งานวิจัยล่าสุดตีแผ่ข้อมูลน่าห่วงด้านสาธารณสุข พบความเชื่อมโยงระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือ “ดื่มหนัก” กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดรอยโรคในสมอง รวมถึงโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์สูงขึ้นด้วย ผลการศึกษาที่เผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสาร Neurology ชี้ว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 8 แก้วหรือมากกว่าต่อสัปดาห์ สัมพันธ์กับการเกิดรอยโรคในสมองที่เรียกว่า “ภาวะหลอดเลือดแดงฝอยแข็งตัว” (hyaline arteriolosclerosis) ซึ่งเป็นสัญญาณของหลอดเลือดที่เสียหาย ทำให้เลือดไหลเวียนได้น้อยลง ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อความจำและความสามารถในการคิดวิเคราะห์
ผลวิจัยนี้ยิ่งตอกย้ำว่าการดื่มหนักส่งผลเสียต่อสุขภาพในวงกว้างแค่ไหน โดยนักวิจัยสังเกตว่า ผู้ที่ดื่มหนัก หรือเคยดื่มหนักในอดีต ยังมีโอกาสสูงที่จะพบกลุ่มโปรตีนเทา (tau) ที่จับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ ผลวิจัยยังชี้ว่าคนที่เคยดื่มหนักมีขนาดสมองเล็กลงและประสิทธิภาพการคิดวิเคราะห์ต่ำลงด้วย ที่น่าตกใจคือ คนที่ดื่มหนักมีแนวโน้มเสียชีวิตเร็วกว่าคนไม่ดื่มถึง 13 ปี
การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 1,781 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ย ณ เวลาเสียชีวิตอยู่ที่ 75 ปี ทีมวิจัยได้ทำการชันสูตรสมองและสำรวจผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสมองที่เสื่อมไปตามวัย นักวิจัยแบ่งผู้เข้าร่วมเป็น 4 กลุ่ม ตามลักษณะการดื่ม พบว่ากลุ่มที่ดื่มหนักมีความเสี่ยงสูงขึ้นถึง 133% ที่จะเกิดรอยโรคในหลอดเลือดสมองเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ดื่มเลย ขณะที่กลุ่มที่เคยดื่มหนักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 89% และกลุ่มที่ดื่มปานกลางมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 60% ที่จะเจอกับภาวะเดียวกัน
“งานวิจัยของเราชี้ให้เห็นชัดเจนว่าการดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเป็นอันตรายต่อสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความจำและประสิทธิภาพการคิดวิเคราะห์ที่ถดถอยลง” ดร. อัลเบอร์โต เฟอร์นันโด โอลิเวรา จัสโต จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซาเปาโล กล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการดื่มจัดเมื่ออายุมากขึ้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มที่เคยดื่มหนักในอดีตได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ ทั้งในแง่ขนาดสมองที่เล็กลงและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่บกพร่อง แม้ในกลุ่มผู้ดื่มปานกลางจะไม่พบความเชื่อมโยงดังกล่าว ผลการศึกษานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมไทย เนื่องจากทัศนคติทางวัฒนธรรมเรื่องการดื่ม และปัญหาด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ที่พบได้บ่อย ผลลัพธ์ที่ได้เรียกร้องให้มีการสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเพิ่มขึ้น และกำหนดกลยุทธ์ป้องกันเพื่อลดการดื่มจัดและผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพสมอง
ดร. จัสโต ย้ำว่า “การทำความเข้าใจผลกระทบเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานด้านสาธารณสุข เพื่อตอกย้ำความสำคัญของมาตรการป้องกันการดื่มหนัก” แม้ว่าการศึกษานี้จะมีข้อจำกัด เช่น ไม่ได้ประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เข้าร่วมก่อนเสียชีวิต แต่ก็ยังสนับสนุนข้อเรียกร้องให้มีการดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอเหมาะพอควร และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ
สำหรับสังคมไทยแล้ว การศึกษานี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการนำความรู้เรื่องการบริโภคแอลกอฮอล์มาปรับใช้ในนโยบายสาธารณสุข และส่งเสริมการตรวจคัดกรองความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นแนวทางเชิงรุกในการยืดอายุขัยและเพิ่มคุณภาพชีวิต สำหรับคนไทยและผู้ที่รักสุขภาพทุกคน ควรตระหนักว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงเหล่านี้ โดยให้ความสำคัญกับการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะและการตรวจสุขภาพเป็นประจำ