ผลการวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่โดย MedicalXpress ชี้ว่า พฤติกรรมเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ค่อยออกกำลังกาย กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยวัยผู้ใหญ่เร็วกว่าที่เคยเข้าใจกัน โดยพบว่าสัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏชัดเจนตั้งแต่อายุ 36 ปี สร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและภาครัฐในไทย เนื่องจากปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา หลายคนมักเชื่อว่าผลเสียจากการสูบบุหรี่ ดื่มจัด และขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย จะเกิดขึ้นกับคนวัยกลางคนหรือสูงวัยเท่านั้น ทำให้แคมเปญรณรงค์ด้านสุขภาพส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มอายุนี้ แต่ข้อมูลจากการติดตามสุขภาพระยะยาวในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้กลับหักล้างความเชื่อเดิม โดยพบว่าสัญญาณเตือนภัยจากพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้เริ่มแสดงผลก่อนอายุ 40 ปีเสียอีก ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการสร้างนิสัยรักสุขภาพตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เพื่อประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ข้อมูลสำคัญจากการวิจัยระบุว่า กลุ่มคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพโดยรวมที่แย่กว่ากลุ่มที่ดูแลสุขภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่อายุ 36 ปี ทั้งในแง่สมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด ระบบเผาผลาญ และมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง และเบาหวานในระยะเริ่มต้น “ข้อมูลนี้บ่งชี้ชัดเจนว่า ผลกระทบสะสมจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยสามสิบ ไม่ใช่แค่ตอนอายุมาก” หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวกับ MedicalXpress (MedicalXpress, 2025)

ในบริบทของไทย แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขได้เตือนถึงภัยจากบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาโดยตลอด ซึ่งยังคงเป็นเรื่องปกติในหลายสังคม ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเผยว่า ผู้ใหญ่ไทยราว 18% ยังคงสูบบุหรี่ และกว่า 30% ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ประกอบกับวิถีชีวิตคนเมืองที่เคลื่อนไหวน้อยลง กรมควบคุมโรคย้ำว่า ปัจจัยเหล่านี้คือตัวการสำคัญที่ทำให้สถานการณ์โรค NCDs ในไทยรุนแรงขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ (WHO Thailand)

“ในวัฒนธรรมไทย การดื่มหรือสูบบุหรี่ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าสังคม หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าผลเสียจะตามมาตอนแก่ แต่ความจริงคือร่างกายเราได้รับผลกระทบเร็วกว่านั้นมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงาน และนักศึกษา” นักวิเคราะห์นโยบายสาธารณสุขจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็น

งานวิจัยระดับนานาชาติ เช่น โครงการ UK Biobank ในสหราชอาณาจักร และการศึกษาขนาดใหญ่หลายชิ้นในเอเชีย ต่างก็ให้ผลไปในทิศทางเดียวกันว่า พฤติกรรมเสี่ยงในวัยหนุ่มสาวส่งผลเสียสะสมในระยะยาว (BMJ, 2020) งานวิจัยชิ้นใหม่นี้จึงยิ่งเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยและต้องแบกรับภาระด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

สำหรับคนหนุ่มสาวไทย โดยเฉพาะที่อาศัยในเมืองใหญ่ ความกดดันจากการเรียนและการทำงาน บวกกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นความสะดวกสบายและใช้เวลาอยู่หน้าจอมากขึ้น ทำให้มีกิจกรรมทางกายน้อยลง ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลว่า “คนรุ่นใหม่กำลังสร้างพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นี่คือสัญญาณเตือนที่ทำให้เราต้องเร่งลงทุนในโครงการส่งเสริมสุขภาพ เพิ่มพื้นที่ปลอดบุหรี่ และบังคับใช้มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง”

แม้สถานศึกษาในเมืองจะพยายามให้ความรู้เรื่องโทษของบุหรี่และสุราอย่างต่อเนื่อง แต่จากประสบการณ์จริง พบว่าสภาพแวดล้อมการเรียนที่แข่งขันสูงและเคร่งเครียด โดยเฉพาะในสถาบันชั้นนำ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการสูบหรือดื่มเพื่อคลายเครียด “หลายคนเริ่มสูบบุหรี่หรือดื่มสังสรรค์กับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยไม่ทันคิดว่าผลเสียมันเริ่มก่อตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว” ผู้อำนวยการหน่วยบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกล่าว

สำหรับแนวทางแก้ไขในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสาร โดยเน้นผลกระทบระยะสั้นที่วัยรุ่นและคนหนุ่มสาวให้ความสนใจ เช่น ผลต่อรูปลักษณ์ สมรรถภาพ หรือความเครียด นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ในไทย ควรเข้ามามีบทบาทในการรณรงค์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาครัฐและเอกชนสามารถร่วมมือกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินเท้า เพิ่มพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือส่งเสริมโปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน

คำแนะนำง่ายๆ ที่ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที คือ การจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีควันบุหรี่ ลองใช้แอปพลิเคชันนับก้าวเดิน หรือเข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายในชุมชน หน่วยงานท้องถิ่นเองก็ควรสนับสนุนให้มีศูนย์กีฬาหรือลานกิจกรรมใกล้บ้าน จัดกิจกรรมส่งเสริมการเคลื่อนไหวในโรงเรียน ควบคู่ไปกับการสอนทักษะการจัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน

ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็มของ MedicalXpress (MedicalXpress, April 2025) รวมถึงศึกษาคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสม แนวทางการเลิกบุหรี่ และการออกกำลังกายตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO Guidelines)

การที่แวดวงสาธารณสุขทั้งในและต่างประเทศตระหนักว่าผลเสียจากพฤติกรรมเสี่ยงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยเชื่อกัน ทำให้การปลูกฝังแนวคิดป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ในวัยหนุ่มสาวกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด ไม่ควรรอจนถึงวัยกลางคนอีกต่อไป เพราะหากปล่อยปละละเลย คนรุ่นใหม่อาจต้องเผชิญปัญหาสุขภาพก่อนวัย 40 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้