เปิด TikTok ทีไร เป็นต้องเจอคลิปอินฟลูฯ เชียร์ขายอาหารเสริมตัวใหม่ ๆ แต่ที่น่าห่วงคือ คนดังเหล่านี้หลายคนไม่ได้มีความรู้ด้านโภชนาการหรือการแพทย์เลยสักนิด ทำเอาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเป็นกังวลกันใหญ่ ในขณะที่กระแสวิตามินและอาหารเสริมกำลังมาแรงทั่วโลก นักโภชนาการจึงต้องออกมาเตือนให้ผู้บริโภคคิดให้ดี ๆ เพราะอาจเจอข้อมูลมั่ว ๆ แถมยังเสี่ยงสุขภาพจากการตามเทรนด์พวกนี้อีกด้วย

จริง ๆ แล้ว การโปรโมตอาหารเสริมในโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พอมาเจอแอปฯ อย่าง TikTok ยิ่งทำให้เรื่องนี้บูมหนักขึ้นไปอีก แคโรไลน์ โทมาสัน นักโภชนาการจากวอชิงตัน ดี.ซี. บอกว่า โซเชียลมีเดียนี่แหละตัวกำหนดเทรนด์อาหาร โดยมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์คอยปั่นกระแสวิตามินพร้อมอ้างสรรพคุณที่น่าสงสัย วิธีนี้มักเน้นแค่ยอดไลค์ยอดแชร์มากกว่าความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ ทำให้คนหลงซื้ออาหารเสริมที่ไม่จำเป็นหรืออาจเป็นอันตรายไปเลย ความเห็นของโทมาสันก็สอดคล้องกับคำเตือนในวงกว้างว่า อินฟลูเอนเซอร์อาจจะขายฝันว่ามีทางแก้ปัญหาสุขภาพแบบครอบจักรวาล ซึ่งมันใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอก

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) จัดอาหารเสริมอยู่ในหมวดหมู่กว้าง ๆ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร สารสกัดจากพืช กรดอะมิโน และโปรไบโอติกส์ สินค้าพวกนี้มีไว้เพื่อ “เสริม” อาหารหลักให้ได้สารอาหารที่จำเป็น ซึ่งปกติแล้ว แค่กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม หมออาจแนะนำอาหารเสริมให้คนที่มีภาวะขาดสารอาหารบางอย่าง เจมี นาโด นักโภชนาการที่ขึ้นทะเบียน ย้ำว่าถึงแม้จะมีอาหารเสริมไม่จำเป็นวางขายเกลื่อนตลาด แต่บางชนิดก็มีประโยชน์นะ ถ้าเลือกดี ๆ และมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เธอยืนยันว่าการเลือกอาหารเสริมควรเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ต้องดูประวัติสุขภาพของตัวเอง และควรปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มกินเสมอ

แม้ว่าจะมีอาหารเสริมกว่า 100,000 รายการในตลาดสหรัฐฯ แต่ อย.สหรัฐฯ ไม่ได้ทำหน้าที่ “อนุมัติ” ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพียงแต่ “กำกับดูแล” เท่านั้น ส่วนความรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูลบนฉลาก ตกเป็นของผู้ผลิตเองเต็ม ๆ เพื่อลดความเสี่ยง ผู้เชี่ยวชาญอย่างนาโดแนะนำให้มองหาอาหารเสริมที่ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานภายนอก (third-party testing) เพื่อการันตีคุณภาพ และต้องระวังให้มาก ๆ กับคำโฆษณาที่บอกว่าอาหารเสริมสามารถรักษาโรคได้ เพราะนั่นมันเป็นเรื่องของยาที่ต้องผ่านการอนุมัติจาก อย. เท่านั้น

ในเมืองไทยเอง ซึ่งคนหันมาใส่ใจสุขภาพและเก่งเรื่องเทคโนโลยีกันมากขึ้น ก็เจอเทรนด์แบบนี้เหมือนกัน คนไทยก็เสี่ยงไม่ต่างกันจากอิทธิพลของโลกออนไลน์และคำอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมที่เชื่อถือไม่ได้บน TikTok และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ถึงแม้อาหารไทยที่หลากหลายมักจะให้สารอาหารที่จำเป็นอยู่แล้ว แต่อาหารเสริมก็อาจมีประโยชน์สำหรับคนบางกลุ่ม หากอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ สิ่งสำคัญคือชาวเน็ตไทยต้องใช้วิจารณญาณในการประเมินข้อมูลโภชนาการที่เจอทางออนไลน์ และควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

ต้องยอมรับว่าในบ้านเรา การแพทย์แผนไทยกับยาสมุนไพรก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพมานาน บริบททางวัฒนธรรมนี้ก็มีส่วนทำให้คนทั่วไปมีมุมมองต่ออาหารเสริมและสารสกัดจากธรรมชาติแตกต่างกันไป ในขณะที่ความสนใจในเทรนด์อาหารจากทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้น การรักษาสมดุลระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

มองไปข้างหน้า ตลาดอาหารเสริมในไทยก็น่าจะเปลี่ยนไปตามเทรนด์โลกนั่นแหละ การเข้าถึงสินค้าจากต่างประเทศและทำการตลาดออนไลน์ที่มากขึ้น จะยิ่งทำให้การให้ความรู้ผู้บริโภคและการกำกับดูแลที่เข้มแข็งมีความจำเป็นมากขึ้น เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน สำหรับคนไทยที่สนใจอาหารเสริม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เน้นการเลือกโดยใช้ข้อมูลจริง และอย่าเพิ่งเชื่อคำอวยเกินจริงที่เห็นในโลกออนไลน์

สำหรับคนไทยที่กำลังคิดเรื่องอาหารเสริม คำแนะนำง่าย ๆ แต่สำคัญมากคือ: เช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อนเชื่อ ปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ และให้ความสำคัญกับอาหารหลักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในแต่ละวัน การตัดสินใจอย่างรอบคอบจะช่วยให้มั่นใจได้ทั้งความปลอดภัยและประโยชน์ที่จะได้รับจากการเลือกซื้ออาหารเสริมในยุคนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูบทความต้นฉบับของ USA TODAY