บ่ายวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ มีการประชุม “คณะทํางานกํากับทิศทาง นวัตกรรมการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้”  (Thai PILA) ของ กสศ.  ภายใต้ความร่วมมือกับ OECD  ครั้งที่ 1/2568   

อ่านเอกสารการประชุมที่ส่งมาให้ล่วงหน้า ๑ วันแล้ว    ผมบอกตัวเองว่า หากจะให้โครงการนี้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง และนำสู่ผลงานที่ก่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทยคุ้มค่าการลงทุน   คณะกรรมการต้องกำกับให้มีแผนของโครงการที่เป้าหมายชัด ยุทธศาสตร์ชัด ผู้รับผิดชอบแต่ละส่วนชัด   เห็นภาพรวมของโครงการชัด    ไม่ใช่นำเสนอแยกเป็นส่วนๆ   

เริ่มจากการพิจารณาชื่อ “คณะทำงานกำกับทิศทางการพัฒนานวัตกรรมการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้”  ในคำสั่งของ กสศ. ที่ ๑๘/๒๕๖๗    ที่ผมคิดว่าเป็นชื่อที่สับสน    เพราะหากต้อง “ทำงาน” ก็ต้องมีการว่าจ้างและมีค่าจ้าง   แต่ในหน้าที่ตามในคำสั่ง เป็นการทำหน้าที่กำกับทิศทางการทำงาน    เป็นหน้าที่ governance  ไม่ใช่ manage และไม่ใช่ working   อย่างมากก็ทำหน้าที่ steering  โดยผู้รับผิดชอบเป็นทีมงานของ กสศ.    ไม่ใช่ของคณะกรรมการ

อย่างไรก็ตาม   ถึงขั้นนี้จุดอ่อนหรือข้อท้าทายของโครงการ คือระบบการบริหารงาน หรือการจัดการของ กสศ.    ที่ยังไม่มีภาพรวมที่ชัดเจนของโครงการที่กำหนดโดย กสศ. เอง     สภาพมีลักษณะคล้ายๆ กำหนดโดยคุณ Paul Collard  ผู้มีความตั้งใจดีอย่างสุดๆ ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย  ร่วมกับ ดร. ธันยวิช วิเชียรพันธ์ แห่งมูลนิธิทักษะเพื่ออนาคต   แต่สภาพเช่นนี้ไม่เหมาะต่อการเป็นโครงการที่มีการจัดการเข้มแข็ง และชัดเจน     และเป็นสภาพที่ผมไม่คุ้นเคย   

คำว่า “นวัตกรรมการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้” สำหรับผม สื่อว่าเป็นการประเมินแบบ Summative Evaluation   แต่เท่าที่คุยกันมานอกรอบ เป็นการประเมินแบบที่เรียกว่า Formative Assessment หรือการประเมินเพื่อพัฒนา    ที่ในโปรแกรม Thai PILA ฉบับที่ทีม OECD กำลังทดลองพัฒนากันอยู่ ก็ดำเนินการในลักษณะเป็น Digital Platform เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ไปพร้อมกันกับการได้รับ formative assessment และ constructive feedback ไปในตัว   และครูก็รับรู้กิจกรรมการเรียนรู้และความก้าวหน้าของศิษย์เป็นรายคน   คือเป็น learning & assessment platform ที่เกิดสภาพ visible learning ต่อนักเรียนและต่อครู 

อย่างไรก็ตาม เอกสารประกอบการประชุม ใช้คำว่า “แนวคิดและกรอบการดําเนินงานภายใต้ทฤษฎีของการประเมินเพื่อการพัฒนาและการพัฒนาเครื่องมือ Platform for Innovative Learning Assessment in Thailand (Thai PILA) เพื่อประกอบการทํางานของคณะกรรมการกํากับทิศทางนวัตกรรมการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้”   สะท้อนว่า กิจกรรม Thai PILA เป็นเครื่องมือ formative assessment   เพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อวัดด้วยเครื่องมือวัดแนว PISA   คือเน้นวัดสมรรถนะ หรืออการประยุกต์ใช้ความรู้     

ในที่ประชุม มีคำอธิบายของคุณ Paul Collard  ว่าเป็นการประเมินแบบ formative assessment   และทีมงานพัฒนาแพล็ตฟอร์มของ OECD ที่ปารีส บอกว่า เป้าหมายคือยกระดับ learning outcome ของนักเรียน สะท้อนว่า เป็น formative assessment + constructive feedback      กรรมการให้ความเห็นว่า ควรเอานักเรียนและครู มาเป็น co-developer ด้วย   ต้องมีการจัดการในระดับจังหวัด  เพื่อเตรียมการขยายผล   

 มีการดำเนินการนำร่องไปแล้วในปี ๒๕๖๗ ใน ๔ จังหวัด คือลำปาง  สุรินทร์  สระแก้ว และกระบี่    โดยจัด workshop พัฒนาทีมแกนนำและศึกษานิเทศก์นำร่อง    ให้ไปลองใช้ในโรงเรียน       

กรรมการแนะนำให้ครูมีส่วนออกแบบกิจกรรมเรียนรู้บน digital platform   ให้เป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก  ที่ทีม OECD ไม่มีวันรู้    เราจึงต้องรีบดึงแกนนำครูเข้าร่วมโครงการโดยไม่รอช้า    เพราะมีกรรมการแนะนำว่า หากครูไม่ได้มีส่วนร่วมพัฒนานวัตกรรม   ยากที่จะขยายผลให้ครูนำไปใช้ทั่วประเทศ    นั่นคือประสบการณ์หลายนวัตกรรมการศึกษาที่ผ่านมาที่ล้มเหลวในการขยายผล       

สองประเด็นใหญ่ของการจัดการการลงทุนครั้งนี้ให้เกิดผลจริงและยั่งยืน คือ (๑) การมีทีมไทยเข้าร่วมพัฒนา digital platform ร่วมกับทีม OECD เริ่มในปี ๒๕๖๘   และ (๒) การระบุผลลัพธ์ที่โครงการนี้ส่งมอบแก่ประเทศไทย เมื่อจบโครงการในปี ๒๕๗๐  อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

วิจารณ์ พานิช 

๑๓ เม.ย. ๖๘