กำลังฮิตติดลมบนโลกโซเชียลเลยทีเดียวสำหรับเทรนด์สุขภาพใหม่แกะกล่องอย่าง “การเดินผายลม” ที่ใครๆ ก็พูดถึง เพราะเชื่อกันว่าดีต่อระบบย่อยอาหารและช่วยเรื่องเผาผลาญ ไอเดียนี้แจ้งเกิดจาก TikTok ชวนให้ลุกมาเดินย่อยเบาๆ หลังกินข้าวเสร็จ เพื่อกระตุ้นการย่อย ไล่ลมในท้อง แถมยังคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ปรี๊ดปร๊าด ชื่ออาจจะฟังดูชวนหัวไปหน่อย แต่กลับได้รับทั้งเสียงฮาและเสียงเชียร์จากคุณหมอหลายสำนัก ที่บอกว่าเป็นวิธีดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ที่ได้ผลดีเกินคาด แถมมีงานวิจัยรองรับซะด้วย (Healthline, NPR, Economic Times)

ที่เทรนด์ “เดินผายลม” มาแรงช่วงนี้ ก็เพราะผู้คนกำลังมองหาเคล็ดลับสุขภาพแบบบ้านๆ ที่ทำได้จริง ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องแพง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียมีแต่สูตรลดน้ำหนักพิสดารกับอาหารเสริมราคาหูฉี่ สำหรับคนไทยเรา ที่ปกติเรื่องขับถ่ายอาจจะเป็นเรื่องชวนกระอักกระอ่วน คุยกันยากเพราะกลัวเสียฟอร์ม กระแสนี้เลยเหมือนเปิดช่องให้คุยเรื่องสุขภาพไส้กันได้แบบสบายๆ แถมยังได้สาระ

คำว่า “เดินผายลม” นี้ จริงๆ แล้วมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการชาวแคนาดาท่านหนึ่ง ที่จุดประกายชวนผู้ติดตามบน TikTok ให้ออกไปเดินเล่นหลังกินข้าวเพื่อช่วยไล่ลมในท้องและดูแลสุขภาพกันยาวๆ วิธีการก็ง่ายสุดๆ คือพอกินอิ่มปุ๊บ ก็ออกไปเดินเล่นแถวบ้านหรือที่พักสักแป๊บ นักกำหนดอาหารท่านหนึ่งให้ข้อมูลกับ Healthline ว่า “การเดินเอื่อยๆ หลังมื้ออาหารนี่แหละที่ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว (peristalsis)” ซึ่งก็คือการที่ทางเดินอาหารหดตัวเป็นจังหวะเพื่อดันอาหารและแก๊สให้เคลื่อนที่ไป วิธีนี้ช่วยให้หลายคนสบายท้องขึ้น ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อที่เคยเป็นปัญหาได้เยอะ

ถึงจะยังไม่มีงานวิจัยเจาะจงเรื่อง “การเดินผายลม” เป๊ะๆ แต่ใครๆ ก็รู้ว่าการขยับแข้งขยับขาหลังกินข้าวมีประโยชน์เพียบ การเดินช่วยย่อย คุมน้ำตาลได้ดีอยู่แล้ว (Wikipedia) แถมงานวิจัยหลายชิ้นใน PubMed ก็ชี้ว่าการลุกมาแอคทีฟเบาๆ หลังอาหาร ช่วยลดภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดหลังมื้ออาหารได้เห็นผลชัดเจน (PubMed study summary) ซึ่งถ้าปล่อยให้น้ำตาลขึ้นๆ ลงๆ บ่อยๆ นานไปน้ำหนักก็อาจจะขึ้น แถมเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ ๒ อีกต่างหาก จริงๆ แล้ว การเดินหลังกินข้าวก็มีอยู่ในคำแนะนำป้องกันเบาหวานบางตำราแล้วนะ ว่าเป็นส่วนสำคัญของการปรับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศก็ออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้กันคึกคัก นักกำหนดอาหารที่เชี่ยวชาญเรื่องระบบทางเดินอาหารบอกกับ Healthline ว่า “บอกคนไข้เสมอว่า ‘ปล่อยออกมาเถอะ อย่าเก็บไว้เลย’ การเดินนี่แหละช่วยให้ระบายลมได้ไวขึ้น ดังนั้น ถึงชื่อ ‘เดินผายลม’ จะฟังดูขำๆ แต่การลุกไปเดินเล่นแป๊บๆ หลังกินข้าวเพื่อให้ร่างกายได้ปล่อยลมออกมาเร็วขึ้น มันมีประโยชน์จริงๆ นะ” ส่วนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารอีกท่านก็อธิบายเสริมว่า การเดินช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น เพราะมันไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบตัว เลือดก็ไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะย่อยอาหารได้ดีขึ้น แถมยังช่วยลดเครียด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

นอกจากจะช่วยลดอาการท้องอืดหลังกินข้าวแล้ว การเดินผายลมยังช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย นักกำหนดอาหารจากอังกฤษบอกว่า “การขยับตัวหลังอาหารเป็นวิธีง่ายๆ แต่เวิร์คมากในการดูแลระบบเผาผลาญและป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูด” ส่วนใครที่มีอาการแสบร้อนกลางอกหรือกรดไหลย้อน การเดินเบาๆ ก็จะช่วยให้กระเพาะบีบตัวไล่อาหารได้เร็วขึ้น ลดปริมาณกรดในกระเพาะ เลยช่วยลดโอกาสเกิดกรดไหลย้อนได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะจะได้ประโยชน์นะ โดยเฉพาะคนที่มีหูรูดหลอดอาหารไม่แข็งแรง เพราะการที่ลำไส้บีบตัวมากขึ้นอาจทำให้อาการกรดไหลย้อนหนักกว่าเดิมในบางคน (Healthline)

บ้านเราเมืองไทยเองก็มีสมุนไพรแก้ท้องอืดท้องเฟ้ออย่างขิงที่ใช้กันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย (ResearchGate Thai gingers) ไอเดียเรื่องการเดินเพื่อช่วยให้สบายท้องเลยอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ซะทีเดียว พอไปส่องๆ ดูในโซเชียลมีเดียบ้านเรากับเหล่าอินฟลูสายสุขภาพ ก็จะเห็นว่าเทรนด์นี้เริ่มเข้ามาในหมู่คนไทยแล้วเหมือนกัน มีเพจสุขภาพดังๆ และช่อง TikTok หลายช่องหยิบเรื่องนี้มานำเสนอเป็นวิธีดูแลไส้แบบใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น (Thai Facebook Post, Thai TikTok) แต่ก็ยังมีบางคนที่แอบเขินๆ ถ้าต้องไปเดินผายลมในที่โจ่งแจ้ง ซึ่งก็สะท้อนว่าเรื่องตดๆ ผายลมๆ ยังเป็นเรื่องที่คนไทยไม่ค่อยกล้าพูดกันเปิดอกเท่าไหร่

ถึงแม้ว่าการแพทย์แผนไทยและการดูแลตัวเองแบบบ้านๆ ของเราจะมีทั้งสมุนไพร นวดท้อง ปรับอาหารเพื่อแก้ปัญหาลมในท้อง แต่การเดินในที่สาธารณะเพื่อ “ปล่อยลม” ก็ถือเป็นมุมมองใหม่ที่เอาภูมิปัญญาเดิมๆ มาต่อยอด นี่อาจเป็นเหตุผลที่ “การเดินผายลม” ถึงได้ฮิตไปทั่วโลก เพราะมันเข้ากันได้ดีกับภูมิปัญญาโบราณ แถมยังทำง่าย ประหยัด ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรให้วุ่นวาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเลยแนะว่า ต่อไปนี้เราน่าจะหาเวลาเดินเล่นสั้นๆ หลังอาหารให้บ่อยขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นชาวออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่งานยุ่งหัวฟู หรือน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่ต้องรีบไปเรียน การเจียดเวลาสัก ๑๐-๒๐ นาทีมาเดินเล่นหลังข้าวเที่ยงหรือข้าวเย็น ก็ช่วยให้สบายท้องขึ้นเยอะ แถมยังดีต่อระบบเผาผลาญในระยะยาวได้แบบเห็นๆ ถึงแม้จะยังไม่มีหน่วยงานด้านการแพทย์ของไทยออกมาตีฆ้องร้องป่าวเรื่อง “การเดินผายลม” เป็นการเฉพาะ แต่บรรดาหมอทางเดินอาหารและนักโภชนาการก็ยังคงหนุนให้ขยับร่างกายเบาๆ ทุกรูปแบบหลังมื้ออาหาร เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพต่างๆ

ส่วนใครที่ยังเกร็งๆ กลัวจะเผลอปล่อยลมปู๊ดปร๊าดในที่สาธารณะ ซึ่งก็เข้าใจได้ในสังคมที่คนอยู่กันใกล้ชิด หรือบนรถสาธารณะคนแน่นๆ ก็มีทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เช่น เลือกเส้นทางเดินที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ชวนเพื่อนซี้ที่รู้ใจไปเดินด้วยกัน หรือเลือกเวลาที่คนไม่เยอะ อินฟลูสายฟิตเนสกับนักกำหนดอาหารชาวไทยในโซเชียลก็ช่วยกันทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น บางทีก็มีคำแนะนำฮาๆ แต่ใช้ได้จริงว่าให้ “เดินตามหลังเพื่อน” จะได้ไม่เสียเพื่อน (Healthline expert advice)

แต่ถ้าใครท้องอืด มีลมในท้องบ่อยๆ หรือมีอาการปวดท้องร่วมด้วย คุณหมอเน้นย้ำว่าถึงการเดินผายลมจะปลอดภัยกับคนส่วนใหญ่ แต่อาการที่เป็นต่อเนื่องไม่หายสักที อาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาสุขภาพไส้ซ่อนอยู่ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กโตผิดปกติ (SIBO) หรือแพ้อาหารบางอย่าง ถ้าเป็นแบบนี้ การไปหาหมอตรวจดูให้แน่ใจยังไงก็ดีที่สุด

ถึงเทรนด์เดินผายลมจะมาจากอินเทอร์เน็ตฝั่งตะวันตก แต่ก็เข้ากั๊นเข้ากันกับกระแสใส่ใจสุขภาพและส่งเสริมการย่อยด้วยวิธีธรรมชาติที่กำลังฮิตทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของไทย ตั้งแต่ซอยสงบๆ ในเชียงใหม่ ไปจนถึงถนนคนพลุกพล่านแถวพญาไท การเพิ่มการเดินเล่นชิลล์ๆ แต่ได้เหงื่อเข้าไปในชีวิตประจำวัน ก็อาจจะสำคัญไม่แพ้การจิบชาสมุนไพรหลังฟาดมื้อหนักๆ เลยก็ได้

สำหรับคนไทยที่สนใจเคล็ดลับสุขภาพนี้ คำแนะนำง่ายๆ ที่เอาไปใช้ได้เลยคือ ลองหาเวลาเดินเล่นสัก ๑๐-๓๐ นาทีหลังกินข้าวเสร็จ อาจจะเดินเล่นในสวนแถวบ้าน หรือตามซอยเงียบๆ ก็ได้ นอกจากจะช่วยย่อย ช่วยคุมน้ำตาลแล้ว ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้เกาะกระแสดูแลสุขภาพแบบอินเตอร์ที่เน้นความเรียบง่าย สบายกระเป๋า ไม่ต้องพึ่งเทรนด์แพงๆ ที่ยังไม่รู้ว่าดีจริงหรือเปล่าแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ

ถ้าลองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกไม่สบายใจ ไม่โอเค ก็ควรปรึกษาหมอเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะกับเราที่สุด ระหว่างนี้ ก็ลองเปิดใจ (และอาจจะต้องมีเซนส์ออฟฮิวเมอร์นิดนึง) กับเรื่องธรรมดาๆ อย่างการเดิน ที่มันดันส่งผลดีต่อสุขภาพไส้ของเราได้แบบไม่น่าเชื่อ