ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย ได้จุดประกายการถกเถียงระดับชาติครั้งสำคัญขึ้นอีกครั้ง: การเปิดคาสิโนถูกกฎหมายจะกลายเป็นยาวิเศษที่ช่วยชุบชีวิตอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้จริง หรือจะเป็นการเปิดประตูสู่ปัญหาสังคมและความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยากจะแก้ไข? คำถามนี้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อสภากำลังเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ซึ่งรวมคาสิโนไว้ด้วย คาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนกรกฎาคมนี้ ท่ามกลางข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยชิ้นใหม่และเสียงสะท้อนจากคนในวงการ ที่จะมาฉายภาพให้เห็นว่าอนาคตเศรษฐกิจและสังคมของไทยมีอะไรเป็นเดิมพัน

ประเทศไทยซึ่งเป็นที่รู้จักด้านชายหาดงดงามและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวามาอย่างยาวนาน พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นเส้นเลือดหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ล่าสุด ประเทศไทยได้รับความสนใจจากทั่วโลกจากซีรีส์ยอดฮิตของ HBO เรื่อง “The White Lotus” ที่นำเสนอเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเกาะสมุย ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ภาครัฐอาจพิจารณาให้เป็นที่ตั้งของคาสิโนรีสอร์ตในอนาคต สื่อ The Mirror US รายงานว่าโรงแรมที่ปรากฏในซีรีส์มียอดจองพุ่งขึ้นถึง 40% และมีผู้สอบถามข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 300% ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าจะเกิด ‘ปรากฏการณ์ White Lotus’ อย่างต่อเนื่อง (igamingbusiness.com) แต่ภาพฝันนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวจีนช่วงต้นปีกลับลดลงถึงหนึ่งล้านคนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และจากข้อมูลของ Straits Times ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉพาะในเดือนพฤษภาคมลดลงถึง 14% เหลือเพียง 2.6 ล้านคน โดยตลาดหลักทั้งจีน มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ และอินเดีย ล้วนปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ภาวะซบเซานี้ยิ่งโหมกระแสถกเถียงเรื่องการเปิดเสรีกาสิโนให้ร้อนแรงขึ้น ฝั่งผู้สนับสนุนในอุตสาหกรรมมองว่า รีสอร์ตครบวงจรขนาดใหญ่จะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวครั้งสำคัญ โดยผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทเกมมิ่งในฮ่องกงกล่าวในงานเสวนาที่กรุงเทพฯ ว่า “ถึงเวลาปฏิรูปการท่องเที่ยวไทยครั้งใหญ่… สถานบันเทิงครบวงจรที่มีเกมมิ่งเป็นองค์ประกอบคือกลยุทธ์สำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโต” พร้อมชี้ให้เห็นความสำเร็จของตลาดคาสิโนในสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้อย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลปักกิ่งจะสั่งห้ามการพนันก็ตาม ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยเองก็คาดการณ์ตัวเลขที่น่าสนใจว่า หากกฎหมายผ่าน อาจสร้างรายได้จากการพนันสูงถึง 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 5–10% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 220,000 ล้านบาท และสร้างงานใหม่ได้ถึง 15,000 ตำแหน่ง (igamingbusiness.com)

ในทางกลับกัน ฝ่ายค้านออกมาเตือนถึงความเสี่ยงร้ายแรงทั้งในทางการทูตและสังคม โฆษกพรรคฝ่ายค้านได้ชี้ให้เห็นความจริงที่ว่า การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายสำหรับชาวจีนแม้จะอยู่นอกประเทศ และรัฐบาลปักกิ่งได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่พอใจประเทศที่เจาะจงทำการตลาดคาสิโนเพื่อดึงดูดพลเมืองของตน ในระหว่างการเยือนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีจีนได้เตือนนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นการส่วนตัวว่าคาสิโนอาจก่อให้เกิดอาชญากรรมและการติดพนัน ซึ่งหากจีนใช้มาตรการตอบโต้ อาจทำให้ไทยถูกจัดอยู่ใน ‘บัญชีดำ’ ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โฆษกพรรคฝ่ายค้านสรุปสถานการณ์ของไทยไว้อย่างคมคายว่า “อย่าไปทำให้พี่ใหญ่ไม่พอใจ”

คำเตือนเหล่านี้ไม่ใช่แค่การคาดเดา การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ ส่วนหนึ่งถูกมองว่าเป็นผลพวงจากจุดยืนต่อต้านการพนันของรัฐบาลปักกิ่ง โดยเฉพาะหลังจากข่าวการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนที่ถูกล่อลวงมาไทย ก่อนจะถูกส่งตัวไปบังคับใช้แรงงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา ซึ่งกลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียและสื่อของรัฐในจีน (Straits Times) นอกจากนี้ ข่าวเชิงลบอื่นๆ เช่น เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักและส่งแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ ในเดือนมีนาคม รวมถึงการปะทะตามแนวชายแดนกัมพูชา ก็ยิ่งซ้ำเติมความกังวลด้านการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสนับสนุนคาสิโนโต้แย้งว่าสาเหตุที่การท่องเที่ยวซบเซานั้นมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เรื่องภาพลักษณ์ และนักท่องเที่ยวจีนก็ยังคงเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีคาสิโนถูกกฎหมายอยู่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ของบริษัทคาสิโนรายใหญ่ยืนยันว่า “แน่นอนว่าความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง” สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ก็ชี้ว่าความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในการเดินทางก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน พวกเขามองว่า หากมีกฎระเบียบที่รัดกุมก็จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรม สร้างรายได้ให้รัฐ และเพิ่มทางเลือกด้านความบันเทิง ซึ่งจะทำให้ไทยแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับประเทศไทย เดิมพันครั้งนี้เป็นมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ ในมิติทางสังคมและวัฒนธรรม สังคมไทยมีมุมมองต่อต้านการพนันมาอย่างฝังรากลึก โดยมองว่าเป็นอบายมุข บ่อเกิดปัญหาสังคม ความล่มสลายของครอบครัว และการเสพติด คำสอนทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นแกนหลักของสังคมไทย ก็มองว่าการพนันเป็นหนทางไปสู่ความทุกข์ ฝ่ายค้านจึงหยิบยกทั้งงานวิจัยด้านสาธารณสุขและบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมขึ้นมาเตือนว่า การทำให้การพนันถูกกฎหมายอาจกระตุ้นให้เกิดปัญหาการติดพนันและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ดังที่เคยเป็นบทเรียนในประเทศอื่นๆ มาแล้ว (สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ) มุมมองด้านสาธารณสุขในไทยยังชี้ให้เห็นถึงภาระที่อาจเพิ่มขึ้นต่อระบบบริการสังคมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเยาวชน

ฝ่ายสนับสนุนโต้กลับว่า ทุกวันนี้การพนันผิดกฎหมายก็แพร่หลายและขาดการควบคุม ซึ่งมักเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรม การนำขึ้นมาบนดินจะช่วยสร้างความโปร่งใส ลดการพนันนอกระบบ และสร้างรายได้จากภาษีเพื่อนำไปสนับสนุนโครงการด้านสังคมและสาธารณสุขที่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ในสิงคโปร์ มีระบบควบคุมการเข้าใช้บริการที่เข้มงวดและมีรายชื่อบุคคลต้องห้ามสำหรับพลเมืองและผู้พำนักอาศัย เพื่อจำกัดปัญหาการติดพนัน แม้จะยังคงมีความท้าทายอยู่ก็ตาม (Asia Research Centre) มีรายงานว่าผู้กำหนดนโยบายของไทยกำลังศึกษารูปแบบของสิงคโปร์ รวมถึงประสบการณ์ของมาเก๊าและฟิลิปปินส์ ซึ่งการเปิดเสรีคาสิโนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ก็นำมาซึ่งความท้าทายด้านกฎระเบียบเช่นกัน

การถกเถียงในปัจจุบันเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไป และความพยายามฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 อนาคตของตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเคยมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสี่ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดก่อนเกิดโรคระบาด ยังคงแขวนอยู่บนความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็พยายามเจาะตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวตะวันตกและในภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูงให้มากขึ้น สายการบินและโรงแรมต่างออกแคมเปญ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” และแพ็กเกจพิเศษ ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็พยายามส่งเสริมเมืองรองเพื่อกระจายรายได้และลดความแออัดในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม

เมื่อมองไปข้างหน้า กระบวนการทางกฎหมายจะมีบทบาทสำคัญที่สุด สภาเตรียมจะพิจารณาร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งบรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนของสังคมไทยต่างกำลังผลักดันข้อเสนอของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อให้ถูกนำไปพิจารณาในการตัดสินใจครั้งสุดท้าย ผลสำรวจชี้ว่าความคิดเห็นของคนไทยยังคงแตกออกเป็นสองขั้ว ผู้นำภาคธุรกิจต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่กลุ่มที่เคลื่อนไหวด้านครอบครัวและคุณค่าทางพุทธศาสนาเรียกร้องให้ใช้ความระมัดระวัง

ผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศแนะนำว่าไทยต้องชั่งน้ำหนักประสบการณ์ของประเทศเพื่อนบ้านและความเสี่ยงที่จะทำให้จีนไม่พอใจอย่างรอบคอบ ดร. รีเบคกา แคสส์ จากเครือข่ายศึกษาการพนันแห่งเอเชียแปซิฟิก กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า “ประเทศที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะจีนได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพร้อมที่จะใช้การห้ามเดินทางเป็นเครื่องมือทางการทูต” อย่างไรก็ตาม เธอยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า “ตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ดีสามารถเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากตลาดมืดได้ หากมีการจัดการโดยใช้มาตรการป้องกันทางสังคมที่เข้มงวด”

สำหรับคนไทย สิ่งสำคัญคือการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เข้าร่วมเวทีพูดคุยในระดับท้องถิ่น และทำความเข้าใจว่าการผลักดันให้คาสิโนถูกกฎหมายนั้นมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง สิ่งที่สังคมควรเรียกร้องคือการสร้างกรอบกฎหมายที่รัดกุม การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างโปร่งใส และการนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดจากทั่วโลกมาปรับใช้เพื่อปกป้องชุมชน พร้อมกับสร้างประโยชน์สูงสุดทางสังคมและเศรษฐกิจ

ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังถกเถียงถึงทิศทางในอนาคต ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เจ้าของธุรกิจ และภาคประชาสังคม ควรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยคำนึงถึงมิติด้านสาธารณสุข คุณค่าทางวัฒนธรรม และความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวเป็นสำคัญ อนาคตของการท่องเที่ยวไทย และโฉมหน้าทางสังคมของประเทศ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่าจะสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและประเพณีได้อย่างไร

แหล่งข้อมูล: