สถานการณ์โรคหัดระบาดล่าสุดในแถบเท็กซัสตะวันตกและนิวเม็กซิโกยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าผู้ป่วยหลายรายมีภาวะวิตามินเอเป็นพิษ (vitamin A toxicity) ร่วมด้วย จุดชนวนความกังวลเรื่องข้อมูลสุขภาพที่คลาดเคลื่อน ที่โรงพยาบาลเด็ก Covenant Children’s Hospital ในเมืองลับบ็อก ซึ่งอยู่ใกล้จุดที่โรคระบาดหนัก พบว่าเด็กบางรายที่ไม่ได้รับวัคซีนและเข้ารักษาตัวด้วยโรคหัด มีอาการตับทำงานผิดปกติ ซึ่งคาดว่าเป็นสัญญาณของการได้รับวิตามินเอมากเกินไป ตามคำอธิบายของ ดร. ลารา จอห์นสัน กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของ Covenant Health-Lubbock Service Area แหล่งข่าว

เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาใหญ่ของคำแนะนำด้านสุขภาพที่ชวนให้เข้าใจผิดซึ่งแพร่กระจายอยู่บนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อกล่าวอ้างที่ว่าวิตามินเอช่วยป้องกันโรคหัดได้ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ เคยจุดประเด็นถกเถียงโดยเสนอว่าวิตามินเออาจช่วยป้องกันโรคได้ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับเลย วิธีป้องกันโรคหัดที่ได้ผลจริงและผ่านการพิสูจน์แล้วมีเพียงวิธีเดียวคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงถึง 97% หลังได้รับครบสองเข็ม

ดร. ปีเตอร์ โฮเตซ ผู้อำนวยการร่วมของศูนย์พัฒนาวัคซีน โรงพยาบาลเด็กเท็กซัส เตือนถึงอันตรายจากข้อมูลลวงเหล่านี้ว่า “ถ้าคนหลงเชื่อว่าต้องเลือกระหว่างฉีดวัคซีน MMR กับกินวิตามินเอ อาจทำให้เด็กๆ ติดโรคหัดกันโดยไม่จำเป็นมากมายในช่วงที่โรคระบาด” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการกินวิตามินเอในปริมาณที่ไม่ได้ควบคุม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเป็นพิษได้

จริงๆ แล้ว วิตามินเอ หากให้ในปริมาณที่ควบคุมโดยแพทย์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการรักษาโรคหัดที่มีอาการรุนแรง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ก็แนะนำให้ใช้ในบางกรณี แต่ภาวะเป็นพิษที่พบในปัจจุบันดูเหมือนจะมาจากการที่ผู้ป่วยไปหาซื้อวิตามินเอมากินเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ ดร. เลสลีย์ มาเธอรัล กุมารแพทย์ในเมืองลับบ็อก ชี้ว่า วิตามินเอจะมีประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อให้กับผู้ที่ขาดวิตามินเอจริงๆ ซึ่งมักพบในประเทศรายได้น้อย มากกว่าที่จะพบในกลุ่มประชากรที่ได้รับสารอาหารค่อนข้างดีอย่างในเท็กซัสตะวันตก

เนื่องจากวิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงมีความเสี่ยงสูง เพราะมันสามารถสะสมในตับและอวัยวะอื่นๆ ก่อให้เกิดอาการได้ตั้งแต่อาการระคายเคืองผิวหนังไปจนถึงตับถูกทำลาย ในกรณีร้ายแรง ภาวะวิตามินเอเป็นพิษอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่แก้ไขให้กลับคืนมาเหมือนเดิมไม่ได้

นอกจากนี้ สภาเพื่อโภชนาการที่มีความรับผิดชอบ (Council for Responsible Nutrition) ก็ได้ออกมาเตือนเรื่องการใช้วิตามินเอในปริมาณสูงเพื่อป้องกันโรคหัด โดยย้ำว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันช่วยป้องกันการติดเชื้อได้จริง

ในยุคที่ข้อมูลสุขภาพแข่งขันกันอย่างดุเดือด กลุ่มผู้มีอิทธิพลด้านสุขภาพ (wellness sector) มักจะด้อยค่าความสำคัญของวัคซีน พร้อมๆ กับส่งเสริมวิธีการรักษาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ การพึ่งพาวิธีการรักษาที่ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับกรณีถกเถียงเรื่องยาไอเวอร์เม็กติน (ivermectin) ในช่วงโควิด-19 ระบาด อาจนำไปสู่ผลเสียต่อสุขภาพที่จริงๆ แล้วป้องกันได้ รวมถึงการเสียเงินโดยใช่เหตุ

ในประเทศไทย ซึ่งระบบสาธารณสุขก็ต้องเผชิญกับปัญหาข้อมูลเท็จในลักษณะคล้ายๆ กัน การทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องยังคงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง วัคซีน MMR มีให้บริการอย่างแพร่หลายในประเทศไทยผ่านโครงการสาธารณสุขต่างๆ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรคเหล่านี้

เมื่อมองไปข้างหน้า ความจำเป็นในการให้ความรู้ด้านสุขภาพที่เข้มแข็งและการเผยแพร่ข้อมูลที่เชื่อถือได้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับข้อมูลเท็จ หน่วยงานสาธารณสุขของไทยสามารถเรียนรู้บทเรียนจากเหตุการณ์ระบาดในเท็กซัส เพื่อนำมาปรับปรุงแคมเปญรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเน้นย้ำว่าการฉีดวัคซีนคือกลยุทธ์หลักในการป้องกันโรคหัด

สำหรับผู้อ่านชาวไทย สิ่งที่ควรทำตอนนี้ชัดเจนมาก นั่นคือ ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนมากกว่าการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกหลานได้รับวัคซีนที่ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วตามกำหนด และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้งก่อนคิดจะใช้อาหารเสริมใดๆ การจัดการและขจัดข้อมูลเท็จเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม เพื่อปกป้องสุขภาพของส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ