การแพร่ระบาดของเชื้อราดื้อยาที่ชื่อว่า “แคนดิดา ออริส” (Candida auris) กำลังอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง จนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ต้องประกาศยกระดับให้เป็น “ภัยคุกคามจากเชื้อดื้อยาระดับเร่งด่วน” จากข้อมูลล่าสุดที่ศึกษาในโรงพยาบาล พบว่าเชื้อราชนิดนี้ซึ่งตรวจเจอครั้งแรกในสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจนับตั้งแต่นั้น โดยเฉพาะการระบาดในรัฐจอร์เจียและในเครือข่ายโรงพยาบาล Jackson Health System ที่ไมอามี ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เชื้อนี้มักจะเล่นงานผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในสถานพยาบาล โดยเฉพาะคนที่ต้องใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ติดตัว เช่น สายสวนต่างๆ หรือท่อช่วยหายใจ เพราะเชื้อสามารถฉวยโอกาสแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านอุปกรณ์เหล่านี้

การรักษาการติดเชื้อแคนดิดา ออริส นั้นถือว่ายากมาก เพราะมันดื้อต่อยาต้านเชื้อราที่ใช้กันอยู่หลายตัว ทำให้หมอมีทางเลือกในการรักษาเหลือน้อยเต็มที เมลิสซา โนแลน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาและชีวสถิติ จากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา ย้ำถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ว่า ถ้าไม่มียาที่ใช้ได้ผล ผู้ป่วยก็ต้องฝากความหวังไว้กับภูมิคุ้มกันของตัวเองในการต่อสู้กับเชื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอย่างมากสำหรับคนที่มีร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

นอกเหนือจากความสามารถในการดื้อยาแล้ว เชื้อแคนดิดา ออริส ยังเก่งในการปรับตัวให้อยู่รอดตามพื้นผิวต่างๆ ได้นาน เช่น ตามราวเตียง หรือลูกบิดประตู ซึ่งนี่กลายเป็นปัญหาใหญ่ในสถานพยาบาล ความอึดของมันในสภาพแวดล้อมเหล่านี้ทำให้โรงพยาบาลกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อ และทำให้ความพยายามที่จะควบคุมการแพร่กระจายนั้นยากขึ้นไปอีก ความสามารถในการปรับตัวและความทนทานนี้ หมายความว่าถึงแม้จะทำความสะอาดอย่างดีแล้ว แต่หากยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ก็อาจนำไปสู่การกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อยามากขึ้นได้อีก

นับตั้งแต่ที่พบครั้งแรก เชื้อแคนดิดา ออริส ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วสหรัฐอเมริกา พบเชื้อนี้แล้วในเกือบทุกรัฐ เหลือเพียง 12 รัฐเท่านั้นที่ยังไม่มีรายงาน CDC ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตจากเชื้อ C. auris อยู่ที่ประมาณ 30-60% แต่ก็ต้องบอกว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักจะมีโรคประจำตัวอื่นๆ อยู่ด้วย ทำให้ยากที่จะฟันธงได้ว่าเชื้อราตัวนี้เป็นสาเหตุการตายโดยตรงเพียงอย่างเดียวหรือไม่

สำหรับประเทศไทย แม้เราจะมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง แต่ก็ยังต้องรับมือกับความท้าทายจากโรคในเขตร้อนและภัยสุขภาพต่างๆ อยู่เสมอ การทำความเข้าใจถึงโอกาสที่เชื้อแคนดิดา ออริส อาจจะเข้ามาแพร่ระบาดในบ้านเราจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เราสามารถเรียนรู้จากสถานการณ์ทั่วโลกและความสามารถในการปรับตัวของเชื้อโรคชนิดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าสถานพยาบาลต่างๆ ในไทยได้นำมาตรการควบคุมการติดเชื้อที่เข้มงวดมาปรับใช้ ภัยคุกคามจากเชื้อดื้อยาหลายขนาน (multidrug-resistant organisms) ทำให้เราจำเป็นต้องมีการทบทวนแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัย ระบบเฝ้าระวังโรค และความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้

ในอนาคตข้างหน้า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่หน่วยงานด้านสุขภาพทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ต้องเสริมความแข็งแกร่งของระบบเฝ้าระวังให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นของเชื้อโรคดื้อยาเหล่านี้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ มาตรการเชิงรุก เช่น การปรับปรุงขั้นตอนการทำความสะอาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการมีแผนรับมืออย่างรวดเร็วในสถานพยาบาล เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้ ควรมีการให้ความรู้แก่ประชาชนไทยเกี่ยวกับภัยจากเชื้อราตัวนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาดทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน บุคลากรสาธารณสุขเองก็ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยและนโยบายเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามใหม่ๆ อย่างเชื้อแคนดิดา ออริส เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ป่วยและความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทย