ผมยังคงมีโอกาสเข้าร่วมวงประชุมของระบบการจัดการ ววน. อยู่บ้าง มาก แม้ไม่ใช่วงในที่มีอำนาจตัดสินใจ แต่ก็ช่วยให้ได้ข้อมูลเอามา “ใคร่ครวญสะท้อนคิด” (critical reflection) ช่วยการออกกำลังสมอง ทั้งช่วยความสนุกสนาน ประเทืองปัญญา และน่าจะทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้บ้าง
วันนี้คิดออกว่า วงการ ววน. ไทยสับสนระหว่าง “การจัดการทุนวิจัย” กับ “จัดการงานวิจัย” ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
บันทึกนี้จึงขอเสนอว่า การจัดการงานวิจัย กว้างกว่าการจัดการทุนวิจัยมาก ผมสะท้อนคิดหลังเหตุการณ์กว่า ๒๐ ปีว่า ความสำเร็จของ สกว. อยู่ที่ สกว. ทำหน้าที่จัดการงานวิจัย ไม่ใช่จัดการทุนวิจัย และขอตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยจัดการงานวิจัยบางหน่วยงานในปัจจุบัน อาจกำลังจัดการทุนวิจัย ไม่ใช่จัดการงานวิจัย หากผมเข้าใจผิดก็ขออภัย
การจัดการงานวิจัยต้องเริ่มที่ “กรอบวิจัย” หรือภาพใหญ่ของงานวิจัยที่ประเทศต้องการ สำหรับใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ตอนผมทำหน้าที่ ผอ. สกว. ผมตรวจสอบสถานการณ์ภาพลบ ที่เป็นแนวทางที่ผิด เอามากำหนดไว้ในใจ (ไม่บอกใครเพราะจะเป็นอันตรายต่องาน) เพื่อจะได้ไม่เผลอทำงานไปตามกระแสที่ผิดพลาด และเพื่อใช้ทำให้กลยุทธของ สกว. มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในหมู่ผู้บริหาร สกว.
จากกรอบวิจัย นำสู่ “การตั้งโจทย์วิจัย” ที่ต้องมีวิธีการ รายละอียดมีอยู่ในหนังสือ การบริหารงานวิจัย แนวคิดจากประสบการณ์ ที่สาระส่วนใหญ่น่าจะล้าสมัยไปแล้ว แต่หลักการหลายอย่างน่าจะยังคงใช้ประโยชน์ ได้
หลักการคือ ต้องไม่เผลอให้นักวิชาการหรือนักวิจัยเป็นผู้กำหนดโจทย์วิจัยย เขียนโครงการมาเสนอขอทุนวิจัยเท่านั้น ต้องมีวิธีการเชื้อเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายมาร่วมกันกำหนดประเด็นสำคัญที่ควรมีการวิจัย เพื่อให้เกิดผลกระทบสูง ต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของชาติ
ทักษะการจัดประชุมเพื่อกำหนดประเด็นวิจัย จึงมีความสำคัญมากต่อนักจัดการงานวิจัย และเวลานี้มีเทคนิคหลากหลายสำหรับใช้ เช่น เทคนิค Design Thinking และอื่นๆ
ควรมีวิธีจัดการภาพใหญ่ ให้การลงทุนในงาน ววน. ด้านประยุกต์ หรือ translational เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการลงทุนในด้านการวิจัยพื้นฐานก็เน้น directed basic research ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามที่นักวิจัยอยากทำ หรือทำตามแนวที่เรียนมาจากต่างประเทศ
นั่นคือ การจัดการงานวิจัยต้นน้ำ (upstream research management)
เมื่อให้ทุนวิจัยแล้ว ก็ต้องมีการจัดการงานวิจัยกลางน้ำ (mid-stream research management) เพื่อช่วยให้นักวิจัยทำงานวิจัยได้สำเร็จ โดยมีการนำเสนอผลงานความก้าวหน้าและอุปสรรคที่พบเป็นระยะๆ ทุกๆ ๓ - ๖ เดือน และอาจมีการประชุมนำเสนอต่อคณะผู้ทรงคุณวุฒิ (ซึ่งบางคนอาจอยู่ในฝ่ายผู้ใช้ผลงานวิจัย) และให้คำแนะนำ ที่ สกว. เมื่อ ๓๐ ปีมาแล้วเคยมีกรณีเพิ่มทุนให้ เพื่อให้ทำงานวิจัยเพิ่ม ให้เกิดผลงานตามเป้าหมายได้จริง
การจัดการงานวิจัยกลางน้ำรูปแบบที่ก่อผลสร้างความเข้มแข็งของชุมชน หรือประชาคมวิจัยมากในสมัยนั้นคือ การจัดการประชุมประจำปีของงานวิจัยเป็นด้านๆ เช่น การประชุมประจำปีงานวิจัยเชิงวิชาการ การประชุมประจำปี โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก การประชุมประจำปี โครงการ BRT (Biodiversity Research and Training) มีการนำเสนอทั้งโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ ที่เสร็จแล้ว และที่ฝันจะทำ ต่อที่ประชุม ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิสองสามคน ต่อห้องย่อย และเปิดให้คนอื่นๆ เข้าฟังและร่วมให้ข้อคิดเห็นได้ การประชุมแบบนี้ วิชาการเข้มข้นมาก และเป็นโอกาสสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยต่างสาขาหรือต่างสถาบัน
เมื่องานวิจัยตามโครงการสำเร็จ หรือเกือบสำเร็จ ก็ต้องมีการจัดการงานวิจัยปลายน้ำ (Down-stream Research Management) เพื่อเอาผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสู่การสื่อสารสังคม ให้เห็นหรือตระหนักในคุณค่าของงานวิจัยและการลงทุนสนับสนุนการวิจัย
งานวิจัยจบ ปิดโครงการ แต่การจัดการวิจัยปลายน้ำไม่มีวันจบ หน่วยจัดการงานวิจัยต้องรู้วิธีหาโอกาสนำผลงานนั้นออกสู่สังคมในช่วงที่สังคมสนใจ โดยไม่ใช่นำออกทีละผลงานหรือโครงการ ต้องเชิญนักวิจัยหลายท่าน จากหลายโครงการ มาให้ความเห็นต่อประเด็นร้อนหรือประเด็นสนใจในสังคม โดยให้มุมมองต่างๆ มุม จากข้อมูลหลักฐานที่น่าเชื่อถือจากผลงานวิจัย สมัย ๒๐ - ๓๐ ปีก่อนใช้วิธีจัดประชุม เชิญนักข่าวทุกสำนักมาฟังและตั้งคำถาม โดยทีมจัดการงานวิจัยทำหน้าที่ดำเนินรายการ สมัยนี้น่าจะต้องเปลี่ยนวิธีการไปมาก เพราะระบบสื่อสารสังคมคล่องตัวขึ้นมากจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
หลักการสำคัญคือ การจัดการงานวิจัยกว้างขวางและต่อเนื่องกว่า การจัดการทุนวิจัยมาก หน่วยงานที่เป็นแหล่งทุนวิจัยต้องไม่สับสน
และที่สำคัญที่สุดคือ การจัดการงานวิจัยไม่ใช่การจัดการโครงการวิจัยเท่านั้น แต่เป็นการจัดการภาพกว้างของการวิจัยเชื่อมโยงกับภาคอื่นๆ ของสังคม สำหรับในยุคนี้ของประเทศไทย ต้องเน้นจัดการให้คนในสังคมมีความเชื่อมั่นเห็นคุณค่าของการลงทุน ววน. ของภาครัฐ
วิจารณ์ พานิช
๑๑ มี.ค. ๖๘