ผู้เชี่ยวชาญชี้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) กำลังเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงทั่วโลก แต่กลับถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย มีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า หากไม่รักษา โรคเหล่านี้ไม่ได้แค่สร้างปัญหาฉับพลัน แต่ยังนำไปสู่ปัญหาระบบสืบพันธุ์ระยะยาว กระทบผู้หญิงทุกภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

งานวิจัยล่าสุดที่ทบทวนโดยหน่วยงานสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่า อัตราการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยอย่าง หนองในเทียม (คลามิเดีย) หนองในแท้ และซิฟิลิส กำลังเพิ่มสูงขึ้นน่าตกใจ หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รักษา อาจลุกลามเงียบๆ จนเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) และตามมาด้วยภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ รายงานทบทวนปี 2024 ใน Drug Topics ระบุว่า ผู้หญิงหลายล้านคนในแต่ละปี เสี่ยงที่จะเจอปัญหาระบบสืบพันธุ์เสียหายถาวรจากโรคที่จริงๆ แล้วป้องกันและรักษาให้หายได้

ข้อมูลนี้น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับคนไทย แม้ประเทศไทยจะเคยได้รับการชื่นชมเรื่องการรณรงค์ป้องกันเอชไอวี/เอดส์อย่างแข็งขัน แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดชี้แนวโน้มที่น่าเป็นห่วง คืออัตราการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดที่รักษาหายได้กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนในเมือง องค์การอนามัยโลกเตือนว่า การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างหนองในเทียม เป็นสาเหตุสำคัญที่ป้องกันได้ของภาวะมีบุตรยากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทัศนคติทางสังคมและความเข้าใจเรื่องสุขภาพทางเพศที่ไม่ถูกต้อง กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการตรวจเจอและรักษาแต่เนิ่นๆ (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก)

ข้อเท็จจริงสำคัญจากงานวิจัยทั่วโลกตอกย้ำว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักไม่แสดงอาการ เช่น หนองในเทียมและหนองในแท้ โดยเฉพาะในผู้หญิง กว่าจะรู้ตัวก็เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแล้ว มีการประมาณกันว่า กว่า 60% ของผู้หญิงที่ติดเชื้อหนองในเทียมไม่มีอาการใดๆ เลย แต่การติดเชื้อเรื้อรังนี้กลับเพิ่มความเสี่ยงมีบุตรยากถึงสองเท่า เพราะทำให้เกิดแผลเป็นในระบบสืบพันธุ์ (ข้อมูลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จาก CDC) นอกจากเรื่องภาวะเจริญพันธุ์แล้ว โรคเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับการตั้งครรภ์นอกมดลูก การแท้ง การคลอดก่อนกำหนด และเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพย้ำว่า การสร้างความตระหนักรู้ การตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ และการรักษาที่ทันท่วงทีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยเจริญพันธุ์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านหนึ่งกล่าวว่า “ทัศนคติเชิงลบในสังคมและความไม่รู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โรคแพร่กระจายไปเงียบๆ ผู้ป่วยจำนวนมากมักจะมาหาหมอเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแล้ว” แนวทางการแพทย์ปัจจุบันจึงเน้นย้ำให้ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี ไม่ใช่แค่ตอนมีอาการ โดยเฉพาะผู้หญิงอายุน้อยกว่า 25 ปี

ระบบสาธารณสุขไทยมีบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่โรงพยาบาลรัฐและคลินิกชุมชน อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์ ชี้ว่า หลายคนยังอายหรือไม่กล้าไปตรวจเพราะกลัวสังคมตัดสิน ดังที่เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขท่านหนึ่งให้ข้อสังเกตว่า “เราต้องทำให้การพูดคุยเรื่องสุขภาพทางเพศเป็นเรื่องปกติ และส่งเสริมบริการตรวจโรคที่เป็นความลับ ปราศจากการตัดสิน การเข้าถึงการดูแลแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญในการปกป้องภาวะเจริญพันธุ์และสุขภาพที่ดีในระยะยาว”

ในอดีต วัฒนธรรมไทยให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยและการเก็บเรื่องเพศไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แม้จะมีข้อดี แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดและความลังเลที่จะไปตรวจหรือพูดคุยเรื่องความเสี่ยงโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงสาว ผู้ประสานงานโครงการอาวุโสจากองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสุขภาพสตรีในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่งกล่าวว่า “เรามีการรณรงค์ป้องกันเอชไอวีที่เข้มแข็งมาก แต่เราต้องการการรับรู้ในระดับเดียวกันสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะเมื่อมันส่งผลเสียต่ออนามัยเจริญพันธุ์ไม่แพ้กัน”

มองไปข้างหน้า นักวิจัยเตือนว่า หากไม่มีการให้ความรู้ด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นขึ้นและการตรวจคัดกรองที่เข้าถึงง่าย ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับวิกฤตภาวะมีบุตรยากที่รุนแรงขึ้น อัตราโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พุ่งสูงยังหมายถึงภาระทางเศรษฐกิจที่หนักอึ้งต่อระบบสาธารณสุข เพราะค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนรุนแรงนั้นสูงกว่าค่าป้องกันและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างมหาศาล (ข้อมูลสรุปจาก UNICEF Asia)

จึงอยากแนะนำให้คนไทยหันมาป้องกันตนเองเชิงรุก เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน และรีบปรึกษาแพทย์หากมีข้อกังวล สำหรับผู้ปกครองและครู อาจารย์ การส่งเสริมเพศศึกษาที่ครอบคลุม ทั้งเรื่องความเสี่ยงของโรค การป้องกัน และความสำคัญของการตรวจเจอแต่เนิ่นๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง “เราต้องส่งเสริมให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง มีความรู้และเครื่องมือในการปกป้องอนามัยเจริญพันธุ์ของตัวเอง” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อทางระบบสืบพันธุ์จากโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ ท่านหนึ่งแนะนำ

เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ประเทศไทยควรต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขที่มีอยู่ ขยายบริการตรวจโรคที่เป็นความลับและเข้าถึงง่าย แก้ไข้อุปสรรคทางวัฒนธรรม และให้ความสำคัญกับสุขภาพสตรีเป็นวาระแห่งชาติ ขอให้ทุกคนมองว่าการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ คือส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพตามปกติ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องภาวะเจริญพันธุ์ ความมั่นคงของครอบครัว และสุขภาพที่ดีของคนรุ่นต่อไป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้จากกรมควบคุมโรค (ddc.moph.go.th) ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน และสถานพยาบาลที่ไว้วางใจได้