คิดในใจ อะไรคือสโตรก ไม่เคยได้ยินคำนี้…

วันที่ 6 เมษายน กิจวัตรทุก ๆ เช้าจะตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมทำภาระกิจประจำวันในเวลา 04.30 น. เวลาปกติ ๆ ซึ่งเริ่มมีอะไรไม่ปกติ

เวลาตีสี่ครึ่งที่ตื่นมา ก็จะมองดูแก้วนม (อาหารทางการแพทย์) ที่เตรียมไว้ให้แม่จำนวน 2 แก้ว ซึ่งแม่จะดื่มตอนสี่ทุ่ม และอีกครั้งหนึ่งประมาณตีหนึ่งหรือตีสอง เวลาที่ท่านตื่นมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งปกติทั้งสองแก้วจะหมดเกลี้ยงแต่ทว่าในเช้าวันนั้นเหลืออยู่แก้วหนึ่ง

อื่ม… แม่คงอิ่มมั๊ง

ตอนนั้นก็ยังไม่รู้สึกแปลกใจอะไรมาก 

จึงนำแก้วนมผงแก้วนั้นซึ่งยังไม่ได้ผสมน้ำ เตรียมขึ้นไปเพิ่มปริมาณนมผงสูตรพิเศษสำหรับตับ ซึ่งแม่ได้รับการผ่าตัดตับ เนื่องจากตรวจพบมะเร็งท่อน้ำดีที่บริเวณขั้วตับ และผ่าตัดไปเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา

แม่ๆ… เตรียมนมมาให้แล้วนะ

ปกติแม่จะยื่นมือมาให้แล้วให้ดึงมือขึ้นมาเพื่อลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมานั่งดื่มนม

แต่วันนี้แปลก ๆ แม่นอนอยู่เฉย ๆ 

จึงเข้าไปถามใกล้ ๆ และแม่บอกว่า “มึนหัว”

อื่ม… เป็นอะไรรึเปล่าน้อ แต่ก็ยังไม่เอะใจอะไรมาก อาจจะนอนไม่หลับหรืออย่างไร

เอ้าน่า ให้แม่นอนอีกหน่อย 

หลังจากนั้นก็ขึ้นไปทำภารกิจจดกัณฑ์เทศน์ที่ต้องไปทำประจำตอนตีห้าในทุก ๆ เช้า แต่ก็หวั่นใจกลัวว่าแม่จะลุกมาหุงข้าวเพื่อใส่บาตรตอนหกโมงเช้าไม่ทัน จึงเดินกลับมาตั้งหม้อข้าวไว้ให้และเดินเข้าไปบอกแม่ว่า หุงข้าวไว้ให้แล้วนะ

แม่รับรู้ แต่ก็ยังไม่ลุกจากเตียงนอน

หลังจากนั้นระหว่างที่จดกัณฑ์เทศน์ ก็เปิดดูกล้องวงจรปิดเรื่อย ๆ ประมาณเจ็ดโมงเช้าก็เห็นแม่ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งและเดินไปเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นเมื่อกลับมาก็กลับลงไปนอนตามปกติ

คงแค่มึนหัวมั๊ง…

พอเสร็จภารกิจในการจดกัณฑ์เทศน์เวลาประมาณแปดโมงเช้าเดินกลับลงมาในห้อง นมแก้วนั้นก็ยังตั้งอยู่ที่เดิม แม่ไม่ได้แตะเลย

ชักแปลกๆ…

จึงพยายามเรียกแม่ให้ลุกขึ้น แล้วบอกว่า ดื่มนมสักหน่อยนะ จะได้มีพลัง

แม่ดื่มไปได้สองสามอึก แล้วก็บอกว่าพอ (ปกติแม่ดื่มสองสามครั้งก็หมดแก้ว 350 cc)

ชักแปลกๆๆ…

เช้าวันนี้มี ผอ.โรงพยาบาลท่านหนึ่ง มาตรวจอาการเท้าบวมขององค์พ่อแม่ครูอาจารย์ เมื่อท่านฟังเทศน์ฟังธรรมเสร็จแล้ว จึงรีบเดินไปตามแล้วบอกว่า ช่วยมาดูอาหารแม่หน่อยนะ แม่บอกว่ามึนหัวแล้วพูดไม่รู้เรื่อง

เพราะในระหว่างที่เรียกแม่ในช่วงตีห้าถึงแปดโมงเก้าโมงเช้านั้น แม่พูดได้ แต่พูดไม่เป็นคำ มีเสียงพูด แต่พูดไม่เป็นประโยค

ตอนนั้นชักเริ่มเอะใจเพราะในครั้งก่อน ๆ ตอนแม่ไปให้คีโมจะมีภาวะความดันสูง

อย่ากระนั้นเลย ไปเอาเครื่องวัดความดันมาวัดสักหน่อยดีกว่า 

โอ้…เมื่อวัดความดันแล้ว ความดันแม่อยู่ประมาณ 170-100

ตอนนั้นจึงรีบไปหายาลดความดันมาให้ทันที

แต่ก็เนื่องด้วยความประมาท ทั้ง ๆ ที่หมอให้ยาความดันมาแล้วหลังจากการกลับจากให้คีโมครั้งที่สอง แต่ก็ชะล่าใจว่า คงจะเป็นเฉพาะตอนเดินทางไปโคราชมั๊งที่ความดันสูง เพราะตอนนั้นให้นั่งสักพักแล้วทานยาลดความดัน ความดันโลหิตก็จะกลับมาอยู่ประมาณ 120ไม่เกิน 140 (ตัวบน)

 

ชักแปลกๆๆๆ…

เมื่อท่าน ผอ.โรงพยาบาลมาถึง ก็ตรวจเช็คอาการเบื้องต้น ให้แม่นั่ง ยื่นมือ กรอกตาไปมา แล้วให้บีบมือ แล้วท่านก็พูดคำนึงขึ้นมาว่า ไม่น่าจะเป็นสโตรก (stroke) นะ เพราะมีแรงบีบมือดีมาก แต่แปลก ๆ หน่อยตรงที่มือขวารู้สึกจะตก ๆ ไป

คิดในใจ อะไรคือสโตรก ไม่เคยได้ยินคำนี้…

แต่เนื่องด้วยแม่เพิ่งได้รับยาเคมีบำบัด (คีโม) หลังจากการผ่าตัดมะเร็งตับมา ในเบื้องต้นท่านจึงสันนิษฐานว่า น่าจะแคลเซียมต่ำ จึงให้นอนพักและพยายามให้แม่ดื่มนมเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

เวลาประมาณเก้าโมงครึ่ง เดินกลับมาอีกนี เห็นนมหกเต็มห้อง…

ตอนแรกก็นึกว่าแม่ทำนมหก แต่แม่บอกว่า แม่อ้าเจียน

เอ่…ชักแปลกๆๆๆๆ

ตอนนั้นแม่ยังไม่ได้ดื่มอะไรตั้งแต่เช้า หลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จ ให้แม่เปลี่ยนเสื้อที่เปื้อน จึงขึ้นไปชงเครื่องดื่มเกลือแร่ ORS มาให้แม่แก้วนึง แล้วแม่พูดว่า “แหวน”

หือ ทำไมพูดหวานว่าแหวนน้อ

แม่ก็ดื่มไปได้อีกอีกสองอึกแล้วก็นอนฟุบลงไปอีก

ชักแปลกๆๆๆๆๆมากขึ้น

เฝ้าดูอาการแม่จนถึงกระทั่งเวลาประมาณเที่ยง ชักอาการไม่ดี จึงติดต่อให้คนที่วัดพาไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล แล้วจากนั้น….

(โปรดติดตามตอนต่อไป)