เช้าวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ผมเข้าร่วมประชุมกลุ่มสามพราน ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการในปัจจุบันว่า การประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาเครือข่ายสังคมสุขภาวะและนโยบาย ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๗ มี สช. เป็นเจ้าภาพ ประชุมที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ หลักสี่ ในหัวข้อ Social Participation for UHC, Health and Well-being การมีส่วนร่วมของสังคม จากประเทศไทย สู่มติสมัชชาอนามัยโลก นำเสนอโดย นพ. ปรีดา แต้อารักษ์, นส. นณุต มธุรพจน์, และ ผศ. ดร. วีระศักดิ์ พุทธาศรี
ทีมไทยและประเทศภาคี ประสบความสำเร็จในการเสนอต่อสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ ๗๗ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ให้มีมติสนับสนุนกลไก Social Participation ต่อกลไกการตัดสินใจเพื่อสุขภาพ วันนี้ สช. จึงนำมาปรึกษาในที่ประชุมเรื่องการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติ เน้นที่การ พัฒนาระบบสุขภาพท้องถิ่น ของไทย เชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคมในภาพใหญ่
ฟังข้อคิดเห็นในที่ประชุมแล้ว ผมได้ความรู้ความเข้าใจใหม่หลายเรื่อง
เรื่องแรก ความหมายของคำว่า การมีส่วนร่วม (participation) ใน social participation มีหลายความหมาย หรือหลายบทบาท ทั้งเข้าร่วมกิจกรรมเชิงนโยบาย ที่มีทั้งการพัฒนาโครงสร้าง และเข้าร่วมดำเนินการ และยังมีบทบาทสำคัญคือ บทบาทที่ประชาชนช่วยเหลือกันเอง ที่เรียกว่า social support group (เดิมเรียกว่า self-help group) ใช้กรณีหนุนให้ผู้ติดยาเสพติดเลิกยา หรือหนุนให้คนเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (เบาหวาน และความดันโลหิตสูง) เปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยต้องมีกลไก empowerment ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมได้ดี คือ participation ต้องคู่กับ empowerment และ social participationต้องคู่กับ social engagement
Social participation ประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบ คือ ownership, partnership, และ engagement
เรื่องที่สอง ความเป็นพลเมือง (citizenship) หมายถึงพลเมืองผู้ริเริ่มกระทำการ (agentic citizen หรือ active citizen) ทั้งกระทำการร่วมกับฝ่ายภาครัฐ ภาควิชาการ และฝ่ายที่เป็นทางการอื่นๆ รวมทั้งรวมกลุ่มริเริ่มกระทำการกันเอง ที่เรียกว่ากลุ่มประชาคม (civic group) ซึ่งในบางกรณีเป็นการรวมตัวกันต่อต้านบางโครงการที่ภาครัฐริเริ่ม แต่ทำให้ภาคประชาชนบางกลุ่มเสียผลประโยชน์
หากไม่ระวัง กฎหมายหรือกฎระเบียบต่างๆ ของทางการ จะเป็นกลไกกดทับหรือปิดโอกาสการพัฒนาความเป็นพลเมือง
เรื่องที่สาม กลุ่มหนุนทางสังคม (social support group) เสนอโดย นพ. ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ตามราซึ่งยละเอียดที่ได้กล่าวแล้วในเรื่องที่หนึ่ง
เรื่องที่สี่ นักบริบาลชุมชน มีทั้งที่ชุมชนจัดการกันเองในลักษณะอาสาสมัครชุมชนเพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง กับนักบริบาลที่รับจ้างอยู่ในชุมชน มีข้อเสนอว่า น่าจะมีกองทุนจ้างนักบริบาลชุมชนเต็มเวลา ทำหน้าที่ทั้งด้านการบริบาล และการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
มีข้อเสนอต่อ สช., สสส., สปสช., สวรส. ในการจัดระบบเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสังคม ในการสร้างความเข้มแข็งของระบบคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้า รวมทั้งใช้ PMAC Side Meeting ทุกปี จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยชวนองค์การอนามัยโลก และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพ
วิจารณ์ พานิช
๒ พ.ย. ๖๗