การประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พ.ศ. ๒๕๖๗ (National UHC Conference 2024)  ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗   ที่โรงแรมนิกโก้  กรุงเทพ  ในหัวข้อ การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กุญแจสู่ความสำเร็จของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า   มีเป้าหมายยกระดับระบบคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยที่ได้รับยกย่องไปทั่วโลก ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก   และเอาชนะความท้าทายใหม่ๆ ได้แก่สังคมสูงวัย   โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง    สุขภาพจิต  ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  (๑)   

ผมไปถ่ายรูปโปสเตอร์เสนอผลงานพัฒนาเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่หน้าห้องประชุม ตั้งแต่ ๘ น. เศษ   จนไปที่นิทรรศการการนับคาร์บ ของสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย    ได้ซื้อหนังสือ รู้จักนับคาร์บ ปรับสมดุล ควบคุมโรคเบาหวาน  ที่ในลิ้งค์เข้าไปอ่านหนังสือเล่มนี้ได้    และจากการซักเรื่องวิธีนับคาร์บ จึงได้รู้จัก ดร. ปัทนภา ศรีชมเชย (บัว) นักเทคนิคการแพทย์ นักโภชนาการ  ที่จบปริญญาเอกด้าน Integrative Medicine จากบัณฑิตวิทยาลัยจุฬาภรณ์   ผู้จัดการศูนย์โภชนาการและการกำหนดอาหาร  รพ.วิมุต-เทพธารินทร์   อุปนายก คนที่1 สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย    ได้มีโอกาสฝากความเคารพและระลึกถึง ศ. นพ. เทพ หิมะทองคำ ที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี   

 ท่านประธานการประชุม นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ สั่งการให้เปลี่ยนรายการของเช้าวันนี้กระทันหัน    โดยเอาวิดีทัศน์พิธีรับรางวัลแม็กไซไซ ของชมรมแพทย์ชนบท มาฉายประกอบการพูดของคุณหมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ  อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท    ชมวิดีทัศน์ได้ที่ (๒)    และระหว่างฉายวิดีทัศน์ท่านก็มานั่งข้างๆ ผม กระซิบบอกความลับเรื่องรางวัล และความไม่ราบรื่นของทีมชมรมแพทย์ชนบทในการไปรับรางวัล    ที่ผมได้ยินมานิดๆ หน่อยๆ จากคุณหมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ผู้ไม่พูดไม่ดีต่อคนอื่น   คราวนี้คุณหมอสุวิทย์เปิดโปงให้ผมฟังหมด   เป็นเรื่องราวที่ช่วยเตือนสติผมว่า คนเป็นผู้ใหญ่มีผลงานมาก คนนับหน้าถือตามาก มีความเสี่ยงต่อการหลงตัว   ผมต้องระมัดระวังตนเอง   

วิดีทัศน์นี้ สอนเราว่า เส้นทางสู่การทำสิ่งยิ่งใหญ่ให้แก่สังคม แก่โลก ไม่ได้ราบรื่น    ผมงานยิ่งใหญ่มักหนุนโดยวิกฤติสุดโหด  ดังกรณีชมรมแพทย์ชนบทต้องเผชิญการปราบปรามโดยทหาร   รวมทั้งมีความขัดแย้งกับผู้กำลังมีอำนาจในขณะนั้น   ซึ่งแม้แต่การประชุมสองวันนี้ ผมก็ได้กลิ่นความขัดแย้ง        

ตามกำหนดการเริ่มจากปาฐกถาเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รากฐานสู่อนาคตสุขภาพโลกที่ยั่งยืน   ๓ คนรวม ๑๐ นาที    แต่เอาเข้าจริงใช้เวลาไป ๑ ชั่วโมง   เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ประเทืองปัญญามาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวของ Tom Frieden อดีตผู้อำนวยการ US CDC   ที่พูดแบบมีข้อมูลไทยเพียบ    คำกล่าวของผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า กิจกรรมที่เข้มแข็งของการพัฒนาระบบสุขภาพไทย เป็นเครื่องมือของ Health Diplomacy   ที่ กต. ใช้ขับเคลื่อนบทบาทของประเทศไทยในเวทีต่างประเทศอย่างได้ผล    

ชมวิดีทัศน์ของช่วงเวลาชั่วโมงเศษของเช้านี้ได้ที่ (๓)       

ตามด้วยรายงานผลการประชุมกลุ่ม ๔ กลุ่มเมื่อวานช่วงบ่าย   ที่มีรายละเอียดดีมาก  มีข้อเสนอเพื่อดำเนินการต่อมากมาย  ท่านที่สนใจโปรดรอรายงานสรุปของคณะผู้จัดงาน ที่ผมเชื่อว่า Proceedings ของการประชุมจะดียิ่งกว่าของปีที่แล้ว ที่ชมได้ที่ (๓)

ตามด้วยการอภิปรายของหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง commitment    ผมได้รู้จัก “เวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาพองค์รวม” จากการอภิปรายของ นพ. เกษม ตั้งเกษมสำราญ ผอ. สำนักวิชาการสาธารณสุข  สป. สธ.   

ปิดด้วยคำประกาศข้อเรียกร้องให้ลงมือทำทันที   ที่ตัวแทนภาคประชาชน ๕ คน ขึ้นไปอ่านข้อเรียกร้องบนเวที   

สรุปได้ว่า สุขภาพถ้วนหน้าต้องมี การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นกิจกรรมหลัก   ดำเนินการโดยทุกคน   มีการหนุนอย่างเป็นระบบ โดยหลายหน่วยงานด้านสุขภาพ  ให้ภาคประชาชน  ชุมชน  และกลไกท้องถิ่น เป็นผู้จัดระบบดำเนินการอย่างต่อเนื่อง   

ผมมีข้อสังเกตว่า ในที่ประชุมไม่มีคนพูดเรื่องการดำเนินการอย่างมีระบบเรียนรู้จากการปฏิบัติเป็นวงจรต่อเนื่อง (Experiential Learning Cycle) เลย    การสะท้อนคิดจากประสบการณ์ สู่การตกผลึกหลักการหรือทฤษฎี (Abstract Conceptualization) ตาม Kolb’s Experiential Learning Cycle ก็ไม่มีคนรู้จัก        

วิจารณ์ พานิช

๑๒ ธ.ค. ๖๗