หลายสิบปีมานี้ ผู้หญิงไทยและทั่วโลกนับล้านคนใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกันท้อง แต่ยังช่วยเรื่องสิว ลดปวดประจำเดือน และปรับสมดุลฮอร์โมน แต่ในยุคที่คนรุ่นใหม่ในไทยเปิดอกคุยเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องเพศกันมากขึ้น ก็มีคำถามคาใจแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ว่า “เอ๊ะ ยาคุมนี่นอกจากคุมกำเนิดแล้ว มันทำให้เราชอบหรือไม่ชอบแฟนเปลี่ยนไปได้ด้วยเหรอ?” จากความเห็นผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัย และประสบการณ์จริง เราจะมาดูกันว่ายาคุมฮอร์โมนมีเอี่ยวกับสเป็คหนุ่มในฝัน หรือทำให้ใจเราไขว้เขวได้จริงแค่ไหน
เรื่องนี้ถือว่าสำคัญไม่น้อย เพราะมันโยงใยไปถึงความรู้สึกผูกพันและความสุขในชีวิตคู่ระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้หญิงไทยและคู่รักหลายคู่ให้ความสำคัญ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติก็ชี้ว่าผู้หญิงไทยในวัยเจริญพันธุ์กว่า 60% ใช้วิธีคุมกำเนิด การทำความเข้าใจผลข้างเคียงของยาคุม ทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจะได้ตัดสินใจเรื่องสุขภาพและการคุมกำเนิดได้อย่างรอบด้าน
ข้อมูลจาก Tyla โดย ดร. เดโบราห์ ลี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศและสุขภาพการเจริญพันธุ์ อธิบายว่า หลักการทำงานทางชีววิทยาของยาคุมจริงๆ แล้วไม่ซับซ้อน คือการเติมฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์เข้าไป เพื่อหยุดการตกไข่และป้องกันการตั้งครรภ์ แต่เนื่องจากฮอร์โมนเหล่านี้ก็มีบทบาทในการควบคุมอารมณ์ พลังงาน และการทำงานทางเพศด้วย ก็ไม่น่าแปลกใจที่อาจส่งผลต่อความต้องการทางเพศได้ และนั่นอาจส่งผลกระทบไปถึงแรงดึงดูดที่มีต่อคนรัก ดร. ลี กล่าวว่า “ยาคุมอาจมีผลต่อการทำงานทางเพศในหลายๆ ด้าน รวมถึงความต้องการทางเพศ แต่ถามว่ายาคุมจะส่งผลต่อการเลือกคู่ของผู้หญิงด้วยไหมนั้น อันนี้ยังฟันธงไม่ได้ค่ะ” เธอย้ำว่า ผลวิจัยก็มีทั้งที่สนับสนุนและคัดค้าน เลยยังสรุปแน่ชัดไม่ได้ (Tyla)
งานวิจัยหลายชิ้นช่วยให้เห็นภาพเรื่องนี้ชัดขึ้น เช่น การทดลองหนึ่งที่ ดร. ลี ยกตัวอย่าง ที่ให้ผู้หญิงปรับแต่งใบหน้าผู้ชายในรูปให้เป็น “ผู้ชายในฝัน” ก่อนเริ่มกินยาคุม และทำอีกครั้งหลังใช้ยาไป 3 เดือน ผลปรากฏว่า พอใช้ยาคุมแล้ว ผู้หญิงมีแนวโน้มจะชอบหน้าผู้ชายที่ดูละมุนขึ้น หรือมีความเป็นชายน้อยลง (less masculine) ซึ่งต่างจากตอนที่ไม่ได้ใช้ยาคุม ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบใบหน้าที่ดูคมเข้ม มีความเป็นชายสูง ในช่วงไข่ตก ผลการทดลองนี้ชี้ว่าฮอร์โมนในยาคุมอาจมีส่วนปรับเปลี่ยนสเป็คได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ (Cosmopolitan)
ในแง่งานวิจัยก็ยังมีความเห็นต่างกันอยู่ บางงาน เช่น บทวิเคราะห์โดย ดร. ซาร่า อี. ฮิลล์ พบว่าผู้หญิงบางคนที่คบหากับแฟนในช่วงที่กินยาคุมอยู่ พอหยุดยาแล้ว พบว่าแรงดึงดูดทางเพศต่อคนรักลดลง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน (Sarah E. Hill, PhD) ขณะที่บทความปี 2022 ในวารสาร Human Reproduction ก็เจอผลลัพธ์ที่หลากหลายเกี่ยวกับ “สมมติฐานความสอดคล้อง” (ที่ว่าความพึงพอใจในคู่รักจะขึ้นอยู่กับว่าตอนเริ่มคบกันนั้นใช้ยาคุมอยู่หรือไม่) (PubMed) บางคนรู้สึกว่าแรงดึงดูดเปลี่ยนไปจริง แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่รู้สึกว่ามีความแตกต่างทางจิตวิทยาอะไรเป็นพิเศษ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่อง ‘กลิ่น’ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยในการเลือกคู่ มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาคุมฮอร์โมน มักจะชอบกลิ่นตัวของผู้ชายที่มีระบบภูมิคุ้มกัน (ยีน HLA) แตกต่างจากตัวเองทางพันธุกรรม ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยให้ลูกที่เกิดมาแข็งแรงกว่า แต่พอใช้ยาคุม ผู้หญิงกลับชอบกลิ่นตัวผู้ชายที่มีระบบภูมิคุ้มกันคล้ายกับตัวเอง ดร. ลี และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ จึงตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความชอบหรือความพอใจในตัวคนรักเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อหยุดยาคุม (Yahoo Life UK, Psychology Today, ScienceDirect: Human Reproduction)
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ยาคุมกำเนิดรุ่นใหม่ๆ ไม่น่าใช่ปัจจัยหลักที่ชี้เป็นชี้ตายว่าคุณจะรักใคร ความสุขในชีวิตคู่และเรื่องบนเตียงมันมีองค์ประกอบเยอะแยะ ตั้งแต่ความผูกพันทางใจ การสื่อสาร ค่านิยมส่วนตัว ไปจนถึงการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ดร. ลี ย้ำว่า “แรงดึงดูดทางเพศมันซับซ้อนมากค่ะ ยาคุมเป็นแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้น… ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องเซ็กส์ในชีวิตคู่ ควรเปิดใจคุยกันตรงๆ กระชับความสัมพันธ์ทางกาย และหาเวลาทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน”
สำหรับสาวไทย คำแนะนำนี้ก็สอดคล้องกับทั้งหลักจิตวิทยาความสัมพันธ์แบบตะวันตก และความเชื่อเรื่อง ‘คู่สร้างคู่สม’ หรือ ‘เคมีที่เข้ากัน’ ของบ้านเรา ซึ่งล้วนมองว่าความรัก ความผูกพัน และการเข้ากันได้ระยะยาวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีหลายมิติ
ในทางการแพทย์ ยาคุมอาจทำให้ผู้หญิงส่วนน้อยมีความต้องการทางเพศลดลง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสเป็คหรือความชอบในตัวคนรักจะเปลี่ยนไปเสมอไป ดร. ลี แนะนำว่า หากรู้สึกว่าความต้องการทางเพศลดลง หรือความสุขทางเพศน้อยลง ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกวางแผนครอบครัว แทนที่จะหยุดยาไปดื้อๆ “มีวิธีคุมกำเนิดตั้ง 15 แบบ และมีทางเลือกสำหรับผู้หญิงทุกคนเสมอค่ะ” เธอให้ความมั่นใจ พร้อมเสริมว่าวิธีคุมกำเนิดแบบอื่น เช่น ยาฝัง ยาฉีด ยาคุมยี่ห้ออื่น หรือห่วงอนามัย อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดผลข้างเคียงได้ (Tyla)
สำหรับบริบทสังคมไทย ในยุคที่คนรุ่นใหม่และคนเมืองเปิดอกคุยเรื่องสุขภาพทางเพศกันมากขึ้น ทัศนคติแง่ลบหรือการตีตราเรื่องยาคุมและปัญหาทางเพศก็เริ่มลดน้อยลง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงในพื้นที่ห่างไกลหรือชนบทอาจยังเผชิญข้อจำกัด เช่น การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง หรืออาจเข้าใจผิดว่าความรู้สึกดึงดูดหรือความต้องการที่เปลี่ยนไปเป็นความผิดของตัวเองหรือเป็นปัญหาในความสัมพันธ์ ตรงนี้จึงต้องการการให้ความรู้และคำแนะนำที่เข้าถึงง่าย เหมาะสมกับบริบท และเคารพความเชื่อทางวัฒนธรรมมากขึ้น
แม้ว่าไทยจะเคยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการวางแผนครอบครัวอย่างสูงในอดีต แต่การพูดคุยเรื่องเพศศึกษาและความสัมพันธ์อย่างเปิดอกเพิ่งจะแพร่หลายมากขึ้นในระยะหลังๆ นี้ การให้ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งผลกระทบทางกายและใจของยาคุม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้คู่รักยุคใหม่เข้าใจและรับมือกับประเด็นเหล่านี้ได้โดยไม่ตื่นตระหนก
ในอนาคต การวิจัยเรื่องฮอร์โมนกับแรงดึงดูดคงจะยิ่งซับซ้อนและน่าค้นหามากขึ้น อาจมีการแพทย์ที่แม่นยำมากขึ้น สามารถเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกับลักษณะทางพันธุกรรมและจิตใจของแต่ละคน เพื่อลดผลข้างเคียงให้เหลือน้อยที่สุด และเมื่อสังคมไทยเปิดกว้างเรื่องสุขภาพทางเพศมากขึ้น ผู้คนและคู่รักก็จะมีความรู้และเครื่องมือในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลกับผลกระทบเล็กน้อยที่ฮอร์โมนอาจมีต่อความรู้สึกมากเกินไป
สำหรับสาวๆ ชาวไทยที่กำลังกังวลหรือสงสัยว่าการใช้ยาคุมจะส่งผลต่อความรักอย่างไร คำแนะนำก็คือ ลองเปิดใจคุยกับแฟนและปรึกษาคุณหมอ คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ของตัวเอง และไม่ต้องตกใจถ้าความรู้สึกมันมีขึ้นๆ ลงๆ บ้าง แต่ถ้ายังรู้สึกว่ามีปัญหา ลองปรึกษาคุณหมอเพื่อเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด หรือไปที่คลินิกวางแผนครอบครัวก็น่าจะช่วยได้
ท้ายที่สุดแล้ว ความรักของแต่ละคู่ก็ไม่เหมือนกัน แรงดึงดูดใจมันเปลี่ยนไปได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่เรื่องยาคุมอย่างเดียว และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยความเข้าใจ เปิดใจ และความเห็นอกเห็นใจ ทั้งต่อตัวเองและคนรัก จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณแข็งแรงและมีความสุขยิ่งขึ้น
แหล่งข้อมูล: