ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ดีฉันเป็นสะใภ้ในเรือนพ่อผัว. ดีฉันเห็นพระภิกษุผู้ปราศจากกิเลสดุจธุลี ผ่องใสไม่หม่นหมองก็เลื่อมใส จึงได้ถวายขนมแก่ท่านด้วยมือตนเอง ครั้นถวายขนมครึ่งหนึ่งแล้ว ก็บันเทิงอยู่ในสวนนันทนวัน

ปฐมสุณิสาวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๑๓. ปฐมสุณิสาวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงสะใภ้ เรื่องที่ ๑

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

             [๑๐๘] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

             [๑๐๙] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

             [๑๑๐] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๑๑] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๑๒] เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นสะใภ้(อยู่)ในเรือนพ่อผัว

             [๑๑๓] ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีใจผ่องใส ไม่มัวหมอง เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายขนมแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน ครั้นแบ่งขนมครึ่งหนึ่งถวายแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวัน (สวนดอกไม้ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์)

             [๑๑๔] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

             [๑๑๕] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ปฐมสุณิสาวิมานที่ ๑๓ จบ

-----------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑

๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑

               อรรถกถาปฐมสุณิสาวิมาน               

               ปฐมสุณิสาวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร?
               สะใภ้ของครอบครัวผู้หนึ่ง ในเรือนหลังหนึ่ง ในกรุงสาวัตถี เห็นพระเถระขีณาสพเข้ามาบิณฑบาตยังเรือน ก็เกิดปีติโสมนัสว่า นี้บุญเขตอันยอดเยี่ยมมาปรากฏแก่เราแล้ว จึงแบ่งขนมส่วนหนึ่งซึ่งตนได้มาแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระเถระด้วยอาการเอื้อเฟื้อ.
               พระเถระรับขนมนั้นอนุโมทนาแล้วก็ไป.
               ต่อมา สะใภ้ผู้นั้นก็ตายไปบังเกิดในภพดาวดึงส์.
               คำที่เหลือทั้งหมดก็เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วในหนหลังนั่นแล.
               ด้วยเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์จึงกล่าวว่า
               ท่านพระโมคคัลลานะถามว่า
               ดูก่อนเทวดา ท่านมีวรรณะงาม ส่องสว่างไปทุกทิศ ประหนึ่งดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ จึงกล่าวตอบว่า
                ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ดีฉันเป็นสะใภ้ในเรือนพ่อผัว. ดีฉันเห็นพระภิกษุผู้ปราศจากกิเลสดุจธุลี ผ่องใสไม่หม่นหมองก็เลื่อมใส จึงได้ถวายขนมแก่ท่านด้วยมือตนเอง ครั้นถวายขนมครึ่งหนึ่งแล้ว ก็บันเทิงอยู่ในสวนนันทนวัน.
                  เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน. เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพมากอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               บิดาของสามีแห่งหญิง เรียกกันว่าสัสสุระ พ่อผัว. ส่วนหญิง [ภริยาของบุตร] ของบิดาสามีนั้น เรียกกันว่าสุณิสา สะใภ้ เพราะเหตุนั้น เทวดาหมายถึงบิดาของสามีนั้น จึงกล่าวว่าได้เป็นสะใภ้ในเรือนของพ่อผัว.
               คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาแล้วทั้งนั้นแล.


               จบอรรถกถาปฐมสุณิสาวิมาน               
               -----------------------------------------------------