วงการสุขภาพต้องจับตา! มีข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจสุดๆ ที่อาจพลิกความเข้าใจเรื่องการกินของเราไปเลย เมื่อคุณหมอและนักโภชนาการชื่อดังจากอังกฤษ ดร. รูปี ออจลา (Dr. Rupy Aujla) ออกมาบอกว่า คนจำนวนมาก รวมถึงพี่น้องชาวไทย อาจต้องการโปรตีนในปริมาณที่สูงกว่าคำแนะนำปัจจุบันเยอะมาก! คุณหมอไม่ได้พูดลอยๆ นะ มีทั้งงานวิจัยใหม่ๆ และประสบการณ์ตรงมายืนยัน ท่านเสนอว่าเราควรเพิ่มโปรตีนที่กินต่อวันอย่างน้อย 50% หรือบางคนอาจต้องเพิ่มเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว แนวคิดนี้ไม่ได้แค่ป้องกันไม่ให้ขาดโปรตีนนะ แต่ตั้งเป้าให้สุขภาพดีสุดๆ ในทุกช่วงวัยกันไปเลย

รู้กันอยู่แล้วว่าโปรตีนคือสารอาหารหลักที่โคตรสำคัญ จำเป็นต่อแทบทุกอย่างในร่างกาย ตั้งแต่สร้างกล้ามเนื้อ ผลิตฮอร์โมน ไปจนซ่อมแซมเซลล์ ดร. ออจลา ชี้ว่า คำแนะนำเรื่องกินอยู่แบบเดิมๆ มักจะเน้นแค่ว่า “อย่าให้ขาด” แต่ไม่ได้มองไปถึงการ “ปั้นสุขภาพให้ปังสุด” ประสบการณ์ตรงของคุณหมอเองที่เคยขาดโปรตีนจนรู้สึกเพลีย ไม่มีแรง ทั้งๆ ที่ออกกำลังกายประจำ ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าถึงเวลาต้องคิดเรื่องนี้กันใหม่แล้ว

ยิ่งบ้านเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มตัว เรื่องโปรตีนยิ่งสำคัญขึ้นไปอีก เหมือนกับที่อังกฤษนั่นแหละ พออายุมากขึ้น ร่างกายก็ต้องการสารอาหารเปลี่ยนไป ซึ่งกระทบชีวิตประจำวันและสุขภาพเต็มๆ ดร. ออจลา ย้ำเลยว่า ผู้สูงอายุต้องการโปรตีนมากกว่าเดิม เพราะร่างกายต้องเจอศึกหนัก ทั้งความอยากอาหารที่ลดลง ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีเท่าเก่า แถมยังมีภาวะที่เรียกว่า “ดื้อต่อการสร้างโปรตีน” (anabolic resistance) ที่ทำให้กล้ามเนื้อใช้โปรตีนได้ไม่เก่งเหมือนเดิมอีก

มุมมองนี้ตรงกับบ้านเราเป๊ะๆ เพราะอาหารไทยดั้งเดิม โดยเฉพาะในต่างจังหวัดหรือวิถีชีวิตแบบเก่าๆ อาจจะไม่ได้เน้นโปรตีนหนักๆ เท่าไหร่ แต่ข่าวดีคือ อาหารไทยเราอุดมไปด้วยพืชผักและอาหารทะเล ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีมากๆ ที่จะปรับเอาคำแนะนำใหม่ๆ นี้มาใช้ให้เข้ากับลิ้นและวัตถุดิบของคนไทย

ตัวอย่างเช่น ดร. ออจลา แนะให้กินโปรตีนแบบสมดุล ทั้งจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และจากพืชหลากหลายชนิด เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่นๆ แถมมาด้วย อาหารที่เราคุ้นเคยอย่างเต้าหู้และเทมเป้ถือเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด เสริมทัพด้วยถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง อัลมอนด์ ซึ่งล้วนมีโปรตีนสูงและหาทานง่ายในบ้านเรา

อย่างไรก็ตาม พอวัฒนธรรมอาหารการกินของไทยเริ่มเปลี่ยนไปตามเทรนด์โลก มีการกินเนื้อสัตว์มากขึ้น การใส่ใจเรื่องคุณภาพโปรตีนและผลต่อสุขภาพก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย ดร. ออจลา เตือนว่าอย่าพึ่งโปรตีนจากสัตว์ที่มีไขมันสูงปรี๊ดมากเกินไป เพราะอาจได้ไขมันอิ่มตัวแถมมาเพียบ ซึ่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพใหญ่ทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย

เพื่อส่งเสริมให้เราได้โปรตีนที่หลากหลาย ดร. ออจลา แนะนำให้ลองผสมผสานโปรตีนจากพืชเข้าไปในมื้ออาหาร ซึ่งเป็นอะไรที่เข้ากับวิถีกินของไทยได้สบายๆ เลย หรือแค่เพิ่มอะไรง่ายๆ อย่างถั่วแระญี่ปุ่น (เอดะมาเมะ) ลงไปในจานอาหารไทย ก็ช่วยเพิ่มทั้งโปรตีนและใยอาหาร ดีต่อสุขภาพโดยรวมไปอีก

ข้อมูลล่าสุดนี้ยังกระตุกให้เราต้องระวังพวกอาหารเสริมโปรตีนแปรรูปหนักๆ แล้วหันมาเน้นโปรตีนจากธรรมชาติหรือที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดแทน เรื่องนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะกับคนที่อินเทรนด์สุขภาพและการออกกำลังกายที่เห็นผ่านโซเชียลมีเดีย และกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตามกระแสโลก

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านสาธารณสุข อย่างอัตราโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้น แนวคิดใหม่เรื่องโปรตีนนี้ก็เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจในการปรับปรุงพฤติกรรมการกินให้ดีขึ้น คนที่กำหนดนโยบายหรือนักการศึกษาอาจนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ในคำแนะนำด้านโภชนาการระดับประเทศ เพื่อส่งเสริมแนวทางที่สมดุล ให้คนไทยมีพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

สรุปง่ายๆ คือ อยากแนะนำให้พี่น้องชาวไทยลองเพิ่มความหลากหลายของแหล่งโปรตีน หันมากินโปรตีนจากพืชคุณภาพดีให้มากขึ้น และใส่ใจทั้งปริมาณที่กินและความสมดุลของอาหารโดยรวม การปรับเปลี่ยนแค่นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังเป็นการกินที่ยั่งยืน สอดคล้องกับวัฒนธรรมอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของเราอีกด้วย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อนี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อปรับเปลี่ยนการบริโภคให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลนะครับ