พ่อแม่หลายคนคงปวดหัวไม่น้อย เวลาลูกงอแงไม่อยากไปโรงเรียนตอนเช้า โดยเฉพาะหลังโควิด-19 ผ่านไป ปัญหานี้ดูจะหนักข้อขึ้น ล่าสุด มีงานวิจัยทั้งระดับโลกและบทความจาก The Times of India ชี้ตรงกันว่า การสร้าง “กิจวัตรเช้าดีๆ” ให้ลูกเป็นประจำ สำคัญมาก และช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวในเมืองกรุงหรือต่างจังหวัด แถมยังมี 10 เคล็ดลับที่ปรับใช้ได้ง่ายๆ กับวิถีชีวิตคนไทยด้วย source
จริงอยู่ที่เช้าวันใหม่ในยุคนี้มักจะวุ่นวายสุดๆ สำหรับหลายครอบครัวไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และชานเมือง พ่อแม่ต้องวุ่นกับการเตรียมตัวลูกไปโรงเรียนให้ทันเวลา แถมยังต้องหาวิธีให้ลูกอยากไปด้วยความเต็มใจอีก แต่รู้ไหมว่า การเริ่มต้นวันดีๆ มีผลอย่างมากต่อทั้งเรื่องเรียน สุขภาพจิต และชีวิตของลูกในระยะยาวเลยนะ มีงานศึกษาชัดเจนว่า เด็กที่ไปโรงเรียนสม่ำเสมอจะมีผลการเรียนดีขึ้น มั่นใจในตัวเองมากขึ้น และมีทักษะเข้าสังคมดีกว่า ซึ่งจำเป็นมากๆ สำหรับเด็กรุ่นใหม่ในยุค Education 4.0 source
เคล็ดลับแรกๆ ที่งานวิจัยแนะนำเลยคือ “ตั้งเวลาตื่นนอนให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน” ดร.อนัญญา สิงห์ นักจิตวิทยาการศึกษา อธิบายว่า พอเด็กคุ้นเคยกับกิจวัตรตอนเช้าที่แน่นอน เขาจะรู้สึกปลอดภัย ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ความเครียดกังวลก็จะลดลง นอกจากนี้ การได้คุยกันดีๆ ตอนกินข้าวเช้า การเตรียมของไปโรงเรียนตั้งแต่เมื่อคืน หรือแม้แต่การให้ลูกเลือกชุดนักเรียนเอง ก็ช่วยให้เขารู้สึกรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น แถมยังช่วยลดความวุ่นวายตอนเช้าได้เยอะ อาจจะเพิ่มความเป็นไทยๆ อย่างการกินโจ๊กอุ่นๆ หรือชวนลูกไหว้พ่อแม่ผู้ใหญ่ก่อนออกจากบ้าน ก็ยิ่งช่วยให้เด็กผูกพันกับครอบครัวและรากเหง้าของตัวเองได้ดี source
อีกอย่างที่เวิร์คมากคือ “ลดเวลาหน้าจอ” ตอนเช้า แล้วเปลี่ยนมาเป็น “เวลาคุยกันในครอบครัว” แทน วิธีนี้ช่วยให้เด็กค่อยๆ ตื่นตัวจากอาการงัวเงีย พร้อมรับวันใหม่ที่โรงเรียนได้ดีขึ้น ดร.สุรศักดิ์ เจริญสุข จิตแพทย์เด็กจากมหิดล แนะนำง่ายๆ ว่า แค่ปิดทีวีแล้วหันมาคุยกับลูกสัก 10 นาทีก่อนออกจากบ้าน ก็ช่วยปรับอารมณ์ เพิ่มความพร้อมให้ลูกได้เยอะแล้ว เรื่องนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ WHO และ UNESCO ที่บอกว่าเด็กๆ ควรนอนให้พอ อย่างน้อยคืนละ 9 ชั่วโมง และกินข้าวเช้าที่มีประโยชน์ เพื่อสมองจะได้ปลอดโปร่ง เรียนรู้ได้เต็มที่ ซึ่งยิ่งสำคัญในยุคที่ครอบครัวไทยสมัยใหม่ใช้ชีวิตในเมืองและอยู่กับโลกดิจิทัลมากขึ้นทุกวัน source
เข้าใจดีว่าสำหรับเด็กไทยหลายคน การไปโรงเรียนอาจมีเรื่องให้เครียด ทั้งเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน หรือกลัวไม่สบาย การหากิจกรรมสนุกๆ ทำตอนเช้าเลยช่วยได้เยอะ อาจจะเปิดเพลงลูกทุ่งสนุกๆ หรือลองฝึกสมาธิง่ายๆ ชวนลูกหายใจลึกๆ ก็ช่วยคลายกังวล สร้างใจให้เข้มแข็งได้เหมือนกัน คุณอภิญญา ลีลาศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า เด็กที่ได้รับกำลังใจดีๆ และไม่ต้องรีบเร่งตอนเช้า จะไปโรงเรียนอย่างสบายใจและพร้อมเรียนรู้มากกว่า
ฟังดูเหมือนง่าย แต่ชีวิตจริงของหลายครอบครัวไทยก็มีข้อจำกัด ทั้งเรื่องเวลา หรือภาระต่างๆ ในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่ปู่ย่าตายายต้องเลี้ยงหลานแทนพ่อแม่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามรายงานข่าว ดังนั้น การช่วยเหลือกันในบ้านและการวางแผนกิจวัตรจึงยิ่งสำคัญ อาจจะใช้ตัวช่วยง่ายๆ อย่างการแปะโน้ตเตือน ทำตารางเวลา หรือเตรียมของใช้ไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ก็ช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มาก
ถ้ามองย้อนไป วิถีชีวิตตอนเช้าแบบไทยๆ แต่เดิมมักมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น ล้อมวงกินข้าวเช้า หรือเดินไปโรงเรียนกันเป็นกลุ่ม แต่พอสังคมเมืองเปลี่ยนไป รูปแบบครอบครัวก็ต้องปรับตาม แต่ถึงอย่างนั้น ความเป็นคน “สนุก” แบบไทยๆ ก็ยังใส่เข้าไปในกิจวัตรตอนเช้าได้เสมอ ลองเปลี่ยนเรื่องน่าเบื่อให้เป็นเรื่องสนุก เช่น ชวนลูกแข่งแปรงฟัน เล่นเกมเก็บกระเป๋า หรือเล่าเรื่องตลกสั้นๆ ตอนเช้า ก็ช่วยเติมพลังบวกและความสุขให้วันยุ่งๆ ได้
มองไปข้างหน้า นักวิชาการและผู้บริหารด้านการศึกษาหลายท่านก็เสนอว่า น่าจะมีการสื่อสารเคล็ดลับดีๆ เหล่านี้ให้เข้าถึงพ่อแม่ผู้ปกครองง่ายขึ้น ผ่านช่องทางที่ใช้กันประจำเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น กลุ่ม LINE ผู้ปกครอง หรือทำเป็นคลิปสั้นๆ เข้าใจง่ายใน YouTube พร้อมซับไทย รวมถึงแนวคิดเรื่องการปรับเวลาเข้าเรียนให้สายขึ้นสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งบางโรงเรียนในกรุงเทพฯ ก็เริ่มทดลองแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กที่ยังต้องการเวลานอนมากกว่า
หัวใจสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนบรรยากาศตอนเช้าที่บ้าน คือการ “เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ง่ายๆ” ก่อน เช่น กำหนดเวลานอนที่แน่นอนให้ลูก ชวนลูกมาช่วยเตรียมชุดนักเรียนหรือของใช้เอง และสร้างบรรยากาศอบอุ่นในทุกเช้า การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจจะยังไม่เห็นผลทันที แต่ถ้าทำสม่ำเสมอทุกวัน รับรองว่าไม่นาน เช้าที่เคยแสนวุ่นวาย จะกลายเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่สร้างลูกให้เป็นเด็กที่มั่นใจ สนุก และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
สุดท้ายนี้ อยากฝากถึงทุกครอบครัวว่า “ความสม่ำเสมอ ความผูกพันในครอบครัว และการไม่ลืมรากเหง้าความเป็นไทย” นี่แหละคือหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมีความสุข แค่เตรียมตัวเพิ่มอีกนิด ใส่ใจเติมพลังใจให้กันอีกหน่อย ทุกๆ เช้าก็จะเป็นโอกาสให้ลูกได้เติบโตอย่างสนุกสนานและปูทางสู่ความสำเร็จในวันหน้าได้
แหล่งอ้างอิง: