พักหลังมานี้ ในแวดวงสุขภาพและโภชนาการ การกินเนื้อล้วน หรือที่เรียกกันว่า “คาร์นิโวร์ ไดเอต” (Carnivore Diet) กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถกเถียงกันยกใหญ่ แนวทางการกินแบบนี้ที่เน้นแต่เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ โดยงดพืชผักทุกชนิด กำลังถูกจับตาและวิเคราะห์อย่างละเอียดโดย ดร. ชิรีน คัสซาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเน้นพืช บทวิเคราะห์ของเธอ ที่เผยแพร่ผ่านกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสายแพลนต์เบส (Plant-Based Health Professionals - PBHP) ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่น่ากังวลของการกินแต่เนื้อ ซึ่งเป็นแนวทางการกินที่สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับคำแนะนำเรื่องโภชนาการที่สมดุลที่วงการแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำกัน

ดร. คัสซาม ชี้ประเด็นสำคัญเรื่องการขาดไฟเบอร์ หรือใยอาหาร ในการกินแบบนี้ ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่พบได้เยอะในพืชผักผลไม้ ไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญมากต่อสุขภาพลำไส้และการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด หากร่างกายขาดไฟเบอร์ คนที่กินแบบนี้อาจเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือแม้แต่ภาวะสมองเสื่อม แถมปริมาณไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูงปรี๊ดจากการกินเนื้อเยอะๆ ก็ยิ่งซ้ำเติมความเสี่ยงเหล่านี้เข้าไปอีก

นอกจากนี้ การตัดพืชผักผลไม้ออกไปหมด ยังทำให้ขาดสารอาหารรองที่จำเป็นอีกหลายตัว อย่างแมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินซี การขาดสารอาหารพวกนี้ ไม่เพียงส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ยังอาจโยงไปถึงปัญหาสุขภาพจิตได้ด้วย เพราะมีงานวิจัยชี้ว่า อาหารไฟเบอร์ต่ำไขมันสูง มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า

ที่น่าห่วงเป็นพิเศษคือการกินเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป ที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ถึงแม้จะมีคนอ้างว่าช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ ดร. คัสซาม ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารับรองความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพระยะยาวของการกินแบบนี้เลย เธอยังตั้งคำถามกับเหตุผลเชิงวิวัฒนาการที่เอามาอ้างสนับสนุนแนวคิดนี้ด้วย โดยชี้ว่าจริงๆ แล้ว อาหารของบรรพบุรุษเราหลากหลายกว่านั้นมาก และมีการกินพืชในสัดส่วนที่สูงด้วย

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการกินแต่เนื้อก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ยิ่งเมื่อมองในภาพรวมเรื่องความพยายามสร้างความยั่งยืนทั่วโลก การกินแต่อาหารจากสัตว์ล้วนๆ ถือเป็นการคุกคามระบบนิเวศอย่างรุนแรง เพราะอุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์มหาศาล

ในทางตรงกันข้าม มีงานวิจัยมากมายที่ตอกย้ำประโยชน์ของการกินอาหารจากพืชเป็นหลัก (Plant-based) งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นประโยชน์ชัดเจน เช่น ลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับหัวใจ หลอดเลือด และระบบเผาผลาญ (cardiometabolic diseases) สุขภาพลำไส้ดีขึ้น และลดอัตราการเสียชีวิต เมื่อหันมาบริโภคอาหารจากพืชแทนผลิตภัณฑ์จากสัตว์

สำหรับคนไทยเรา ประเด็นเหล่านี้ถือว่าสำคัญมาก อาหารไทยเราที่ปกติก็อุดมไปด้วยพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรอยู่แล้ว ก็ถือว่าสอดคล้องกับคำแนะนำของ ดร. คัสซาม เรื่องการกินอาหารที่สมดุล การเน้นกินอาหารลักษณะนี้ ไม่เพียงช่วยให้สุขภาพส่วนตัวดีขึ้น แต่ยังช่วยสนับสนุนเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวมด้วย

สรุปง่ายๆ คือ ถึงแม้การกินแต่เนื้ออาจมีข้อดีระยะสั้นตรงที่ได้งดอาหารแปรรูปไป แต่ ดร. คัสซาม ก็ยังสนับสนุนแนวทางการกินที่ดีต่อสุขภาพและหลากหลายทางโภชนาการมากกว่าอยู่ดี คนไทยเราจึงควรหันมาใส่ใจอาหารที่สมดุล เน้นผักผลไม้และสมุนไพรบ้านเรา เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับสารอาหารครบถ้วน และยังได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

สำหรับใครที่กำลังคิดจะปรับเปลี่ยนการกิน แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อน เพื่อจะได้วางแผนการกินที่เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในระยะยาว