เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นคนยากจน ไม่มีที่พึ่ง ยากไร้ เป็นกรรมกร เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่า อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลายเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ

จิตตลตาวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๗. สุนิกขิตตวรรค

หมวดว่าด้วยเทพบุตรผู้จัดดอกไม้ให้เป็นระเบียบ

๑. จิตตลตาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่รุ่งเรืองเหมือนสวนจิตรดา

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

             [๑๑๑๔] สวนจิตรลดาเป็นสวนประเสริฐชั้นดีเยี่ยม ของทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ส่องแสงสว่างไสวฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ส่องแสงสว่างไสวอยู่ในอากาศ

             [๑๑๑๕] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๑๑๖] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาของผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๑๑๗] เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นคนยากจน ไม่มีที่พึ่ง ยากไร้ เป็นกรรมกร เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่า อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลายเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ

             [๑๑๑๘-๑๑๑๙] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

จิตตลตาวิมานที่ ๑ จบ

----------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ สุนิกขิตวรรคที่ ๗

๑. จิตตลดาวิมาน

               สุนิกขิตตวรรคที่ ๗               
               อรรถกถาจิตตลดาวิมาน               

               จิตตลดาวิมานนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
               พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี.
               สมัยนั้น ในกรุงสาวัตถีมีอุบาสกคนหนึ่ง เป็นคนยากจน มีโภคะน้อย รับจ้างทำงานของผู้อื่นเลี้ยงชีพ เขาเป็นคนมีศรัทธาปสาทะ เลี้ยงดูมารดาบิดาซึ่งแก่เฒ่า. เขาคิดว่า ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงมีสามีมักแสดงตัวเป็นใหญ่ ที่ประพฤติให้ถูกใจแม่ผัวพ่อผัว หายาก หลีกเลี่ยงความร้อนใจของบิดามารดาจึงไม่แต่งาน เลี้ยงดูท่านเสียเอง รักษาศีลถืออุโบสถ ให้ทานตามกำลังทรัพย์.
               ต่อมาเขาทำกาลกิริยาตายไปบังเกิดในวิมาน ๑๒ โยชน์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.
               ท่านพระมหาโมคคัลลานะไปสวรรค์ตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลัง ได้สอบถามเทพบุตรนั้นถึงกรรมที่ทำไว้ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
               สวนจิตรลดาเป็นสวนประเสริฐที่สุด สูงสุดของทวยเทพชั้นไตรทศ ย่อมสว่างไสวฉันใด วิมานของท่านนี้ก็อุปมาฉันนั้น สว่างไสวอยู่ในอากาศ ท่านได้เทพฤทธิ์มีอานุภาพมาก ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพมากรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก ข้าพเจ้าเป็นคนยากจน ไม่มีที่พึ่ง ยากไร้ เป็นกรรมกร เลี้ยงดูบิดามารดาผู้แก่เฒ่า. อนึ่ง สมณะผู้มีศีลได้เป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส เมื่อบริจาคข้าวและน้ำได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.
               เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า ฯลฯ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทพบุตรแม้นั้นได้กล่าวตอบพระมหาโมคคัลลานเถระนั้น ด้วยประการฉะนี้
               คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.


               จบอรรถกถาจิตตลดาวิมาน               
               -----------------------------------------------------