เสียงสะท้อนจากนักเดินทางที่คลุกคลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานเกือบ 30 ปี เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ 3 เมืองสำคัญอย่าง เสียมราฐ (กัมพูชา) อีโปห์ (มาเลเซีย) และฮานอย (เวียดนาม) ซึ่งกำลังกลายเป็นต้นแบบของการฟื้นฟูเมืองและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในภูมิภาค ข้อสังเกตเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและผู้กำหนดนโยบายที่กำลังมองหาแนวทางฟื้นตัวหลังโควิด-19 และการพัฒนาเมืองสำหรับอนาคต (Business Insider)

การเปลี่ยนแปลงของเมืองเพื่อนบ้านเหล่านี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทย ซึ่งมีสถานะเป็นมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวและเผชิญทั้งความสำเร็จและความท้าทายในรูปแบบเดียวกัน เรื่องราวของพวกเขาจึงเปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนให้ภาครัฐและเอกชนของไทยได้เรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูย่านเมืองเก่า การปกป้องมรดกวัฒนธรรม หรือการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ร่วมกันของทุกประเทศในภูมิภาค ในวันที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เรื่องราวเหล่านี้จึงเป็นทั้งแรงบันดาลใจและข้อคิดเตือนใจสำหรับเมืองต่างๆ ของไทยที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาอัตลักษณ์ คุณภาพชีวิตคนท้องถิ่น และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

เสียมราฐ: จากเมืองท่องเที่ยววุ่นวายสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมที่มีระบบ

ภาพของเสียมราฐในกัมพูชาได้เปลี่ยนจาก “เมืองคาวบอย” ที่เคยไร้ระเบียบเมื่อปี 2546 มาสู่เมืองที่สวยงามและทันสมัยอย่างน่าทึ่ง ทุกวันนี้โรงแรมบูติก ร้านอาหารหรู และไวน์บาร์เก๋ๆ เข้ามาแทนที่เกสต์เฮาส์ราคาประหยัดและร้าน ‘แฮปปี้พิซซ่า’ ที่เคยพบเห็นได้ทั่วไป การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขยายถนนสายหลักและเพิ่มพื้นที่สีเขียวร่มรื่น ได้ยกระดับบรรยากาศของเมืองให้หรูหราขึ้น ขณะที่การเปิดสนามบินนานาชาติเสียมราฐ-อังกอร์แห่งใหม่เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ก็ได้ usher in a new era of travel ที่สำคัญที่สุดคือ เสียมราฐได้ยกระดับการปกป้องมรดกโลกของ UNESCO ด้วยการนำเทคโนโลยีอย่างแอปพลิเคชันจองตั๋วออนไลน์สำหรับนครวัดและเครื่องมือจัดการจราจรมาใช้ เพื่อแก้ปัญหา “Overtourism” หรือภาวะนักท่องเที่ยวล้นทะลัก และรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกัมพูชากับ UNESCO และผู้ให้บริการดิจิทัล เพื่อจำกัดจำนวนและควบคุมความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว ถือเป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับแหล่งมรดกโลกแห่งอื่นๆ รวมถึงอยุธยาและสุโขทัยของไทย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเสียมราฐต่างยืนยันว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทางเดินที่จัดไว้อย่างชัดเจน และป้าย “ห้ามเข้า” ในจุดเปราะบาง ช่วยลดความเสื่อมโทรมของโบราณสถานได้อย่างมีนัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมืองในภูมิภาคต่างยกย่องมาตรการเหล่านี้ว่าเป็นการสร้างสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างความต้องการทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง (UNESCO Angkor Guidelines)

อีโปห์: ปลุกสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ชุบชีวิตเมืองให้กลับมาเก๋า

เมืองอีโปห์ในมาเลเซีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองข้ามและถูกเรียกว่าเป็น “เมืองร้าง” ได้พลิกฟื้นตัวเองอย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การชุบชีวิตสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ตึกแถวและอาคารยุคอาณานิคมที่เคยถูกทิ้งร้าง ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นโรงแรมบูติกสุดชิค ร้านค้าของศิลปิน และบาร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของมาเลเซีย โครงการริเริ่มต่างๆ ทั้งการสร้างสรรค์สตรีทอาร์ตสีสันสดใส การฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ และการส่งเสริมวัฒนธรรมร้านค้าขนาดเล็ก ได้ขัดเกลาภาพลักษณ์ของอีโปห์ให้กลายเป็นทั้งศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์และเมืองมรดกที่เปี่ยมเสน่ห์ ที่สำคัญคือการเติบโตนี้ยังไม่บานปลายจนเกิดภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง ซึ่งเป็นความสำเร็จที่หน่วยงานท้องถิ่นและกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กของอีโปห์มักได้รับคำชื่นชมอยู่เสมอ (Lonely Planet)

งานวิจัยจากสถาบันนักวางแผนของมาเลเซียชี้ให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนคือกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการฟื้นฟูเมืองอีโปห์ โดยมีปัจจัยหนุนคือเงินอุดหนุนเพื่อการบูรณะ กิจกรรมที่นำโดยชุมชน และการส่งเสริม “การท่องเที่ยวเชิงรำลึกอดีต” อย่างตรงจุด นักวิชาการด้านการท่องเที่ยวจาก Universiti Teknologi MARA ชี้ว่า การส่งเสริมศักยภาพชุมชนและการใช้แนวทาง “Slow Tourism” ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ช่วยควบคุมผลกระทบทางลบต่อสังคมได้เป็นอย่างดี (ResearchGate)

ฮานอย: เปลี่ยนผ่านสู่เมืองหลวงที่อบอุ่นและเป็นมิตร

ฮานอยในเวียดนาม อาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศทางสังคม จากที่เคยถูกนักเดินทางยุคก่อนมองว่าเป็นเมืองที่ “เย็นชาและไม่เป็นมิตร” ปัจจุบันเมืองหลวงแห่งนี้กลับสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น บริการที่ดีขึ้น และความเป็นมิตรที่สัมผัสได้ โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ แม้ฮานอยจะยังคงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ครบถ้วน ทั้งเสียงจอแจของมอเตอร์ไซค์ วัฒนธรรมสตรีทฟู้ดที่คึกคัก และสถาปัตยกรรมโคโลเนียลฝรั่งเศส แต่ในขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มความสะดวกสบายด้วยรถไฟใต้ดินสายใหม่ แท็กซี่ที่มีการควบคุมราคา และระบบการเดินทางจากสนามบินที่มีประสิทธิภาพ ผลสำรวจจากนักสังคมวิทยาชาวเวียดนามยังพบว่า ความพึงพอใจของคนในพื้นที่และความเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวในย่านใจกลางกรุงฮานอยเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังปี 2563 (VNU Journal of Science)

บทเรียนสำหรับประเทศไทย

การพัฒนาของเมืองเพื่อนบ้านเหล่านี้เชื่อมโยงกับบริบทของไทยโดยตรง การฟื้นฟูเมืองในเสียมราฐและอีโปห์มีความคล้ายคลึงกับความพยายามของเชียงใหม่และภูเก็ตที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมและการเติบโตของการท่องเที่ยว บทเรียนจากเพื่อนบ้านเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจัดการนักท่องเที่ยว จึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนความท้าทายที่แหล่งมรดกของไทยต้องเผชิญ ซึ่งมักถูกคุกคามจากความแออัดและการขาดแคลนงบประมาณ การนำระบบจองตั๋วออนไลน์และกำหนดช่วงเวลาเข้าชมในกัมพูชา สอดคล้องโดยตรงกับแนวทางล่าสุดของกรมศิลปากรที่พยายามพัฒนาระบบการเข้าถึงอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาและสุโขทัยให้ทันสมัยขึ้น (Bangkok Post)

นอกจากนี้ แนวทางการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์จริงและการเชื่อมโยงกับชุมชนของอีโปห์ ยังสอดรับกับนโยบายของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ให้ความสำคัญกับ “การท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย” (meaningful travel) เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักที่แออัดอย่างกรุงเทพฯ ไปสู่เมืองรองและเมืองวัฒนธรรมอื่นๆ (TAT Newsroom) สำหรับผู้ประกอบการและนักวางผังเมืองของไทย ความสำเร็จของเพื่อนบ้านจึงเป็นทั้งแรงผลักดันและเครื่องย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการลงทุนอย่างต่อเนื่องด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการมีส่วนร่วมของชุมชน

ในอดีต รูปแบบการท่องเที่ยวในเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากมักติดอยู่ในวงจร “บูมแล้วพัง” กล่าวคือ การเร่งสร้างโรงแรม การตลาดที่ดุดัน และการกำกับดูแลที่หละหลวม มักนำไปสู่ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและสังคม ก่อนการระบาดใหญ่ อ่าวมาหยา ของไทยได้กลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อต้องปิดตัวลงอย่างไม่มีกำหนดเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่พังทลาย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเสียมราฐและเมืองอื่นๆ จึงสะท้อนถึงการปรับทิศทางครั้งสำคัญของภูมิภาค ที่หันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องจาก UNESCO และองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ที่ต้องการเห็นการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

อนาคตข้างหน้า: โอกาสและความท้าทาย

เมื่อมองไปข้างหน้า อนาคตของเมืองเหล่านี้และเมืองต่างๆ ในไทยเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย แอปพลิเคชันจัดการนักท่องเที่ยวของเสียมราฐ ระบบรถไฟใต้ดินของฮานอย และการบูรณะอาคารมรดกของอีโปห์ ล้วนเป็นพิมพ์เขียวสำหรับการบริหารจัดการเมืองยุคใหม่ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่จะหวนกลับไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดแต่ไม่ยั่งยืน และความเจริญที่กระจุกตัวอยู่แค่คนบางกลุ่มยังคงอยู่ หากภาครัฐและเอกชนไม่สนับสนุนการปฏิรูปเหล่านี้ด้วยทรัพยากรที่เพียงพอและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการวางผังเมืองของไทย มีข้อเสนอเชิงปฏิบัติที่ถอดบทเรียนได้จากภาพรวมของภูมิภาคนี้:

  1. ส่งเสริมการฟื้นฟูเมืองที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน และเน้นธุรกิจขนาดเล็กตามโมเดลของอีโปห์ โดยใช้เงินอุดหนุนและโครงการสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อปลุกความภาคภูมิใจในท้องถิ่นขึ้นมาใหม่
  2. ผลักดันการใช้เครื่องมือจัดการนักท่องเที่ยวอัจฉริยะ โดยเฉพาะในแหล่งมรดกและแหล่งธรรมชาติ โดยเรียนรู้จากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและการควบคุมฝูงชนของเสียมราฐ
  3. ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมและสร้างจิตสำนึก แก่บุคลากรด่านหน้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นและจริงใจ โดยเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของฮานอย

โดยสรุป เสียมราฐ อีโปห์ และฮานอย ได้มอบบทเรียนอันทรงคุณค่าที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต การลงทุนในความทันสมัยควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์ และการให้ความสำคัญกับการต้อนรับที่จริงใจซึ่งเป็นหัวใจของประสบการณ์การเดินทาง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของไทย ทั้งนักวางแผน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ควรนำบทเรียนเหล่านี้มาปรับใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญของการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมือง