วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

การนิเทศห้องเรียนปฐมวัย (จิตวิทยาเชิงบวก เพื่อการเสริมสร้างอุปนิสัยของเด็ก)

ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นําเสนอ

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศมาตรา 258  จ. (3) ให้มีกลไกและระบบการผลิตคัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณ ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู (4) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยให้สอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนา ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยยุทธศาสตร์ที่ 4.3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี เก่งและมีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 (4.2) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ วัยแรงงานและวัยผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพมีทักษะ ความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุกช่วงวัย (4.3) ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาและการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2560–2579 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคน ทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานวิชาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพสถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งแหล่งเรียนรู้ สื่อ ตำราเรียน และนวัตกรรม ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่มีระบบและกลไกการวัดการติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพมีระบบการผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล ครู อาจารย์ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน 

การพัฒนาคุณภาพศึกษาให้เกิดคุณภาพนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นคุณภาพของผู้เรียน ที่เชื่อมั่นว่าคุณภาพผู้เรียนจะเกิดได้และบรรลุหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 นั้น จะต้องมีกระบวนการสู่ความสำเร็จ มีองค์ประกอบและปัจจัยคือ คุณภาพของผู้เรียน ที่โรงเรียนต้องประกันคุณภาพต่อผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโรงเรียนต้องประกันคุณภาพต่อผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่า ผู้เรียนจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามหลักสูตร มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจะต้องมีกระบวนการสู่ความสำเร็จในการพัฒนา 3 กระบวนการ คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา ซึ่งกระบวนการนิเทศการศึกษา เป็นภารกิจจำเป็นต่อการจัดการศึกษาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน บุคลากรที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานจัดการศึกษา จำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือ ชี้แนะและพัฒนางานให้ประสบผลสำเร็จ ทันต่อสภาพ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเหลือสนับสนุนให้กระบวนการบริหาร และกระบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของประเทศ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมระบบประกันคุณภาพการศึกษา ที่ต้องพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อเข้าสู่การปฏิรูปการศึกษาและการจัดการศึกษาในยุคประเทศไทย 4.0 ตลอดทั้งมาตรฐานการศึกษาของชาติ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะการเป็นผู้นำ และทักษะการนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม กระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน การนิเทศการศึกษาจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการศึกษา ในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความรู้ ความเข้าใจในด้านการบริหารจัดการ ด้านหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

          รูปแบบการเรียนรู้เชิงบวก การนิเทศการศึกษาปฐมวัยสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ในเด็กปฐมวัย การสร้างประสบกาณ์การเรียนรู้ที่ดีในช่วงเวลานี้สามารถสร้างพื้นฐานทางความรู้และ ทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ต่อไปในชีวิตของเด็กปฐมวัยได้

          จากสภาพปัจจุบันและปัญหา ความต้องการดังกล่าว โรงเรียนบ้านสองสะโกม จึงได้จัดทำแผนนิเทศภายในโรงเรียนโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน ประจำปีการศึกษา  2566 ระดับปฐมวัยขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการนิเทศ ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียน ในการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนต่อไป

จุดประสงค์

          1.  เพื่อช่วยเหลือ ชี้แนะ ส่งเสริมการดำเนินงานของครูในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ระดับชั้นเรียน ด้านสาระการเรียนรู้  หน่วยการจัดประสบการณ์ แผนการจัดประสบการณ์ และการวัดประเมินผล ให้เป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 

          2. เพื่อช่วยเหลือ ชี้แนะ ส่งเสริมให้ครูนำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับระดับชั้นเรียน มีการใช้หน่วยการจัดประสบการณ์ แผนการจัดประสบการณ์  และการวัดประเมินผลเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ มีการจัดประสบการณ์ตามแผนการจัดประสบการณ์ครบ 6 กิจกรรมหลัก มีการจัดมุมประสบการณ์ มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในและนอกห้องเรียน ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาเป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

เป้าหมาย

                    4.2.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ

                              - ครูทุกคนได้รับการนิเทศเดือนละ 1 ครั้ง ในการนำหลักสูตรปฐมวัยระดับชั้นเรียนไปใช้ในการจัดประสบการณ์ ให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

                              - ครูร้อยละ 100 มีการพัฒนาหน่วยการจัดประสบการณ์และแผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยและท้องถิ่น

                              - ครูร้อยละ 100 นำหลักสูตรระดับปฐมวัยระดับชั้นเรียนไปใช้ในการจัดประสบการณ์ 

                              - ครูร้อยละ 100 มีบันทึกหลังการจัดประสบการณ์ที่แสดงถึงพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล และนำผลไปใช้ในการพัฒนาเด็ก ส่งผลให้

                              - เด็กร้อยละ 100 มีพัฒนาการความพร้อมเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และเกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนกำหนด

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

                              - การนิเทศตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยระดับชั้นเรียนในด้านสาระการเรียนรู้  หน่วยการจัดประสบการณ์ แผนการจัดประสบการณ์ และการวัดประเมินผลในทุกชั้นเรียนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 

วิธีการดำเนินงาน

          5.1. ประชุมเพื่อวางแผน การพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยในระดับชั้นเรียน โดยกระบวนการนิเทศแบบสอนงาน (Coaching) ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู (PLC) และ Lesson Study

          5.2. ชี้แจงทำความเข้าใจถึงความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยในระดับชั้นเรียน

ด้วยกระบวนการนิเทศแบบสอนงาน (Coaching) ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู (PLC) และ Lesson Study

5.3. กำหนดปฏิทินและบุคลากรเพื่อการนิเทศแบบสอนงาน (Coaching) ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู (PLC) และ Lesson Study 

          5.4. พัฒนาสื่อ เครื่องมือที่ใช้ในการนิเทศ 

          5.5. ดำเนินการนิเทศโดยใช้รูปแบบการสอนงาน (Coaching) ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู (PLC) และ Lesson Study

          5.6. ประเมินผลและนำผลไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยในระดับชั้นเรียน

ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ 

        6.1 ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์

             6.1.1 ครูมีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ระดับชั้นเรียน ด้านสาระการเรียนรู้  หน่วยการจัดประสบการณ์ แผนการจัดประสบการณ์ และการวัดประเมินผล ให้เป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 

              6.1.2 ครูสามารถนำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับระดับชั้นเรียน มีการใช้หน่วยการจัดประสบการณ์ แผนการจัดประสบการณ์  และการวัดประเมินผลเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ มีการจัดประสบการณ์ตามแผนการจัดประสบการณ์ครบ 6 กิจกรรมหลัก มีการจัดมุมประสบการณ์ มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในและนอกห้องเรียน ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์การเรียนรู้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาเป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดมากขึ้น

ผลสัมฤทธิ์ของงาน

                    6.2.1 ครูร้อยละ 100 มีการพัฒนาหน่วยการจัดประสบการณ์และแผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยและท้องถิ่น

                    6.2.2 ครูร้อยละ 100 มีบันทึกหลังการจัดประสบการณ์ที่แสดงถึงพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล และนำผลไปใช้ในการพัฒนาเด็ก

                    6.2.3 เด็กร้อยละ 100 มีพัฒนาการความพร้อมเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และเกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนกำหนด

ปัจจัยความสำเร็จ

       7.1 ปัจจัยภายใน

            1) ผู้บริหารโรงเรียนมีความตระหนัก มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่น ให้กำลังใจ เป็นผู้นำตลอดจนส่งเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก ทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินการ 

             2) ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน  ตระหนักเห็นความสำคัญ  และความจำเป็นให้ความ

ร่วมมือ  ร่วมกันคิด  ร่วมกันทำ ทำงานเป็นทีม มีความรักใคร่สามัคคี  เสียสละ  อุทิศตน อุทิศเวลา  สามารถใช้เทคโนโลยี  และแสวงหาวิธีการสอน การเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบมาใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาผู้เรียนจนบรรลุตามจุดประสงค์

   3) นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนของครู  นักเรียนให้ความร่วมมือในการเรียนรู้ 

มีความตั้งใจใส่ใจในกิจกรรมการเรียนรู้ มีความสุขในการมาเรียน

          7.2  ปัจจัยภายนอก 

                 1) การมีส่วนร่วมของชุมชน  ชุมชนมีส่วนร่วมทางการศึกษาอย่างชัดเจน  ประชาชน ชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  โดยเฉพาะผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

                 2) การประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น การประสานงานระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ภาวะผู้นำของผู้บริหาร การวางแผนที่ดี การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน การมีบุคคล  องค์กรและหน่วยงานสนับสนุน  การบริหารจัดการที่ดี  การประชาสัมพันธ์ที่ดี  การติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

               3) ชุมชนและผู้ปกครองให้ความร่วมมือสนับสนุนทุกกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้กับลูกหลาน สนับสนุนทรัพยากรต่างๆเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้

ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ปัญหา

          ควรมีการเผยแพร่ผลงานแนวทางการปฏิบัติที่ดีเรื่องการจัดการนิเทศบูณาการจิตวิทยาเชิงบวก เพื่อให้ผู้สนใจนำไปใช้ประโยชน์ต่อต่อไป

ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ ได้แก่

9.1ครูได้รับเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ  1 การประเมินห้องเรียนคุณภาพ ระดับชั้นอนุบาล 2  ประจำปี 2565

9.2ครูได้รับเกียรติบัตร รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 การประเมินห้องเรียนคุณภาพ ระดับชั้นอนุบาล 2  ประจำปี 2566

9.3ครูได้รับเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 คน รางวัลเหรียญทอง จำนวน 1 คน 

จากการประเมินห้องเรียนคุณภาพ ระดับชั้นอนุบาล 2  ประจำปี 2567

9.4โรงเรียนบ้านสองสะโกมได้รับเกียรติบัตร รางวัลระดับดีเยี่ยมลำดับที่ 5 การนิเทศการบูรณาการสอนโดยใช้จิตวิทยาเชิงบวก ประจำปี 2567 (สรุปผลการการดำเนินงาน ปี 2566)

10.การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี มีดังต่อไปนี้

1. เพจประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน

2.วารสารประชาสัมพันธ์โรงเรียนบ้านสองสะโกม

3.เว็บไซต์ GO TO KNOW

เอกสารประกอบการเผยแพร่20250131215928.pdf