อารมณ์ความรู้สึกที่เราพบเจอได้ทั่วไปในแต่ละวัน อาจแฝงพลังในการดูแลสุขภาพใจของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ มีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่บ่งชี้ว่า การได้เปิดประสบการณ์รับรู้ถึง “ความรู้สึกทึ่ง” (Awe) ซึ่งเป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างสุดซึ้งเมื่อเราได้ประสบพบเจอกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความงดงามของธรรมชาติ งานศิลปะ หรือช่วงเวลาอันน่าจดจำ สามารถช่วยป้องกันเราจากภาวะซึมเศร้าและความเครียดได้ ผลการศึกษาล่าสุดยังพบอีกว่า การได้สัมผัสกับความรู้สึกทึ่งอยู่เนืองๆ จะช่วยลดทอนผลกระทบทางอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตประจำวัน การค้นพบครั้งนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งและนำไปปรับใช้ได้จริงกับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ผู้คนกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ในยามที่ปัญหาความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความเครียด ยังคงเป็นเงาตามตัวส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านทั่วโลก รวมถึงชาวไทยราว ๑.๕ ล้านคน ที่กรมสุขภาพจิตระบุว่ากำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า (dmh.go.th) บรรดานักวิจัยต่างพยายามค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่ทั้งสร้างสรรค์และทำได้ง่าย เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้กับผู้คน งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ผ่านสื่ออย่าง The Times ค้นพบว่า การได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่จุดประกายความรู้สึกทึ่งในแต่ละวัน แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยรอบตัว เช่น การได้ดื่มด่ำกับแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้น หรือความอยากรู้อยากเห็นอันบริสุทธิ์ของเด็กน้อย ก็อาจเป็นเกราะป้องกันภาวะอารมณ์ขุ่นมัวและความตึงเครียดที่มักจะมาเยือนในชีวิตยุคดิจิทัลนี้ได้

แม้ว่าความสนใจในเชิงวิทยาศาสตร์ต่อความรู้สึกทึ่งนี้จะค่อนข้างใหม่ แต่ก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกทึ่งนี้ คือการตอบสนองทางอารมณ์เมื่อเราเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนเกินกว่าความเข้าใจในขณะนั้น ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมุมมองที่เรามีต่อตนเองและโลกรอบตัว หัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผยว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมการทดลองที่ได้รับมอบหมายให้ตั้งใจมองหาช่วงเวลาที่น่าทึ่งในแต่ละวัน เช่น การได้ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ การฟังเพลงที่ปลุกพลังใจ หรือการชื่นชมงานหัตถศิลป์อันละเอียดอ่อนของช่างฝีมือในท้องถิ่น ต่างรายงานว่าพวกเขามีระดับอารมณ์เชิงลบและความเครียดลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจแสวงหาประสบการณ์ดังกล่าว ผลลัพธ์นี้ตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ผลกระทบทางใจจากความรู้สึกทึ่งนั้นสามารถวัดผลได้จริงและมีความสำคัญอย่างยิ่ง (health.harvard.edu)

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหลายท่านต่างเน้นย้ำว่า ความรู้สึกทึ่งนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เราคิด นักจิตวิทยาคลินิกจากโรงพยาบาลจิตเวชชั้นนำแห่งหนึ่งของไทยให้ทัศนะว่า “เราไม่จำเป็นต้องตีตั๋วเครื่องบินไปไกลถึงยอดเขาหรือพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง เพียงแค่ลองสังเกตความงดงามของวัดวาอารามใกล้บ้าน ลวดลายของสายฝนที่โปรยปรายลงบนผืนน้ำในคลองกลางเมือง หรือแม้แต่ภาพชีวิตชีวาในตลาดสดที่เราคุ้นเคย ก็สามารถจุดประกายความรู้สึกนี้ได้แล้ว”

แนวคิดนี้ยังสอดรับเป็นอย่างดีกับวัฒนธรรมไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงตนเองเข้ากับธรรมชาติ การตระหนักรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัว และการมีสติรู้เท่าทันปัจจุบันขณะ สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านประเพณีอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการเดินจงกรมเจริญสติ ประเพณีลอยกระทงเพื่อขอบคุณสายน้ำ หรือเทศกาลต่างๆ ในชุมชนที่เฉลิมฉลองความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล วิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมเหล่านี้ล้วนบ่มเพาะความรู้สึกทึ่งได้อย่างกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ เปิดประตูสู่การมีสุขภาพจิตที่แข็งแรง แม้ในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับความท้าทาย

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากการศึกษาที่มีมาก่อนหน้า ซึ่งสำรวจลึกลงไปว่าความรู้สึกทึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมองและระบบฮอร์โมนในร่างกายอย่างไร ผลการศึกษาบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า ความรู้สึกทึ่งอาจมีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล และยังช่วยเสริมสร้างความผูกพันทางสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตแบบชุมชนในสังคมไทย (ncbi.nlm.nih.gov) การค้นพบครั้งใหม่นี้ยิ่งตอกย้ำว่า ความรู้สึกทึ่งไม่จำเป็นต้องมาจากประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่หรือพิเศษพิสดารเสมอไป จิตแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านหนึ่งได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “สิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว หรือช่วงเวลาที่เรามักจะมองข้ามไปนี่เอง ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับจิตใจของเราได้”

สำหรับการนำไปปรับใช้จริงในประเทศไทย อาจเริ่มจากการผสมผสานกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทึ่งเข้าไปในกิจวัตรประจำวันของสถานศึกษา ระบบการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตในระดับชุมชน ตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรมเดินสำรวจธรรมชาติในสวนสาธารณะใกล้เคียง การเปิดโอกาสให้ได้ชื่นชมสุนทรียภาพของศิลปะในวัดวาอาราม หรือการจัดกิจกรรมทำสมาธิพร้อมคำแนะนำในบรรยากาศริมน้ำหรือย่านเมืองเก่าที่สงบ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตก็สอดรับกับแนวทางนี้เช่นกัน โดยมีการสนับสนุนนโยบายที่เน้นการเจริญสติและการดูแลตนเอง ซึ่งหยั่งรากอยู่บนขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม ผสานกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ (bangkokpost.com)

สำหรับทิศทางในอนาคต คณะนักวิจัยมุ่งหวังที่จะทำความเข้าใจให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้นว่า ความรู้สึกทึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้คนในแต่ละบริบททางวัฒนธรรมและช่วงวัยที่แตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตราความเครียดและภาวะซึมเศร้ายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั้งในกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นในการศึกษาว่า ประสบการณ์ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น การเยี่ยมชมวัดในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Tour) หรือการท่องเที่ยวธรรมชาติผ่านโลกออนไลน์ จะสามารถกระตุ้นความรู้สึกทึ่งและช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางใจให้กับผู้ที่ไม่สะดวกในการเดินทางได้หรือไม่

สำหรับผู้อ่านชาวไทยและครอบครัว ข้อคิดสำคัญที่ได้รับจากงานวิจัยนี้อาจดูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหมายอันลึกซึ้ง นั่นคือ การหันมาใส่ใจและให้คุณค่ากับช่วงเวลาเล็กๆ ที่น่าประทับใจในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชมความงามของดอกบัวในสระน้ำใกล้บ้าน การเดินเล่นชมศิลปะและลิ้มลองอาหารอร่อยที่ตลาดโต้รุ่ง หรือการได้นั่งฟังผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานตำนานและเรื่องราวเก่าแก่ตามประเพณี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยสร้างสมดุลทางอารมณ์ให้กับเราได้ ผู้ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตแนะนำให้เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละวัน ลองสังเกตสิ่งรอบตัวที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งในความยิ่งใหญ่ ความงดงาม หรือความน่าค้นหาของมัน และอนุญาตให้ตัวเองได้หยุดพักเพื่อดื่มด่ำและซึมซับความรู้สึกดีๆ เหล่านั้นอย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะอารมณ์เศร้าหมองหรือความวิตกกังวลอย่างต่อเนื่อง ควรขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือสามารถใช้บริการจากเครือข่ายสายด่วนสุขภาพจิตและแหล่งข้อมูลต่างๆ ของไทยที่ปัจจุบันมีเพิ่มมากขึ้น (สายด่วนสุขภาพจิต 1323) เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม การผสมผสานการสร้างเสริมประสบการณ์ที่น่าทึ่งในชีวิตประจำวันเข้ากับช่องทางการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่ชัดเจน จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเครียดและภาวะซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง รวมถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกทึ่ง สามารถศึกษาข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น health.harvard.edu หรือติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการสุขภาพจิตในพื้นที่ของท่าน