เดี๋ยวนี้เรื่องกินเพื่อสุขภาพไม่ได้มีแค่ว่า ‘กินอะไร’ แต่ ‘กินเร็วแค่ไหน’ ก็สำคัญไม่แพ้กัน ผู้เชี่ยวชาญเริ่มหันมาสนใจมิตินี้มากขึ้น และมีคำแนะนำใหม่ออกมาว่า เราควรใส่ใจกับความเร็วในการกินให้มากขึ้น เพราะมีข้อมูลชี้ว่า การโซ้ยข้าวหมดจานในเวลาไม่ถึง 20 นาที อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ แปลว่า การค่อยๆ กิน ค่อยๆ เคี้ยว อาจมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

เรื่องนี้ถือว่าสำคัญไม่น้อยสำหรับคนไทยและสังคมบ้านเรา ในยุคที่ชีวิตหมุนเร็วเหลือเกิน หลายครั้งเราต้องรีบเร่งทำทุกอย่างเพื่อให้สมดุลชีวิตกับการทำงาน การเข้าใจว่าการกินเร็วจนเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ

การกินเร็วมักทำให้เรากินเยอะเกินจำเป็น เพราะสมองต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาทีกว่าจะส่งสัญญาณว่า ‘อิ่มแล้วนะ’ ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำหนักขึ้น และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ และเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังที่คนไทยเป็นกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ การกินเร็วยังเกี่ยวกับการย่อยอาหารที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ และทำให้เรามีความสุขกับการกินน้อยลงด้วย อ้างอิง

ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมักจะเน้นเรื่องคุณภาพอาหาร ชวนให้เรากินผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดเยอะๆ แต่ข้อมูลใหม่ๆ นี้ชี้ว่า ความเร็วในการกินก็สำคัญไม่แพ้กัน ดร. ทาคาชิ วาตานาเบะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว บอกว่า “คนที่กินเร็วมักจะดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง เพราะร่างกายมีเวลาไม่พอที่จะจัดการ”

ลองนึกถึงบ้านเรา ที่มื้อเที่ยงเร่งด่วนอาจจะมีแค่ส้มตำหรือผัดกะเพรา ข้อมูลนี้น่าจะช่วยกระตุ้นให้เราหันมาทบทวนวัฒนธรรมการกินกันใหม่ จริงๆ แล้ว วิถีกินข้าวร่วมวงแบบไทยๆ ดั้งเดิม ที่เน้นการค่อยๆ ละเลียดรสชาติอาหาร พูดคุยกันไปในบรรยากาศสบายๆ กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ก็สอดคล้องกับคำแนะนำนี้อยู่แล้ว การกลับไปสู่วิถีเดิมๆ แบบนี้ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจช่วยให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแน่นแฟ้นขึ้นด้วย

ในอนาคต การปรับพฤติกรรมง่ายๆ อย่างการกินให้ช้าลงจนเป็นเรื่องปกติ อาจพลิกโฉมสุขภาพโดยรวมของคนไทยได้ การรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างมีสติ (mindful eating) โดยเฉพาะในโรงเรียนและที่ทำงาน น่าจะช่วยสร้างสังคมไทยที่แข็งแรงขึ้นได้ หรืออาจจะมีไอเดียใหม่ๆ อย่างการจัดโปรแกรม “กินช้า” ในร้านอาหาร เพื่อชวนให้ลูกค้าใช้เวลาดื่มด่ำกับมื้ออาหารนานขึ้นก็ได้

สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวไทย เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการตั้งใจแบ่งเวลาสำหรับมื้ออาหารแต่ละมื้อ อย่างน้อยสัก 30 นาที ลองฝึกสมาธิระหว่างกิน ค่อยๆ รับรู้รสชาติอาหาร คุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะบ้าง และวางช้อนส้อมพักเป็นระยะๆ การปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แหละ ที่จะนำไปสู่สุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นผลได้ชัด ทำให้มื้ออร่อยแบบไทยๆ ของเรา ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่เป็นเรื่องของสุขภาพและความสุขที่ยั่งยืนด้วย