ผมเกษียณมาได้ปีกว่า เขตพื้นที่ฯแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ตำแหน่งผอ.ร.ร.ในโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง

          ในระยะวลาที่ผอ.ท่านนี้มาดำรงตำแหน่งช่วง ๖ เดือนแรก และในรอบ ๑ ปี

          โรงเรียนอยู่ในอำเภอที่ผมอยู่และรู้จักเป็นอย่างดี สมัยที่ยังมี สปอ.โรงเรียนนี้ก็อยู่ในกลุ่มโรงเรียนเดียวกันกับผม เรียกว่าหลับตาก็มองเห็นพัฒนาการของโรงเรียนแห่งนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

          เขตฯมอบหมายให้ผมประเมินเพียงโรงเรียนเดียวเท่านั้น แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจและทำงานเต็มที่

          คำว่าเต็มที่หมายถึง ก่อนประเมินผมไปรับฟังการชี้แจงจากท่านผอ.เขตฯผู้เป็นประธานเกี่ยวแนวทางการประเมินฯและผมก็ศึกษาหลักเกณฑ์การประเมินจากเอกสารคู่มือที่เขตให้มา

          การประเมินตัวบุคคลคือท่านผอ.รร.จะง่ายกว่าประเมินสถานศึกษา ซึ่งจะดูตามตัวชี้วัด ไม่ต้องเจาะลึกถึงโครงสร้างหรือขอบข่ายงาน ตลอดจนผลงานทั้งหมดทั้งมวลก็ได้

          เพราะผอ.บรรจุใหม่ มีเวลาปรับปรุงงานเดิม ส่งเสริมงานใหม่ แก้ปัญหาหลากหลายไม่ได้มากนัก เนื่องจากมีเวลาให้พิสูจน์ตนเองเพียง ๑ ปีเท่านั้น

          แต่ ๑ ปีก็มีตัวชี้วัดที่แสดงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งผอ.รร.ใหม่แบบเพิ่งแกะกล่องออกมา จะนิ่งนอนใจไม่ได้เลย ต้องวิเคราะห์งาน ต้องทำงานร่วมกับครู และนำเสนอให้กรรมการดูถึง ๒ รอบจึงจะผ่าน เพื่อจะได้ตราตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

          ผมทำหน้าที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประเมินสัมฤทธิผลผอ.รร.ในรอบ ๑ ปีผ่านไปแล้ว มีบทเรียนที่ผมต้องบันทึกเอาไว้สอนลูกหลาน เผื่อมีใครต้องการจะสอบให้ผ่านในตำแหน่ง ผอ.รร.

          เริ่มตั้งแต่การเป็นผู้ประเมิน อย่าเพลิดเพลินแต่จะให้คะแนน มากน้อยหรือผ่านกับไม่ผ่าน แต่ต้องแนะนำส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อให้ผอ.ผู้ซึ่งยังขาดประสบการณ์ ได้มีความรู้และความเข้าใจ

          ผมจึงไปถึงโรงเรียนก่อนเวลา ขณะที่รอประธานกรรมการฯ ผมบอกผอ.รร.ให้ไปบอกนักการภารโรงช่วยเปลี่ยนธงชาติกับธงสีฟ้าพระราชินี ที่อยู่เหนือป้ายชื่อโรงเรียนตรงริมถนนปากทางเข้า

          ธงดังกล่าว ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี เมื่อผมเห็นผมจึงต้องบอก ผอ.และโรงเรียนจะได้เกิดความเป็นสิริมงคล การเป็นผอ.รร.อย่ามองข้ามเรื่องธงเป็นอันขาด เพราะนี่คือสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของสถาบัน

          ผมพบความอลังการของโต๊ะนิทรรศการ มากมายกว่ารอบ ๖ เดือนที่ผ่านมา และเช่นเดียวกันกับเอกสารรายงานผลงานก็หนากว่าวิทยานิพนธ์ถึงสองเท่า อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่เห็นกันอยู่ทั่วไป

          ผมมองการบริหารจัดการเห็นว่าเรียบร้อยดีก็เบาใจ เพราะผมมีใจที่จะรักษาและสนับสนุนคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็กและเป็นโรงเรียนที่อยู่ในท้องถิ่นเดียวกันกับผม

          เหลือบไปเห็นเก้าอี้ท่านประธานที่อยู่หัวโต๊ะ เป็นเก้าอี้นวมธรรมดาเหมือนกับเก้าอี้คณะกรรมการ ดูแล้วไม่แปลกแต่มันไม่แตกต่างและไม่สง่างาม

          ผมขอให้เปลี่ยนเป็นเก้าอี้นวมทรงสูง ซึ่งเป็นเก้าอี้ของผอ.รร.ที่ใช้นั่งอยู่เป็นประจำทุกวัน พอเสร็จสรรพปรับเปลี่ยน ท่านประธานเดินทางมาถึงแล้วนั่งประจำที่ มองดูแล้วลงตัวและเท่อย่างที่สุดเลย

          งานนี้ผอ.รร.ท่านหนึ่ง ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ เปรยออกมาว่า ผมเป็นคนละเอียด แต่ไม่รู้ว่าเป็นคำชมหรือเปล่า ผมคิดว่าคุณลักษณะพื้นฐานของผอ.รร.ทุกคนย่อมต้องละเอียดอยู่แล้ว ต้องมองให้รอบด้าน และทำงานอย่างจริงจัง มิใช่ขอไปที

          เสร็จการประเมิน ผอ.รร.และคณะครูมาส่งผมถึงรถ เพื่อขอบคุณที่ผมพูดได้อย่างชัดเจน ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการสอนอ่านสอนเขียนและการบริหารชั้นอนุบาลของโรงเรียนที่มาถูกทาง

          ผมยิ้มรับและขับรถออกมา ภายในใจก็คิดว่าได้ทำหน้าที่ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่เรียบร้อย การเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมิได้เป็นกันง่ายๆ เมื่อเป็นแล้วก็ต้องทำหน้าที่ให้สมภูมิและทำให้ดีที่สุด..ใช่ป่ะ  

 ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๐  มีนาคม  ๒๕๖๘