ในมนุษยโลก ข้าพเจ้ากับภริยาอยู่ครองเรือน เป็นดุจบ่อน้ำ มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.

ปฐมอคาริยวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๖. ปายาสิกวรรค

หมวดว่าด้วยเทพบุตรผู้เคยเป็นคนรับใช้เจ้าปายาสิ

๑. ปฐมอคาริยวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่สองสามีภรรยา ผู้เป็นดังอู่ข้าวอู่น้ำของพระสงฆ์ เรื่องที่ ๑

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

             [๑๐๔๘] สวนจิตรลดาเป็นสวนประเสริฐชั้นดีเยี่ยม ของทวยเทพชั้นไตรทศ ส่องแสงสว่างไสวฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ส่องแสงสว่างไสวอยู่ในอากาศ

             [๑๐๔๙] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๐๕๐] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๐๕๑] ข้าพเจ้าและภรรยาเมื่อยังครองเรือนอยู่ในมนุษยโลก ได้เป็นดังอู่ข้าวอู่น้ำ มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ

             [๑๐๕๒-๑๐๕๓] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ปฐมอคาริยวิมานที่ ๑ จบ

------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปายาสิกวรรคที่ ๖

๑. อาคาริยวิมานที่ ๑

               ปายาสิกวรรคที่ ๖               
               อรรถกถาปฐมอคาริยวิมาน               

               ปฐมอคาริยวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร?
               พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์
               สมัยนั้น ตระกูล [ครอบครัว] หนึ่ง ในกรุงราชคฤห์ เป็นผู้เลื่อมใสทั้งสองฝ่าย พรั่งพร้อมด้วยศีลและจรรยา เป็นดุจบ่อน้ำของภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย. ทั้งสองภริยาสามีนั้นอุทิศพระรัตนตรัย ทำบุญจนตลอดชีวิต จุติจากภพนั้น แล้วไปบังเกิดในเหล่าภพชั้นดาวดึงส์ เทพทั้งสองนั้นเสวยทิพยสมบัติในดาวดึงส์นั้น.
               คำว่า ครั้งนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น พึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง.
               พระเถระถามว่า
               จิตรลดาวัน อุทยานอันประเสริฐสูงสุด ของเหล่าเทพชั้นไตรทศ ย่อมส่องรัศมีฉันใด วิมานของท่านนี้ก็อุปมาฉันนั้น ส่องรัศมีอยู่ในอากาศ.
               ท่านบรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวบุตรได้พยากรณ์สมบัติของตนว่า
               เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ [ตอบ] ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               ในมนุษยโลก ข้าพเจ้ากับภริยาอยู่ครองเรือน เป็นดุจบ่อน้ำ มีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.
               เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารัก จึงเกิดแก่ข้าพเจ้า.
               ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอบอกท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าได้ทำบุญใด เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               แม้ในคาถาทั้งหลาย คำที่ไม่เคยกล่าวไว้ไม่มี คือกล่าวมาแล้วทั้งนั้น.


               จบอรรถกถาปฐมอคาริยวิมาน               
               -----------------------------------------------------