พอพูดถึงเรื่องสุขภาพหัวใจ เรามักจะโฟกัสไปที่ อะไร ที่เรากิน มากกว่าจะสนว่ากิน ตอนไหน แต่ล่าสุดมีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่น่าสนใจจากนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตันและ Mass General Brigham ในสหรัฐฯ ที่ชี้ให้เห็นมุมมองใหม่ว่า เวลา ที่เรากินอาหารนั้นอาจสำคัญพอๆ กับ ชนิด ของอาหารที่เราเลือกเลยทีเดียว ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications สดๆ ร้อนๆ ได้ตอกย้ำประโยชน์ของการกินอาหารในช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

งานวิจัยชิ้นนี้ได้จำลองสภาวะการทำงานกะกลางคืน โดยให้อาสาสมัครสุขภาพดี 20 คน เข้าร่วมทดลอง เพื่อดูผลกระทบของเวลาที่กินอาหารต่อปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ เช่น ความดันโลหิต และตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน ผลปรากฏว่า กลุ่มอาสาสมัครที่กินอาหารในช่วงกลางวัน ไม่พบผลเสียต่อความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเลย “งานวิจัยของเราต่อยอดจากผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของการที่จังหวะชีวิตประจำวันไม่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพในร่างกาย (circadian misalignment) หรือพูดง่ายๆ คือเมื่อกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตเราไม่ตรงกับนาฬิกาชีวิตตามธรรมชาติ” ศาสตราจารย์ แฟรงก์ เชียร์ ผู้อำนวยการโครงการ Medical Chronobiology Programme จาก Brigham and Women’s Hospital อธิบาย

ถึงแม้เรื่องเวลาในการกินจะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่คุณค่าทางโภชนาการของอาหารแต่ละชนิดก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจให้ดีที่สุด อาหารอย่างปลาแซลมอน ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นโดดเด่นในเรื่องคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและรักษาระดับคอเลสเตอรอลที่ดีต่อสุขภาพ ตามที่ ดร. เจย์ ชาห์ แพทย์โรคหัวใจและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของ Hilo กล่าวไว้ เช่นเดียวกัน โรซี่ คาร์ จาก Second Nature ก็เน้นย้ำถึงประโยชน์ของปลาแซลมอนที่ปรุงง่ายๆ กับมะนาวและสมุนไพร ซึ่งเป็นเมนูที่ดีต่อใจสุดๆ

ธัญพืชไม่ขัดสี โดยเฉพาะข้าวโอ๊ต มีบทบาทสำคัญในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และช่วยลดการอักเสบ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันความเสียหายต่อหลอดเลือด ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ที่มีอยู่สูงในข้าวโอ๊ตยังช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) นับเป็นวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลดีเยี่ยมในการเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารเพื่อสุขภาพหัวใจ ตามคำแนะนำของ ดร. ชาห์

ผักใบเขียวก็มีดีไม่แพ้กัน ด้วยไนเตรตจากธรรมชาติที่ช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้นและช่วยลดความดันโลหิต นับเป็นหลักฐานที่น่าสนใจถึงคุณประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด ทั้งเคลและผักโขม ซึ่งอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจโดยปรับสมดุลระดับโซเดียมในร่างกายอีกด้วย

นอกจากนี้ น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นก็ถือเป็นของดีประจำครัวสำหรับคนรักสุขภาพหัวใจ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกช่วยต่อสู้กับภาวะเครียดจากออกซิเดชันและการอักเสบ ซึ่งเป็นสองตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ การใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหารหลากหลาย ตั้งแต่ราดสลัดไปจนถึงใช้ผัด ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีความหมาย

สำหรับคนไทยเรา ผลการวิจัยเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเพื่อนำไปปรับใช้ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลและวางแผนด้านสาธารณสุข ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับอัตราผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมถึงโรคหัวใจที่เพิ่มสูงขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ถูกหลัก ควบคู่ไปกับการใส่ใจเรื่องเวลาที่เหมาะสม อาจเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรค การส่งเสริมให้คนไทยหันมาบริโภคอาหารที่ดีต่อหัวใจเหล่านี้ พร้อมๆ กับการจัดสรรเวลาทานอาหารอย่างมีกลยุทธ์ในช่วงกลางวัน สามารถช่วยเสริมสร้างโครงการด้านสุขภาพต่างๆ ของไทยที่มุ่งลดภาระจากโรคที่เกี่ยวกับหัวใจได้

ในอนาคต การนำผลการวิจัยเหล่านี้มาปรับใช้ในนโยบายด้านสาธารณสุข อาจเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ และส่งเสริมให้สังคมไทยมีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้นได้

ขอแนะนำให้ผู้อ่านชาวไทยลองพิจารณาเพิ่มเมนูง่ายๆ เหล่านี้ในมื้ออาหาร: จานปลาแซลมอนอร่อยๆ กินกับผักใบเขียว หรือจะเริ่มต้นวันด้วยข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้า ทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนช่วยสร้างวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพหัวใจได้ไม่ยากเลย