กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อมีชายคนหนึ่งป่วยเป็นโรคผิวหนังขั้นรุนแรงหลังจากใส่เสื้อผ้ามือสองที่ซื้อมาโดยไม่ได้ซักก่อน จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจแฝงมากับแฟชั่นเสื้อผ้ามือสอง กรณีนี้ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้บริโภคชาวไทยไม่น้อย เพราะร้านค้าเสื้อผ้ามือสองยังคงฮิตติดลมบน ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและกระแสความยั่งยืนที่มาแรง
ตามรายงานของ New York Post ชายคนดังกล่าวเริ่มมีอาการทางผิวหนังรุนแรง ทั้งคันอย่างหนัก มีผื่นขึ้น และผิวหนังบวม หลังจากสวมเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อจากร้านขายของมือสองได้ไม่นาน เมื่อไปตรวจร่างกายก็ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อทางผิวหนังชนิดแพร่กระจายได้ ซึ่งเกิดจากเชื้อโรคที่ตกค้างอยู่บนเสื้อผ้านั่นเอง แม้จะไม่ได้เปิดเผยชื่อโรคที่แน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญมักชี้ถึงความเสี่ยงของโรคอย่างหิด เชื้อรา หรือการติดเชื้อแบคทีเรียในกรณีที่คล้ายคลึงกัน
สำหรับคนไทย เรื่องนี้ยิ่งน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เต็มไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้ามือสองและตลาดของเก่า ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งจากเทรนด์แฟชั่นของคนรุ่นใหม่และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ หลายคนมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสความนิยมทั่วโลกที่เน้นเรื่องการรีไซเคิลที่ยั่งยืนและราคาเข้าถึงง่าย ซึ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาซื้อของมือสองแทนของใหม่ อย่างไรก็ตาม ดังที่ข่าวนี้ชี้ให้เห็น ความสะดวกสบายและราคาที่เป็นมิตรของเสื้อผ้ามือสองอาจมาพร้อมกับภัยเงียบ หากเราละเลยเรื่องสุขอนามัยที่เหมาะสม
ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ออกมาเตือนนานแล้วว่า เสื้อผ้าใช้แล้วที่ไม่ผ่านการทำความสะอาด อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหลากหลายชนิด ทั้งแบคทีเรียอย่าง Staphylococcus aureus เชื้อรา และไรปรสิต จากการทบทวนงานวิจัยในปี 2023 ในวารสาร Clinical Dermatology พบว่า แม้การติดเชื้อจากเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนจะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็อาจมีการรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง ส่วนหนึ่งเพราะคนทั่วไปยังขาดความตระหนักในเรื่องนี้ บทความทบทวนชิ้นนั้นระบุว่า “การแพร่กระจายของเชื้อโรคทางผิวหนังผ่านเสื้อผ้าเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้” (PubMed)
แพทย์ผิวหนังชั้นนำท่านหนึ่งจากโรงพยาบาลศิริราช ได้ให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า “เสื้อผ้ามือสองอาจปนเปื้อนเหงื่อไคล เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และเชื้อโรคขนาดเล็กจากเจ้าของเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเสื้อผ้าเหล่านั้นไม่ได้ถูกซักทำความสะอาดก่อนนำมาขายต่อ การซักอย่างพิถีพิถันและการรีดด้วยความร้อนสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ส่วนใหญ่” ท่านเน้นย้ำว่าผู้บริโภคชาวไทยควรใส่ใจตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสื้อผ้ามือสองทุกชิ้นผ่านกระบวนการทำความสะอาดที่เหมาะสมก่อนนำมาสวมใส่
ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขของไทยเองก็เคยกล่าวถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามือสอง โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่นำเข้ามาและผ่านมือมาหลายทอดกว่าจะถึงมือผู้บริโภค แม้จะมีข้อบังคับมาตรฐานที่กำหนดให้ผู้ประกอบการซักรีดเชิงพาณิชย์ต้องฆ่าเชื้อเสื้อผ้าเหล่านี้ แต่การบังคับใช้อาจไม่ทั่วถึงในตลาดที่ไม่เป็นทางการ เจ้าหน้าที่อาวุโสท่านหนึ่งจากกรมควบคุมโรค เคยกล่าวไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อปี 2565 ว่า “เราขอแนะนำอย่างยิ่งให้ซักเสื้อผ้ามือสองทุกชิ้นให้สะอาดหมดจดในน้ำร้อนผสมผงซักฟอก และถ้าเป็นไปได้ ควรตากแดดจัดๆ ก่อนนำมาใช้ วิธีนี้สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางผิวหนังได้อย่างมาก” (Bangkok Post)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ การติดเชื้อบางชนิดที่มาจากเสื้อผ้า เช่น โรคหิด หรือเชื้อราบางประเภท อาจใช้เวลาสักพักกว่าจะแสดงอาการ ทำให้ยากต่อการสืบหาต้นตอ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อท่านหนึ่งจากโรงพยาบาลรามาธิบดี อ้างถึงจำนวนผู้ป่วยนอกที่เพิ่มขึ้นซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับการสัมผัสเสื้อผ้ามือสองว่า “เราพบผู้ป่วยที่มารายงานอาการคันตามผิวหนังหรือมีผื่นแปลกๆ หลังจากไปช้อปปิ้งตามตลาดนัดเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรงและรักษาหายได้ แต่ในบางรายที่พบไม่บ่อย อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ”
ความผูกพันของคนไทยกับแฟชั่นเสื้อผ้ามือสองนั้นมีรากฐานมาจากอดีต ตลาดเสื้อผ้ามือสองในประเทศมีมานานหลายสิบปี เป็นแหล่งเสื้อผ้าราคาประหยัดสำหรับชุมชนในชนบทและผู้มีรายได้น้อยในเมือง ยิ่งเมื่อมีการเติบโตของโซเชียลมีเดีย ตลาดออนไลน์ และอีเวนต์แฟชั่นแบบ “ป๊อปอัพ” สินค้าเหล่านี้ยิ่งฝังรากลึกในวัฒนธรรมท้องถิ่นและกระแสความยั่งยืนในวงกว้าง การที่คนดังหันมาใช้และเทรนด์ “ย้อนยุค” ที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ ก็ยิ่งทำให้การซื้อของมือสองกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น
แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ย้ำว่าสุขอนามัยที่เหมาะสมสามารถกำจัดอันตรายส่วนใหญ่ได้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Hospital Infection ชี้ว่า การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าตามมาตรฐาน โดยใช้ผงซักฟอกที่อุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส สามารถกำจัดเชื้อโรคส่วนใหญ่ให้สิ้นฤทธิ์ได้ การตากแดดจัดยิ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพนี้ เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดก็มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ดังที่ผู้เขียนหลักของงานวิจัยกล่าวไว้ว่า “การติดเชื้อส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้านั้นสามารถป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการซักรีดที่ถูกวิธี”
มองไปข้างหน้า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนว่า การขยายตัวของตลาดสินค้ามือสองอันเนื่องมาจากความลำบากทางเศรษฐกิจหลังช่วงโรคระบาด อาจทำให้ผู้คนมีโอกาสสัมผัสกับสินค้าที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสมมากขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคและกระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณาจัดทำแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ครั้งใหม่ รวมถึงการตรวจสอบผู้ค้าปลีก และจัดโครงการให้ความรู้ที่มุ่งเป้าไปที่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อเสื้อผ้ามือสอง
สำหรับผู้อ่านชาวไทย คำแนะนำสำคัญนั้นชัดเจน: ควรซักและรีดเสื้อผ้ามือสองทุกครั้งก่อนนำมาใช้ เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหากเป็นไปได้ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติทางผิวหนังหลังสัมผัสเสื้อผ้ามือสอง หากมีอาการ เช่น คันไม่หยุด มีผื่น หรือบวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการ การปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยขั้นพื้นฐานไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องสุขภาพของเราเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อกระแสแฟชั่นยั่งยืนที่กำลังเติบโตนี้ด้วย
แหล่งข้อมูล: