พระบรมราโชวาท ร.๙
เกี่ยวกับการสหกรณ์ 

--------------------

“…ควรที่จะมีการแพร่ขยาย ให้ใช้ระบบสหกรณ์ขึ้นทั่วประเทศ เนื่องจากวิธีการสหกรณ์นั้นเอง เป็นรากฐานที่ดีของระบบประชาธิปไตยอย่างสำคัญ สอนให้คนรู้จักรับผิดชอบร่วมกันให้มีการเลือกตัวแทนเข้าไปบริหารสหกรณ์ ตลอดจนให้รู้ถึงคุณค่าของประโยชน์อันจะได้ร่วมกันเป็นส่วนรวม…”

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๐

--------------------
“…คำว่าสหกรณ์นี้ก็เป็นที่เข้าใจกันดีแล้วเดี๋ยวนี้ ว่าเป็นการร่วมแรง ร่วมกำลัง “สห” ก็ด้วยกัน “กรณ์” ก็ปฏิบัติงาน สหกรณ์มีหลายจำพวก และตามตำราก็ได้แบ่งเป็นสหกรณ์หลายชนิดแต่ละสหกรณ์จะมีประโยชน์อย่างยิ่งก็อย่างที่กล่าวมาคือสหกรณ์อเนกประสงค์ คำว่า “อเนกประสงค์” แปลว่า ไม่ใช่เอกประสงค์ เอกก็หนึ่ง ประสงค์ความต้องการหรือกิจการ อเนกก็ไม่ใช่หนึ่ง ก็หมายความว่าหลายๆ ประสงค์ ทำไม ก็เพราะว่าชีวิตคนเราจะต้องมีหลายอย่าง…”

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๒

--------------------

“…สหกรณ์ คือ การมีชีวิตร่วมกันและสร้างสรรค์ขึ้นมาสร้างสรรค์ร่วมกัน คือ สห เข้าด้วยกัน และ กรณ์ คือ การกระทำทำงานทำการสร้างชีวิตร่วมกัน เพราะคนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ต้องร่วมกัน ถ้ามีจิตใจที่จะปฏิบัติการสหกรณ์ที่แท้จริงเช่นนี้ประกอบด้วยความรู้ก็จะทำให้มีความสำเร็จแน่นอน…”

คามตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๖

--------------------

 “…ความคิดของการสหกรณ์ ซึ่งในเมืองไทยได้ปฏิบัติมาดังนี้เป็นเวลานานแล้วเป็นร้อยปี ไม่ใช่เพิ่งได้ทำเมื่อมีคำว่าสหกรณ์เกิดขึ้น คำว่าสหกรณ์นี้นับว่าเป็นคำใหม่ แต่ว่าแบบสหกรณ์ทำมานานแล้ว ทำมาในรูปการต่างๆ ถ้ายกตัวอย่างอย่างหนึ่ง อย่างเช่น การร่วมกันสร้างฝาย…”

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๒

--------------------

 “…การสหกรณ์นี้ถ้าเข้าใจดีแล้วก็เห็นได้ว่าเป็นวิธีทางเดียวที่จะทำให้มีความเจริญก้าวหน้าของประเทศได้ และต้องเข้าใจว่าเป็นการสหกรณ์ที่เรียกว่าสหกรณ์แบบเสรี คือ แต่ละคนต้องมีวินัยจริง แต่ว่าไม่อยู่ในบังคับของใครเลย อยู่ในบังคับของวินัยที่ตัวเองต้องเป็นผู้รับรอง…”

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๒

--------------------      

“…คำว่าสหกรณ์เป็นเพียงคำถ้าเราปฏิบัติ ก็เป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเราถือว่าสหกรณ์เป็นคำศักดิ์สิทธิ์เฉยๆ ก็จะไม่เป็นประโยชน์อะไร ฉะนั้น ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ความบริสุทธิ์ใจ และรักษาความสามัคคีโดยดี เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ดังนี้ ก็จะทำให้คำว่าสหกรณ์ศักดิ์สิทธิ์และทำให้ชีวิตของแต่ละคนมีความสุข…”         

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๒๓

--------------------

 “…สหกรณ์นี่นะต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่สุด คือ ความสามัคคี ความซื่อสัตย์ ถ้าใครเข้ามาเป็นกลุ่มก็ต้องหวังดีซึ่งกันและกัน ถึงจะให้กลุ่มนั้นเจริญได้ ถ้าเข้ามาในกลุ่มเพื่อเอาเปรียบซึ่งกันและกัน มีหวังล้มแน่…”

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ผู้นำสหกรณ์ภาคการเกษตรทั่วประเทศ

ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๐

--------------------

 “…การอยู่เป็นสหกรณ์มีตัวอย่างมาแล้วในหลายประเทศและในประเทศก็มี มีตัวอย่างมาแล้วเหมือนกันว่า เริ่มต้นด้วยความลำบากยากเย็น แต่ในที่สุดมีความร่ำรวย มีเกียรติเป็นคนที่คนนับถือทั่วทั้งประเทศว่า ผู้ที่ทำกิจการสหกรณ์อย่างดีก็เป็นคนที่มีความน่าชม คือ น่านับถือ น่ายกย่อง ฉะนั้นคนไหนมีอาชีพใดและตั้งตัวขึ้นมาได้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และด้วยความเฉลียวฉลาดเป็นคนที่น่านับถือทั้งนั้น ยกย่องได้…”

ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่หัวหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์สกลนคร

ณ ศูนย์รวมนม สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์สกลนคร
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๒

--------------------

ส่วนนี้นำมาจาก 
 เพจ :  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  https://www.thaihealth.or.th/พระบรมราโชวาท-พระราชดำ-4


ส่วนนี้ที่ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด (คลิก)
http://www.fsct.com/fsctnews/2017/FSCTnews_king.pdf