คนกลุ่ม Gen Z ที่เข้าสู่ภาวะ NEET มักมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนหรือทำงาน และใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ครอบครัวควรส่งเสริมการดูแลเยาวชนในด้านสุขภาพจิต และควบคุมพฤติกรรมการเล่นเกมออนไลน์

จากข่าวและงานวิจัย พบว่า คนกลุ่ม Gen Z ที่เข้าสู่ภาวะ NEET มักมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนหรือทำงาน และใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ โดยมักรู้สึกหมดหวัง ไร้เป้าหมาย และไม่เห็นอนาคตที่มั่นคง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดสภาวะนี้ ได้แก่ ความกดดันทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวย ระบบการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน และความคาดหวังจากสังคมที่สูงเกินจริง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและวัฒนธรรมการทำงาน ทำให้เยาวชนบางส่วนรู้สึกไม่พร้อมหรือไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ส่งผลให้ถอยออกจากระบบและใช้ชีวิตแบบแยกตัวมากขึ้น สรุปเป็นประเด็นดังนี้

1. ขาดกิจวัตรประจำวัน ไม่มีตารางเวลาแน่นอน ตื่นนอน-นอนหลับไม่เป็นเวลา ทำให้ชีวิตสับสนไร้ระเบียบ

2. หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ลดการพบปะญาติ เพื่อนฝูง หรือเพื่อนร่วมงาน มักเลือกปลีกตัวอยู่คนเดียว

3. ไม่แสวงหาการพัฒนาทักษะ ไม่หาโอกาสฝึกอบรม เรียนคอร์สเพิ่มเติม หรือทำงานพาร์ตไทม์เพื่อเสริมประสบการณ์

4. พึ่งพิงผู้อื่นด้านการเงิน ขาดรายได้ประจำ ต้องอาศัยพ่อแม่หรือครอบครัวในการเลี้ยงดูค่าใช้จ่าย

5. ขาดแรงจูงใจและเป้าหมาย ไม่มีแผนชีวิตในระยะสั้น–ยาว ไม่รู้ว่าต้องการอะไรในอนาคต

6. มีปัญหาสุขภาพจิต มักพบอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความเครียดสะสมจากการไม่ก้าวหน้า

7. ใช้เวลาส่วนใหญ่กับสื่อออนไลน์ เล่นเกม ดูซีรีส์ หรือท่องโซเชียลมีเดียเป็นหลัก จนไม่เหลือเวลาให้กิจกรรมอื่น

8. ทักษะการสื่อสารลดลง เพราะขาดโอกาสฝึกฝน พูดคุยน้อยลง ทำให้ยากต่อการกลับเข้าสังคมเมื่อพร้อม

9. ความรู้สึกด้อยค่าในตนเอง รู้สึกว่าตนล้าหลังผู้อื่น เกิดความอับอายหรือเห็นคุณค่าตนเองต่ำ

10. สูญเสียโอกาสในอนาคต ยิ่งเวลาผ่านไป ความสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานลดลง ทางเลือกในการทำงานจำกัดมากขึ้น

ข้อสรุป : เทรนด์การเล่นเกมออนไลน์เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

ความหมายเชิงนโยบาย: ควรส่งเสริมการดูแลเยาวชนในด้านสุขภาพจิต และควบคุมพฤติกรรมการเล่นเกมออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา-การทำงาน

แหล่งข้อมูล : Thaijo , thaipost, thairathonline, tnn