ทฤษฎีหน้าต่างแตกแนะให้ไม่เอาคาสิโน   

ต่อไปนี้เป็นข้อความที่ผมได้รับทาง Line

ที่มาของทฤษฎี  "หน้าต่างแตก"คำอธิบายมีดังนี้:-

เช้านี้ถ้าใครฟังสัมภาษณ์คุณชูวิทย์ในรายการกรรมการข่าวคุยนอกจอ จะได้ยินการพูดถึง ทฤษฎีหน้าต่างแตก (Broken windows theory) กับ การพยายามผลักดันการเปิด Entertainment Complex ใจกลางเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทย  ว่าจะได้ไม่คุ้มเสียอย่างไรในบริบทสังคมแบบไทยๆ และจะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ในสังคมที่โดนกระทำยับเยินจากนักการเมืองคนดีย์เหล่านี้อย่างไร

 

ทฤษฎีหน้าต่างแตกคือ ทฤษฎีทางอาชญาวิทยาของการสร้างมาตรฐาน และผลของการก่อกวนและความวุ่นวายในตัวเมืองส่งผลต่อการเพิ่มของอาชญากรรม และพฤติกรรมต่อต้านสังคมอย่างไร

 

ทฤษฎีนี้มีจุดเริ่มต้นทฤษฎีโดย Philip Zimbardo นักจิตวิทยาจากสแตนฟอร์ด ทำการทดลองในปี 1969 โดยนำรถที่ไม่มีป้ายทะเบียนและเปิดฝากระโปรงไปจอดทิ้งไว้นิ่ง ๆ ที่ย่าน Bronx อันเป็นย่านที่เสื่อมโทรมของนิวยอร์คหนึ่งคัน

 

และอีกหนึ่งคันไปจอดทิ้งไว้ที่ Palo Alto อันเป็นย่านที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

หลังจากจอดทิ้งไว้รถคันที่จอดในย่านBronx นั้นถูกทุบทำลายจากผู้คนในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่ไปจอด โดยมีผู้คนเข้าไปทำลายทรัพย์สินกลุ่มแรกเป็นกลุ่มครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ลูก รถถูกทุบตีกระจกและขโมยของที่สามารถนำไปขายได้ เช่น หม้อน้ำและแบตเตอรี่ ทุกชิ้นส่วนของรถถูกทำลายและกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเด็ก ๆ ในภายหลัง 

 

แต่กลับกัน รถอีกคันที่ถูกจอดไว้เช่นเดียวกันในย่าน  Palo Altoอ นั้นไม่มีใครแตะต้องนานกว่า 1 สัปดาห์  Zimbardo ผู้ทดลองจึงนำค้อนเข้าไปทุบรถคันนั้น ผ่านไปไม่นานผู้คนแถวนั้นก็เข้ามาร่วมทำลายรถเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้คนที่เข้ามาทำลายรถเป็นคนวัยกลางคนที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนผิวขาว แต่งตัวดี

 

จากการทดลองเชื่อว่าผู้คนที่อยู่ในย่าน Bronx  เป็นย่านที่มีประวัติการทิ้งร้างทรัพสินสูงกว่าที่อื่น ๆ จึงทำให้เกิดการทำลายทรัพย์สินขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนำรถไปจอดทิ้งไว้ 

 

แต่สำหรับในย่าน Palo Alto ที่เป็นย่านที่มีผู้คนในสังคมที่ดีกว่าจึงไม่มีการเข้าไปทำลายรถที่ถูกจอดทิ้งไว้

 

สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อ Zimbardo เริ่มทุบรถที่จอดไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมง กลับเกิดการทุบทำลายเช่นกัน

 

หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1982  James Q. Wilson และ George L. Kelling ได้นำการทดลองมาต่อยอดเป็นบทความชื่อ “Broken Windows” โดยในบทความกล่าวถึงการที่จะใช้ผลการทดลองที่ผู้คนเข้ามาร่วมทำลายทรัพย์สินที่เสียหายอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะเพื่อใช้ในสังคมได้

 

ข้อเสนอจากทฤษฎีนี้คือ

การอนุญาตให้เกิด จุดด่าง หรือความไม่ดี หรือความไร้ระเบียบ แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสื่อความหมายได้ว่า ไม่มีคนดูแล เป็นเหตุให้เกิดความไม่ดี หรือหายนะที่ใหญ่โตมากขึ้นเรื่อยๆ บานปลายมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

ถ้าเป็นระดับองค์กร การปล่อยให้คนไม่ทำงาน ปัญหาที่ไม่แก้เล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น แต่เลือกวิธีซุกไว้ใต้พรม ไม่กล้าพอจะหยิบมาจัดการ ย่อมส่งผลกระทบต่อไปกลายทำให้องค์กรขาดแรงจูงใจในการทำงาน คนที่เคยกระฉับกระเฉงก็อาจหมดไฟไปด้วย

 

ขณะที่ในระดับสังคม ระดับประเทศ การอนุญาตให้เกิดจุดเลวร้ายที่สังคมนั้น ประเทศนั้นยังไม่สามารถจัดการได้ให้เกิดขึ้น จะเพิ่มความกลัว ความไร้ระเบียบ ทำให้ชุมชน สังคม ประเทศ อ่อนแอลง และเพิ่มแนวโน้มพฤติกรรมทางอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นเรื่องบานปลาย 

 

หากใครนึกไม่ออกก็ลองดูปัญหายาเสพติดประเทศนี้ และกระจกที่แตกจากนโยบายกัญชา ที่สนับสนุนโดยกระทรวงที่ (เชื่อว่า) รวมคนฉลาดของประเทศนี้เอาไว้ แต่ความฉลาดนั้นไม่ได้พ่วงความกล้าหาญในการปกป้องผู้คนดังคำปฏิญาณที่เคยกู่ร้องมาด้วย

 

การเกิดขึ้นของ  Entertainment Complex จะพาประเทศนี้ อนาคตของประเทศนี้ไปทางไหน หากใจไม่มืดบอดจนเกินไปก็ขอเดาว่าคงน่าจะพอมองเห็น อนาคตของสิ่งนี้ในประเทศที่ตึกถล่มมาแล้วเกินสัปดาห์ ร่างผู้สูญหายยังกองทับถมใต้ซากตึก แต่ยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้

 

หากยังเหลือความรู้สึกของมนุษย์อยู่ในตัวบ้าง

ก็ขอให้ใช้ความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้น รู้สึกรู้สมต่ออนาคตของสังคมนี้ ประเทศนี้ อันยังมีมนุษย์คนอื่นอยู่ร่วมกันด้วยเถิด

 

อ้างอิง

Wilson, J. Q., & Kelling, G. L. (1982). Broken windows. Atlantic monthly, 249 (3), 29-38.

 

Zimbardo, P. G. (1969). The human choice: Individuation, reason, and order versus deindividuation, impulse, and chaos. In Nebraska symposium on motivation. University of Nebraska press.