การพัฒนาสมรรถนะทรัพยากรบุคคลทางการศึกษา
(Competency based Human resource Development in Education)
ดร.ชัชรินทร์ ชวนวัน ข้าราชการบำนาญ
สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2568
…………………………………………………………
การเปลี่ยนแปลงบริบทการศึกษาของโลกปัจจุบันเป็นยุคศตวรรษที่ 21 และกำลังก้าวสู่ยุคการใช้เทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่โลกยุคดิจิทัลที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในชีวิตและการดำเนินงาน ทรัพยากรบุคคลจึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้ตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สร้างโอกาสใหม่ๆในการพัฒนาทักษะของตนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางเทคโนโลยีล่าสุด ในสถานการณ์เช่นนี้ทรัพยากรบุคคล (HR) จึงเป็นปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสำเร็จขององค์กรต่างๆ ในยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยีและดิจิทัลยังได้สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับองค์กรในการเติบโตของทรัพยากรบุคคลไม่ใช่เพียงแค่ทำให้มีความสามารถปฏิบัติงานในองค์กรได้อีกต่อไปเท่านั้น เทคโนโลยีดิจิทัลยังก่อเกิดกระบวนการเรียนรู้และสร้างสมรรถนะที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยีและดิจิทัลยังสร้างความยากลำบากใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคล องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การจัดการทรัพยากรบุคคลในยุคดิจิทัลองค์กรต้องเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างทรัพยากรบุคคลในยุคดิจิทัล เช่น การสร้างกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยอิงตามความสามารถที่ใช้ได้ในยุคดิจิทัล การแสวงหาวิธีเสริมสร้างความสามารถของทรัพยากรบุคคลเพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จ การสร้างสมรรถนะทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นต้องมีในยุคดิจิทัล และการพัฒนาบทบาทของทรัพยากรบุคคลต่อความสำเร็จขององค์กรในยุคดิจิทัล ดังนั้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามความสามารถ (Competency Based Human Resource Development) จึงได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จขององค์กรในยุคดิจิทัล โดยมีจุดเน้นในการพัฒนาสมรรถนะทรัพยากรบุคคลที่ต้องการในยุคดิจิทัลและการพัฒนาบทบาทของทรัพยากรบุคคลเพื่อการประสบความสำเร็จขององค์กร แนวทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมความสามารถ ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ (Competency) ซึ่งเป็นความรู้ ทักษะ ความสามารถ และพฤติกรรมที่ช่วยให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบทบาทหรือบริบทเฉพาะ โดยมีจุดเน้นการดำเนินงานที่การระบุสมรรถนะ การพัฒนาสมรรถนะ และการประเมินสมรรถนะของกลุ่มบุคลากรและทีมงานที่เกี่ยวข้องและต้องการพัฒนา
การพัฒนาสมรรถนะทรัพยากรบุคคลทางการศึกษามีพื้นฐานมาจากแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามความสามารถ (Competency-Based Human Resources Development) มีเป้าหมายสำคัญ คือ การช่วยให้บุคคล ทีมงาน และองค์กรพัฒนาศักยภาพของตนเพื่อบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ การประยุกต์ใช้ในการศึกษา คือ การจัดการศึกษาตามความสามารถ (Competency-Based Education) ที่ได้กำเนิดขึ้นในอเมริกาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1990 และแพร่หลายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย และประเทศอื่นๆ ท่ามกลางสถานการณ์และวิกฤตการณ์มากมายของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่าโลก VUCA ส่งผลให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการศึกษาแบบดั้งเดิม (Tradition Education) มาเป็นการจัดการศึกษายุคใหม่ซึ่งมุ่งเน้นการศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (Competency Based Education) ซึ่ง Lucia และ Lepsinger (1999) กล่าวว่ามันคือ "ระบบที่ออกแบบมาเพื่อระบุสมรรถนะหลักที่จำเป็นต่อความสำเร็จและประเมินบุคคล ทีมงาน และองค์กรโดยรวมโดยยึดตามสมรรถนะ(Competency) ที่ประกอบด้วยคุณลักษณะหลายประการของ บุคคลทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการผสมผสานระหว่างความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมหรือความสามารถ เพื่อให้สามารถดำเนินวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กรการศึกษา สามารถใช้เป็นวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานการศึกษาได้ อีกทั้งสามารถดำเนินการจัดการอย่างรวดเร็วทั้งในชีวิตส่วนตัวและในด้านวิชาชีพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามความสามารถจึงถือเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการจัดการทรัพยากรบุคคลยุคปัจจุบันที่สมรรถนะใหม่อันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีและการแปลงเป็นดิจิทัลที่มีความจำเป็นและกำลังถูกพัฒนาด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาแบบดิจิทัล การฝึกอบรมโดยยึดตามสมรรถนะ (CBT) เป็นรูปแบบหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยยึดตามสมรรถนะ การพัฒนาทักษะและความสามารถที่แม่นยำซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในอาชีพหรือวิชาชีพเป็นเป้าหมายหลักของวิธีการฝึกอบรม CBT ดังนั้น การพัฒนาทรัพยากรบุคลทางการศึกษาด้วยการสร้างระบบการพัฒนาและการเรียนรู้ตามความสามารถเพื่อเตรียมทรัพยากรบุคคลทางการศึกษาให้มีขีดความสามารถขั้นสูง จึงเป็นจุดเน้นสำคัญของการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และยังเป็นการเผชิญกับความท้าทายกับการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาสู่ยุคดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและมุ่งสู่อนาคต
ตอนที่ 1 แนวคิดการพัฒนาสมรรถนะบุคคลหรือการเรียนรู้ตามความสามารถ
แนวคิดการพัฒนาสมรรถนะบุคคลหรือการเรียนรู้ตามความสามารถ อยู่ภายใต้บริบทของ การจัดการศึกษาตามความสามารถ หรือ การเรียนรู้ตามความสามารถ (Competency-based Education /Learning /Training : CBE/CBL/CBT) ที่มีชื่อเรียกและความหมายสอดคล้องกัน คือ
การศึกษาตามความสามารถ (Competency-based Education : CBE) เป็นรูปแบบการศึกษา ที่มุ่งเน้นไปที่ผู้เรียนได้แสดงให้เห็นถึงทักษะหรือความรู้เฉพาะด้านก่อนที่จะก้าวหน้า แทนที่จะถูกผลักดันตามระยะเวลาที่กำหนด (การเรียนรู้ตามสมรรถนะ เน้นที่การเชี่ยวชาญทักษะมากกว่าเวลาที่ใช้ไปกับการศึกษา)
การเรียนรู้ตามความสามารถ (Competency-based Learning :CBL) เป็นแนวทางการศึกษาหรือเป็นรูปแบบการสอนที่เน้นผลลัพธ์เป็นหลัก ซึ่งผู้เรียนจะก้าวหน้าไปสู่การทำงานขั้นสูงยิ่งขึ้นโดยการเรียนรู้เนื้อหาและทักษะที่จำเป็นเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนมีความสามารถในการเรียนรู้ผ่านการแสดงออกถึงความรู้ ทักษะ ค่านิยม และทัศนคติที่จำเป็นสำหรับการจัดการกับสถานการณ์ในชีวิตจริงตามอายุและระดับที่เหมาะสม
การฝึกอบรมตามความสามารถ (Competency-based Training : CBT) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องแสดงออกถึงระดับความรู้และทักษะที่จำเป็น (ความสามารถ) ในการปฏิบัติงาน โดยได้รับการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมแต่ละโปรแกรมภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาชีพ
โดยภาพรวม ทั้ง CBE/CBL/CBT เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าบุคคลมีการเรียนรู้ ทำงานและประสบความสำเร็จในโลกที่เป็นจริง สามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายการเรียนรู้ในบริบทที่เกี่ยวข้อง มีทักษะ ความสามารถจากการฝึกอบรมพัฒนาด้วยวิธีการต่างๆ และนำไปสู่การใช้ในบริบทการปฏิบัติงานหรือการดำเนินชีวิต ทั้งนี้
แนวคิดการดำเนินงานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามความสามารถ
| องค์ประกอบระบบ CBE/CBL/CBT |
แนวทางการดำเนินงานพัฒนาระบบ CBE/CBL/CBT (หน่วยงาน/สถานศึกษา ควรต้องทำอะไร) |
|
1.การวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อการได้มาของสมรรถนะกลุ่มบุคคลที่จะพัฒนา 1.1 วิธีการได้มาของสมรรถนะ (Acquisition of Competency) 1.2 คำจำกัดความของสมรรถนะและการประยุกต์ใช้ 1.3 การศึกษาและตรวจสอบคำจำกัดความ 1.4 การออกแบบมาตรฐานสมรรถนะ 1.5 การกำหนดกรอบ/สร้างโมเดลสมรรถนะ 1.6 การกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้สมรรถนะ |
หน่วยงาน/สถานศึกษา มีความรู้พื้นฐานการวิเคราะห์สังเคราะห์ความสามารถหรือไม่ เช่น 1.เทคนิคการวิเคราะห์สมรรถนะ เช่น Functional Analysis, การวิเคราะห์บทบาท 2.การออกแบบมาตรฐานสมรรถนะ 3.การเขียนคำจำกัดความและการเขียนข้อความสมรรถนะ 4.กระบวนการสร้างกรอบ/โมเดลสมรรถนะ 5.การกำหนดรายละเอียด 6.การกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้สมรรถนะ |
|
2.กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะ หรือรูปแบบการฝึกอบรมทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะ 1.กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคล 2.รูปแบบการฝึกอบรมทรัพยากรบุคคล |
1.กลยุทธ์ที่องค์กรจะใช้ในการพัฒนาสมรรถนะบุคคล คืออะไร 2.การฝึกอบรมตามสมรรถนะ (CBT) 3.การใช้ CBT ในการสร้างความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในอาชีพหรือวิชาชีพ |
|
3.การประเมินการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะ: 1.การกำหนดรูปแบบการประเมินการพัฒนาสมรรถนะทรัพยากรบุคคล 2.การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ 3.การพัฒนาเครื่องมือประเมินสมรรถนะฯ |
1.การออกแบบการประเมินสมรรถนะทรัพยากรบุคคลสำหรับรูปแบบที่ใช้ 2.การประเมินเพื่อพัฒนาและการประเมินผลสรุป(Formative -Summative Assessment) 3.การสร้างเครื่องมือประเมินสมรรถนะต่างๆ |
แนวคิดการดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามระบบการศึกษาตามความสามารถ
ผู้เขียนได้ประมวลแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทางการศึกษาตามสมรรถนะ โดยใช้ AI พบว่า การสร้างระบบการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะ ที่มีประสิทธิภาพ นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นและสร้างความสำเร็จแก่องค์กร มีนิยามและแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
นิยาม (Definition) ระบบการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะ หมายถึง การมุ่งเน้นการสร้างทักษะและความสามารถ (สมรรถนะ) ที่เฉพาะเจาะจงและวัดผลได้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร มีจุดเน้นสำคัญ คือ การเรียนรู้เฉพาะบุคคล การประเมินอย่างสม่ำเสมอ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและประสิทธิผลขององค์กร
แนวทางปฏิบัติ (Guideline) สำหรับการนำระบบ HRD โดยยึดตามสมรรถนะไปใช้ มีดังนี้
1. การระบุสมรรถนะหลัก (Identify Core Competencies) ประกอบด้วย
- กำหนดความต้องการขององค์กร (Organizational Needs)คือ กำหนดความรู้ ทักษะ และ
ความสามารถเฉพาะ (KSA) ที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในบทบาทต่างๆ ภายในองค์กร
- กำหนดกรอบสมรรถนะ (Competency Framework)คือ สร้างกรอบสมรรถนะที่ระบุสมรรถนะ
หลัก สมรรถนะเฉพาะงาน สมรรถนะด้านความเป็นผู้นำ และ อื่นๆ
- รวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(Stakeholder Input)คือ ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก รวมถึง
บุคลากร ผู้จัดการ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีส่วนร่วมในกระบวนการระบุสมรรถนะ
2. การประเมินช่องว่างด้านสมรรถนะ (Assess Competency Gaps) ประกอบด้วย
- ประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation)คือ นำสมรรถนะจากกรอบสมรรถนะ
มาประเมินสมรรถนะปัจจุบันของบุคลากรผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน และวิธีการอื่นๆ
- วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) คือ การระบุช่องว่างระหว่างสมรรถนะปัจจุบันของบุคลากร
และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับบทบาทหน้าที่
- ให้ข้อเสนอแนะและการโค้ช (Feedback and Coaching)คือให้ข้อเสนอแนะและการโค้ชที่
สร้างสรรค์เพื่อช่วยให้บุคลากรเข้าใจถึงแนวทางในการพัฒนาตามความต้องการ
3. พัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมตามเป้าหมาย (Develop Targeted Training Programs)ประกอบด้วย
- กำหนดการเรียนรู้ที่ปรับแต่งได้ (Customized Learning)คือ ออกแบบหลักสูตรหรือโปรแกรมการ
ฝึกอบรมที่ตอบสนองช่องว่างสมรรถนะเฉพาะและความต้องการในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
- ใช้วิธีการฝึกอบรมที่หลากหลาย (Diverse Delivery Methods) คือ ใช้วิธีการฝึกอบรมที่หลากหลาย
เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรออนไลน์ การให้คำปรึกษา และการฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน
- มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ (Focus on Practical Application)คือ เน้นการประยุกต์ใช้
ในทางปฏิบัติและสถานการณ์จริง เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดความรู้และการพัฒนาทักษะ
4. ดำเนินการจัดการตามสมรรถนะ (Implement Competency-Based Performance Management)
- การประเมินอย่างสม่ำเสมอ (Regular Assessment) คือ ดำเนินการประเมินอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อติดตามความก้าวหน้าของบุคลากรและระบุจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม
- ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน (Performance Feedback) คือ ให้ข้อเสนอแนะ
เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งเน้นทั้งจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง
- การพัฒนาอาชีพ (Career Development) คือ บูรณาการการพัฒนาตามสมรรถนะเข้ากับการ
วางแผนอาชีพและการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง
5. ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Foster a Culture of Continuous Learning)
- สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ (Learning Environment) คือ สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่
เอื้ออำนวย ส่งเสริมให้บุคลากรแสวงหาความรู้และทักษะใหม่ๆ
- การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) คือ ส่งเสริมการแบ่งปันความรู้และการทำงาน
ร่วมกันระหว่างบุคลากร
- การสนับสนุนด้านภาวะผู้นำ (Leadership Support) คือ ให้การสนับสนุนด้านภาวะผู้นำในการ
พัฒนาบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
6. ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี (Leverage Technology) ประกอบด้วย
- ระบบการจัดการการเรียนรู้ (Learning Management Systems : LMS) คือ ใช้
แพลตฟอร์ม LMS เพื่อจัดการฝึกอบรมออนไลน์ ติดตามความก้าวหน้าของบุคลากรและจัดการเรียนรู้
- ระบบการจัดการสมรรถนะ (Competency Management Systems)คือ นำระบบมาใช้เพื่อ
ติดตามสมรรถนะ ระบุช่องว่างทักษะ และจัดการบุคลากรที่มีความสามารถ
- เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) คือ ใช้เครื่องมือดิจิทัลสำหรับการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน
และการแบ่งปันความรู้
7. ประเมินและปรับปรุง (Evaluate and Refine) ประกอบด้วย
- การประเมินโครงการ (Program Evaluation)คือประเมินประสิทธิภาพของโครงการฝึกอบรม
อย่างสม่ำเสมอและปรับเปลี่ยนตามความจำเป็น
- การประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) คือ ประเมินผลกระทบของการพัฒนา
ทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและผลลัพธ์ขององค์กร
- การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)คือปรับปรุงระบบการพัฒนา
ทรัพยากรบุคคลตามสมรรถนะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาและเป้าหมายขององค์กร
…………………………………………….
หมายเหตุ ขออภัยที่ยังไม่สามารถ Download pdf file ได้ในขณะนี้