ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ กำลังเข้ามาพลิกโฉมธรรมเนียมปฏิบัติอันเก่าแก่ในสังคมไทย เมื่อการดูดวงยุคใหม่เริ่มได้รับความนิยมแพร่หลายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มอย่าง ChatGPT การทำนายโชคชะตา หรือ “หมอดู” ซึ่งฝังรากลึกในวัฒนธรรมความเชื่อของไทยมาแต่ไหนแต่ไร ถือเป็นที่พึ่งทางใจในหลากหลายมิติ ตั้งแต่เรื่องความรักความสัมพันธ์ไปจนถึงการตัดสินใจทางธุรกิจ บัดนี้ การดูดวงกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ เมื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัล ต่างหันมาใช้บริการเอไอเพื่อขอคำปรึกษามากขึ้น ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องและการปรับเปลี่ยนในวิถีที่คนไทยใช้รับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิต (The Guardian)

นวัตกรรมที่เข้ามาท้าทายขนบเดิมนี้ กำลังเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งในหมู่คนไทยรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น ชาวกรุงเทพฯ ท่านหนึ่งที่ต้องการความกระจ่างในเรื่องความสัมพันธ์ ได้ลองใช้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ดวงชะตา แทนที่จะต้องรอคิวนานและเสียค่าใช้จ่ายสูงกับหมอดูแบบตัวต่อตัว หลังจากที่ผู้ใช้บริการรายนี้ป้อนข้อมูลวันเดือนปีเกิดพร้อมอัปโหลดภาพถ่ายฝ่ามือและใบหน้า ก็ได้รับคำแนะนำที่ฉับไวและตรงประเด็น สามารถเข้าถึงบริการได้ทุกเมื่อที่ต้องการโดยไม่ต้องเสียเวลารอคอย บนโลกโซเชียลของไทย ก็มีคลิปวิดีโอสอนการใช้เอไอเพื่อดูดวงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ขณะที่ผู้ใช้งานจำนวนมากต่างแสดงความทึ่งในความแม่นยำและความรวดเร็วของบริการเหล่านี้

ปรากฏการณ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ มีรากฐานมาจากความผูกพันอันยาวนานของคนไทยกับการหยั่งรู้อนาคต ศาสนาพุทธ โหราศาสตร์ และความเชื่อเรื่องร่างทรง ได้หล่อหลอมอยู่ในสังคมไทยมานานนับศตวรรษ การปรึกษาหมอดูเป็นเรื่องปกติในทุกแวดวง ตั้งแต่นักการเมืองที่ต้องการคำชี้แนะด้านการลงทุน ไปจนถึงนิสิตนักศึกษาที่กังวลเรื่องผลสอบ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า ตลาดสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับความเชื่อในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 304 ถึง 456 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 11,000 ถึง 16,700 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลสำรวจจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 ชี้ว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับบริการเหล่านี้ผ่านช่องทางออนไลน์มากที่สุด โดยแอปพลิเคชันดูดวงยังคงได้รับความนิยมในทุกช่วงวัย

บรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายโหราศาสตร์บนโซเชียลมีเดีย เช่น คอนเทนต์ครีเอเตอร์เจ้าของช่อง “เนช เดอะ วิซาร์ด” ก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสหมอดูเอไอเช่นกัน โดยคลิปวิดีโอ TikTok ที่นำ ChatGPT มาใช้ในการทำนายดวง ได้รับยอดไลค์เป็นจำนวนมาก ในแวดวงวิชาการเองก็ให้ความสำคัญกับพัฒนาการนี้อย่างใกล้ชิด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดลท่านหนึ่ง ชี้ว่า การหันไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมความเชื่อในสังคมไทยมักจะเข้มข้นขึ้นในช่วงเวลาที่บ้านเมืองประสบปัญหา “หากย้อนดูแนวโน้มในอดีต จะเห็นว่าเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือการเมือง ผู้คนมักจะมองหาร่างทรงหรือหมอดู” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ท่านนี้อธิบายเพิ่มเติม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ความวิตกกังวลในยุคปัจจุบันเป็นแรงผลักดันให้กลุ่มคนที่เติบโตมากับโซเชียลมีเดียแสวงหาที่พึ่งทางใจจากการทำนายผ่านช่องทางดิจิทัล

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบอาชีพหมอดูแบบดั้งเดิมก็กำลังเรียนรู้ที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ นักโหราศาสตร์รายหนึ่งในย่านห้วยขวาง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องศาลพระพิฆเนศและแหล่งรวมบริการด้านพยากรณ์ ให้ความเห็นว่า เอไอดึงดูดผู้คนด้วยความสะดวกสบายและความรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างดี “มันเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเสริมสร้างกำลังใจในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน” นักโหราศาสตร์ท่านดังกล่าวให้ทัศนะ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพหมอดูท่านนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า อัลกอริทึมสามารถให้ได้เพียงข้อมูลดิบ แต่ไม่สามารถมอบ ‘ปัญญา’ ที่เกิดจากประสบการณ์และสัญชาตญาณได้ “การจะให้คำแนะนำที่ตรงจุดและเหมาะสมได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ชีวิต… [หมอดูที่เป็นมนุษย์] เรามีความรู้สึกและสัญชาตญาณแบบมนุษย์” ผู้ประกอบอาชีพหมอดูท่านนี้กล่าว พร้อมเปรียบเทียบว่าบทบาทของหมอดูคล้ายกับนักบำบัด ในมุมมองของผู้ประกอบอาชีพหมอดูท่านนี้ การอ่านนัยทางสีหน้า การสนทนาที่เข้าอกเข้าใจ และประสบการณ์ชีวิตที่หมอดูผู้เป็นมนุษย์สามารถมอบให้ได้นั้น เป็นสิ่งที่เครื่องจักรไม่สามารถทำซ้ำได้

ถึงกระนั้น ผู้ใช้บริการชาวไทยรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยก็กำลังหันมาใช้แนวทางแบบผสมผสาน คือ เลือกใช้เอไอเพื่อการทำนายที่รวดเร็วทันใจและราคาย่อมเยา แต่ยังคงเลือกพบปะหมอดูผู้มีชื่อเสียงเพื่อขอคำปรึกษาและความมั่นใจในเรื่องสำคัญๆ ของชีวิต ผู้ใช้บริการรายเดิม (จากย่อหน้าสอง) เล่าว่า “กับหมอดูที่เป็นคน… เราจะได้เห็นหน้าค่าตาและปฏิกิริยาของเขาโดยตรง แต่กับเอไอ เราสามารถใช้งานได้ทันที และจะถามซ้ำกี่ครั้งก็ได้” ทุกวันนี้ ในโลกออนไลน์เริ่มมีการแบ่งปันเคล็ดลับการใช้เครื่องมือไพ่ยิปซีและโหราศาสตร์เอไอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าศาสตร์ลี้ลับเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่อาจจำกัดวงอยู่เฉพาะผู้มีกำลังทรัพย์หรือมีความอดทนในการรอคอยสูง แนวโน้มนี้ยังสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในภาพรวมของสังคมไทย ที่ซึ่งการถวายสังฆทานแบบดั้งเดิมในวัด ดำเนินไปพร้อมกับการบริจาคผ่านคิวอาร์โค้ดและการทำบุญออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟน

อย่างไรก็ดี ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลจากทั้งในโลกออนไลน์และในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะประเด็นการมอบข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รูปถ่าย วันเดือนปีเกิด หรือกระทั่งข้อมูลทางชีวมิติ ให้กับผู้ให้บริการเอไอในเชิงพาณิชย์ คำถามเชิงจริยธรรมว่าด้วยความเป็นส่วนตัว โอกาสในการถูกชี้นำ และการพึ่งพาอาศัยอัลกอริทึมในทางอารมณ์ ยังคงเป็นประเด็นที่ยังหาข้อสรุปได้ไม่ง่ายนัก บรรดาผู้วิจารณ์ ซึ่งรวมถึงคณาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์บางท่าน โต้แย้งว่า แม้เอไอจะสามารถเลียนแบบการคำนวณทางโหราศาสตร์ได้ แต่ก็ยังขาดความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรม ความเข้าอกเข้าใจในความเป็นมนุษย์ และความน่าเชื่อถือในมิติทางจิตวิญญาณ ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการดูดวงแบบไทยๆ อย่างแท้จริง

ประเด็นถกเถียงนี้ก่อตัวขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยศักยภาพของเครื่องมือเอไอแบบรู้สร้าง (Generative AI) ที่พัฒนาความสามารถในการเข้าใจความแตกต่างทางภาษาและการปรับเนื้อหาให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้นทุกวัน เส้นแบ่งระหว่างหมอดูที่เป็นมนุษย์กับเครื่องจักรจึงอาจยิ่งเลือนรางลง สังคมไทยซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการผสมผสานของเก่าเข้ากับของใหม่อยู่แล้ว อาจมีความพร้อมเป็นพิเศษที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยไม่จำเป็นต้องสละทิ้งจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน ปัจจุบันนี้ เราจึงเห็นภาพวัดวาอารามต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ มีจุดรับบริจาคผ่านคิวอาร์โค้ดตั้งอยู่เคียงข้างกระถางธูปแบบโบราณ ขณะที่ป้ายโฆษณากลางเมืองก็มีการโปรโมตการดูโหงวเฮ้งควบคู่ไปกับการเชิญชวนให้สมัครใช้บริการแอปพลิเคชันสุดล้ำ

เมื่อมองไปยังอนาคต นักวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ว่าบริการดูดวงในรูปแบบดิจิทัลจะยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตัวของ “ธุรกิจสายมู” บนโลกออนไลน์ในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และการนำความวิตกกังวลของผู้คนมาแปรเปลี่ยนเป็นสินค้า อาจนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลหรือกำหนดมาตรฐานสำหรับแอปพลิเคชันทำนายดวงด้วยเอไอที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีงานวิจัยใหม่ๆ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาวะทางจิตใจและความผูกพันในระดับชุมชน โดยเฉพาะในสังคมที่การแสวงหาที่พึ่งทางใจและเข็มทิศชีวิตมักเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับผู้คนรอบข้างอย่างแนบแน่น

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่กำลังให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านแนะนำให้ใช้วิจารณญาณควบคู่ไปกับความเปิดใจใฝ่รู้ เมื่อคิดจะทดลองใช้บริการดูดวงด้วยเอไอ ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและมีรีวิวในทิศทางที่ดี พร้อมทั้งใช้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน สิ่งสำคัญคือการมองว่าการทำนายดวงแบบดิจิทัลเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในบรรดาทางเลือกที่มีอยู่ เป็น ‘ส่วนเสริม’ ไม่ใช่ ‘สิ่งทดแทน’ การปฏิบัติธรรมหรือความเชื่อทางจิตวิญญาณแบบดั้งเดิม หรือการขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ในชีวิตประจำวัน การดูแลรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับคนรอบข้างและการสืบสานพิธีกรรมต่างๆ อันเป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย อาจเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดในการเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนนานัปการ ทั้งในโลกดิจิทัลและโลกแห่งความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหน้า

สำหรับทุกคนที่กำลังมองหาเข็มทิศนำทางชีวิตในวันข้างหน้า สุภาษิตไทยแต่โบราณที่ว่า “ใจเป็นกุศล หนทางย่อมสว่าง” อาจยังคงเปี่ยมด้วยพลังยิ่งกว่าอัลกอริทึมใดๆ ในโลก