จริยธรรมทางการวิจัยเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การวิจัยดำเนินไปอย่างมีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสังคม นักวิจัยต้องรักษาความโปร่งใสและซื่อสัตย์ในการทำงาน เพื่อให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกต้องและเป็นธรรม

จริยธรรมทางการวิจัย (Research Ethics) เป็นข้อกำหนดและหลักการที่นักวิจัยต้องปฏิบัติตามในการดำเนินการวิจัย เพื่อให้แน่ใจว่าการวิจัยนั้นดำเนินไปอย่างถูกต้อง ชอบธรรม และเคารพต่อสิทธิและความเป็นมนุษย์ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคมและความโปร่งใสในการเผยแพร่ผลการวิจัย ดังนี้คือหลักการสำคัญในจริยธรรมทางการวิจัย:

1. การยินยอมจากผู้เข้าร่วมการวิจัย (Informed Consent)

การได้รับการยินยอมจากผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญในจริยธรรมการวิจัย นักวิจัยต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ วิธีการและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการวิจัย รวมถึงสิทธิของผู้เข้าร่วม เช่น การเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครและสิทธิในการถอนตัวจากการวิจัยได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องมีผลกระทบใด ๆ

2. ความเป็นส่วนตัวและการรักษาความลับ (Confidentiality)

นักวิจัยต้องเคารพในความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าร่วมการวิจัย โดยต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่อาจทำให้สามารถระบุบุคคลได้ การเก็บข้อมูลจะต้องถูกจัดการและรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูลหรือการปกปิดตัวตนของผู้เข้าร่วมการวิจัย

3. การป้องกันการละเมิดสิทธิและความปลอดภัย (Protection from Harm)

นักวิจัยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เข้าร่วมการวิจัย โดยต้องหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดอันตรายทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือสังคม นักวิจัยต้องดำเนินการวิจัยในลักษณะที่ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผู้เข้าร่วม ไม่ว่าจะในระหว่างการวิจัยหรือหลังจากนั้น

4. การหลีกเลี่ยงการโกงและการปลอมแปลงข้อมูล (Plagiarism and Fabrication)

การขโมยความคิดหรือผลงานของผู้อื่น (plagiarism) หรือการปลอมแปลงข้อมูล (data fabrication) เป็นการละเมิดจริยธรรมทางการวิจัยที่ร้ายแรง นักวิจัยต้องให้เครดิตแก่แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยอย่างถูกต้อง และต้องรายงานผลการวิจัยอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่บิดเบือนหรือปลอมแปลงข้อมูล

5. การมีความโปร่งใส (Transparency)

การดำเนินการวิจัยต้องมีความโปร่งใส ทั้งในขั้นตอนการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการรายงานผล ผลการวิจัยทั้งหมดต้องได้รับการเผยแพร่ในรูปแบบที่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยวิธีการที่ใช้ การรายงานผลอย่างครบถ้วนแม้ว่าผลจะไม่เป็นไปตามคาดหวัง และการเปิดเผยแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย

6. การยุติธรรม (Justice)

นักวิจัยต้องให้ความสำคัญกับการเลือกผู้เข้าร่วมการวิจัยอย่างยุติธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือเลือกสรรผู้เข้าร่วมการวิจัยจากความลำเอียง เช่น การเลือกผู้เข้าร่วมที่มีสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ หรือเชื้อชาติที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ต้องมีการแบ่งปันประโยชน์จากการวิจัยอย่างเท่าเทียม ไม่เอาเปรียบผู้เข้าร่วม

7. การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ (Compliance with Laws and Regulations)

นักวิจัยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในประเทศหรือในสถาบันที่ดำเนินการวิจัย รวมถึงมาตรฐานจริยธรรมทางการวิจัยที่กำหนดโดยองค์กรวิจัยและการศึกษาระดับชาติหรือระดับนานาชาติ

8. การตรวจสอบและการประเมินผล (Review and Evaluation)

งานวิจัยควรได้รับการตรวจสอบและประเมินผลจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (Institutional Review Board หรือ Ethics Committee) เพื่อให้แน่ใจว่าการวิจัยนั้นเป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อผู้เข้าร่วมการวิจัย

9. การมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility)

งานวิจัยต้องมีจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกับความสนใจและประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการใช้ผลการวิจัยในทางที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีที่ปลอดภัยหรือการแก้ไขปัญหาสังคมที่สำคัญ

10. การเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคม

การวิจัยต้องเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการดำเนินงานในกรอบของศีลธรรมที่ยอมรับได้ในบริบทต่าง ๆ โดยเฉพาะในการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนหลากหลายวัฒนธรรมหรือชนชาติ