เส้นทางชีวิต ลิขิตไว้ให้รื่นรมย์
คือชื่อบล็อกที่รวบรวมบันทึกเรื่องเล่า หรือเล่าเรื่อง อันเป็นกิจวัตรประจำวันของผม แต่ก่อนจะเขียนทีเดียวจบ เดี๋ยวนี้ผ่อนหนักให้เป็นเบา ชะลอความเร็วในการคิดแล้วเขียน เพราะไม่รู้จะรีบเร่งไปเพื่ออะไร
ตั้งใจจะไม่ทำปริมาณอีกแล้ว ทุกเรื่องราวต่อจากนี้ ต้องเกิดประโยชน์แก่ตน ไม่สร้างมลภาวะแก่ผู้อ่าน และจะต้องไม่สร้างความเดือดดาลให้ใครทั้งสิ้น
จึงจะถือว่าเป็นงานเขียนที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง คุณค่าในมุมมองของคนเขียนนะ ที่จะตราตรึงการถ่ายทอดไว้ตลอดกาล ใครจะอ่านมากหรือน้อย คงมิใช่สาระสำคัญ เพราะความรื่นรมย์จากการเขียนได้บังเกิดขึ้นแล้ว
ผลงานที่ทยอยออกมาเป็นรูปธรรม ที่เคยคิดว่ายากแต่กลับง่ายดาย เล่มสุดท้ายแต่ไม่น่าจะท้ายสุด คลอดจากโรงพิมพ์วันนี้ มีชื่อที่หน้าปกว่า”สายธารแห่งความทรงจำ”
สายธารจากประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดที่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ของครูที่มีต้นทุนต่ำ แต่ต้องการดื่มด่ำกับรสวรรณกรรม จึงต้องเพียรพยายามสร้างงาน บนถนนสายบำนาญที่ไร้ปัญหาและอุปสรรค
เพราะความอิสระและเสรีที่จะปรุงรสของตัวอักษรให้นุ่มนวลและพิถีพิถัน โดยที่ไม่หวังผลที่ความเด่นดัง ไม่หวังสตางค์ให้เกิดรายได้ เพราะเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอย่างพอเพียงโดยที่ไม่ขัดสนแต่อย่างใด
หนังสือทุกเล่มที่เขียนและพิมพ์ออกมา จึงเป็นตัวแทนของความสุขใจอย่างแท้จริง ที่ได้บอกเล่ากาลครั้งหนึ่งที่ผ่านมา ไม่มีเจตนาอวดอ้างความรู้ความสามารถ หรือความสำเร็จที่เลิศเลอเพอร์เฟคกว่าใคร
ไม่เคยคิดเสียดายที่ได้เกิดบนถนนสายนี้ช้ากว่าคนอื่น แค่ได้คิดฝันให้ไกล และไปให้ถึงจุดหมาย ด้วยการลงมือทำจริง มันก็คุ้มที่สุดแล้ว ในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้
จากก้าวแรกที่ตัดสินใจแล้วค่อยๆก้าวเดิน จึงเพลิดเพลินกับถ้อยคำที่สรรค์สร้าง ในระหว่างทางก็ได้ศึกษาเรียนรู้จากนักเขียนหลายคน ที่มักจะพูดไว้คล้ายๆกันว่า การเขียนมันยากที่เล่มแรกเท่านั้น และจะเริ่มต้นใหม่อีกกี่ครั้งก็ได้ แต่ต้องไม่ทิ้งศรัทธาในตนเอง
ศรัทธาคือ ความเชื่อมั่นว่าเราต้องทำได้ ในขณะที่ทำก็ต้องเชื่อมั่นด้วยว่า นี่คือส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์วัฒนธรรมทางภาษา อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในตน และแบ่งปันความงดงามของภาษานี้สู่สายตาผู้อ่าน ผ่านการเล่าเรื่อง ฝากไว้ให้ลูกหลานนั่นเอง
การเขียนเล่าเรื่องจะนำไปสู่งานเขียนขั้นต่อไปหรือไม่ ผมไม่ค่อยจะกังวลมากมายนัก เพราะเดินทางมาถึงขั้นนี้แล้ว อายุเป็นเพียงตัวเลข ก็แค่คำปลอบใจ เวลาที่เหลือต่างหากคือ กำไร ที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยใจปรารถนาและเป็นความดีงามของชีวิต
ท้องฟ้าย่อมไม่ปฏิเสธนกกระจอกฉันใด ในแวดวงวรรณกรรมก็เช่นเดียวกัน ความกว้างใหญ่ไพศาลของหัวใจนักเขียนและตัวอักษร ย่อมเชื้อเชิญและต้อนรับนัก(อยาก)เขียนทุกคน
ขอเพียงตั้งใจ คิดดี ทำดี และมีความสุขในงานที่เขียนก็พอ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๒ มีนาคม ๒๕๖๘

