้าวร้าว ขณะที่อีกหลายชิ้นกลับเน้นย้ำถึงประโยชน์ เช่น การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และล่าสุดคือการลดความเครียด ในสังคมไทยที่ให้คุณค่ากับความสนุกสนานและความสามัคคี (สนุกและกลมเกลียว) เกมที่สร้างเสียงหัวเราะและกระชับความสัมพันธ์ แม้จะเป็นเกมแนวแข่งขันหรือแฟนตาซี ก็ย่อมมีบทบาทเชิงบวกต่อสังคมได้

เมื่อเทคโนโลยีเกมก้าวหน้าไปสู่โลกเสมือนจริงและเทคโนโลยีเสริมอื่นๆ นักวิชาการได้ย้ำเตือนว่าต้องคำนึงถึงบริบท เนื้อหา และการควบคุมตนเองของผู้เล่น โค้ชอีสปอร์ตในวงการกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ของไทยคนหนึ่งเน้นย้ำถึงการจัดตารางฝึกซ้อมที่เป็นระบบ การสร้างทีมเวิร์ก และการมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นแยกตัวหรือหมกมุ่นจนละเลยการดูแลตัวเอง

ดังนั้น การนำผลวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนหรือโครงการส่งเสริมสุขภาวะจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูง โรงเรียนนานาชาติหลายแห่งในกรุงเทพฯ เริ่มนำหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลมาใช้ เพื่อสอนให้นักเรียนรู้จักเลือกเกมที่เหมาะสมและเข้าใจอารมณ์ของตนเองขณะเล่น นอกจากนี้ นักจิตวิทยาบางส่วนยังเริ่มนำเกมมาใช้ในกระบวนการบำบัดภายใต้การควบคุม เพื่อช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และฝึกทักษะทางสังคม

ในอนาคต นักวิจัยและหน่วยงานด้านสุขภาพแนะนำว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาในระยะยาวเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่แท้จริงต่อเยาวชน พร้อมทั้งเสนอให้ครอบครัวและครูอาจารย์เปิดใจพูดคุยกับเด็กๆ เรื่องการเล่นเกม กำหนดขอบเขตที่เหมาะสม และใช้โอกาสนี้สร้างความไว้วางใจและพัฒนาทักษะทางอารมณ์ร่วมกัน

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อสรุปสำคัญจากงานวิจัยชิ้นนี้คือ หากเลือกเกมอย่างเข้าใจและเล่นอย่างมีขอบเขต วิดีโอเกมอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบรรเทาความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทลายความเข้าใจผิดเดิมๆ และเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับสุขภาพในยุคดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทุกคนเปิดใจ พูดคุย และติดตามข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับผลกระทบของเกมอยู่เสมอ ที่สำคัญคือการเลือกกิจกรรมดิจิทัลที่ช่วยส่งเสริมทั้งความสนุกและสมดุลทางอารมณ์ในชีวิต

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจิตวิทยาดิจิทัล และเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ด้านสุขภาวะดิจิทัลซึ่งจัดขึ้นเป็นระยะ หากความเครียดส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่เปิดรับแนวทางการบำบัดสมัยใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้เกมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาด้วย

แหล่งข้อมูล: