ในมนุษยโลก ข้าพเจ้ากับภริยาได้ถวายที่อยู่อาศัยแก่พระอรหันต์ มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ. เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า ฯลฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

ปฐมอุปัสสยทายกวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๔. ปฐมอุปัสสยทายกวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่สองสามีภรรยาผู้บำรุงพระอรหันต์ เรื่องที่ ๑

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

             [๑๐๖๙] ดวงจันทร์ปราศจากเมฆหมอกส่องแสงสว่างอยู่ในนภากาศฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ส่องแสงสว่างไสวอยู่ในอากาศ

             [๑๐๗๐] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๐๗๑] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๐๗๒] ข้าพเจ้าและภรรรยาเมื่อยังครองเรือนอยู่ในมนุษยโลก ได้ถวายที่อยู่แด่พระอรหันต์ มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ

             [๑๐๗๓-๑๐๗๔] เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ปฐมอุปัสสยทายกวิมานที่ ๔ จบ

--------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปายาสิกวรรคที่ ๖

๔. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑

               อรรถกถาปฐมอุปัสสยทายกวิมาน               

               ปฐมอุปัสสยทายกวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
               พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์.
               สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งจำพรรษา ณ วัดใกล้หมู่บ้าน ออกพรรษาปวารณาแล้ว ก็เดินทางไปกรุงราชคฤห์ เพื่อถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ระหว่างทางก็เข้าไปยังหมู่บ้านตำบลหนึ่ง เวลาเย็น แสวงหาที่อยู่ พบอุบาสกผู้หนึ่งจึงถามว่า ท่านอุบาสก หมู่บ้านนี้มีที่พอบรรพชิตอยู่ได้บ้างไหม.
               อุบาสกมีจิตเลื่อมใสอยู่แล้วจึงไปบ้านพร้อมกับภริยา นิมนต์แล้วกำหนดที่พอพระเถระอยู่ได้ ตกแต่งอาสนะในที่นั้น วางน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้าแล้ว นิมนต์ให้เข้าไป.
               เมื่อพระเถระกำลังล้างเท้า ก็จุดประทีป ปูเครื่องลาดบนเตียงถวายและนิมนต์ฉันวันพรุ่งนี้ วันรุ่งขึ้นก็ให้พระเถระฉันและถวายก้อนน้ำอ้อยงบ เพื่อใส่น้ำดื่ม เดินไปส่งพระเถระแล้วก็กลับ.
               ต่อมา อุบาสกนั้นก็ตายพร้อมกับภริยา ไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์ ภพดาวดึงส์.
               ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงสอบถามเทพบุตรนั้น ด้วยสองคาถาว่า
               ดวงจันทร์โคจรอยู่ในอากาศ ส่องแสงกระจ่างในท้องฟ้า ที่ปราศจากพลาหก [เมฆฝน] ฉันใด วิมานนี้ของท่านก็เปรียบฉันนั้น ตั้งอยู่ในอากาศ ส่องรัศมีอยู่ ท่านบรรลุเทวฤทธิ์แล้ว มีอานุภาพมาก
               ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               ในมนุษยโลก ข้าพเจ้ากับภริยาได้ถวายที่อยู่อาศัยแก่พระอรหันต์ มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.
               เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า ฯลฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทพบุตรนั้นได้พยากรณ์ด้วยสองคาถาดังนี้.
               คำที่จะพึงกล่าวในคาถานั้น ก็มีนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลังนั้นแล.


               จบอรรถกถาปฐมอุปัสสยทายกวิมาน               
               -----------------------------------------------------