บทความ Universities show progress in utilization research ใน University World News ฉบับวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ บอกว่า รัฐบาลจีนมีนโยบายหนุนให้มหาวิทยาลัยทำวิจัยเชิงประยุกต์ มีผลให้รายได้จากการนำผลงานวิจัยสู่ตลาดของประเทศจีนเพิ่มในช่วง ๔ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๖) จาก ๑๐๘,๐๐๐ ล้านหยวน เป็น ๒๐๕,๐๐๐ ล้านหยวน อยากรู้ว่ากี่บาทก็เอา ๕.๑ คูณ
อ่านบทความนี้แล้วจะเห็นว่า นโยบายหนุนให้สถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย ทำงานวิจัยสู่ตลาดนั้น ปธน. สี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นหัวขบวนเอง ในการพัฒนาโครงสร้างการจัดการเพื่อให้งานวิจัยสำคัญสามารถ ข้าม “หุบเหวนรก” ของงานนวัตกรรมได้ การเมืองจีนไม่ใช่แค่กำหนดนโยบายในกระดาษ แต่กำหนดมาตรการเพื่อบรรลุผลด้วย
โครงสร้างหนึ่งที่เขาทดลองคือ Regional Commercialisation Centre ที่ Jiangsu Province ที่มีหลายมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคนั้นประมาณ ๒๐ มหาวิทยาลัยเข้าร่วม ทำงานวิจัยในประเด็นที่มีลำดับความสำคัญสูง ศูนย์นี้ทำหน้าที่ “‘one-stop’ open platform for universities nationwide, linking cutting-edge research to market needs.”
มีการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยตั้ง technology transfer unit และพัฒนาวิชาชีพ technology transfer expert ในปี ๒๕๖๖ จีนมีหน่วยนี้ใน ๑,๐๓๘ สถาบันอุดมศึกษา มีผู้เชี่ยวชาญ ๑๗,๘๘๑ คน ทำงานเต็มเวลา
ผมตีความต่อว่า เมื่อมีนโยบาย มีเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ ต้องสร้างกลไกการปฏิบัติ ตามด้วยวงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติ (experiential learning cycle) เพื่อเรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่อง โอกาสบรรลุเป้าหมายก็ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผมฝันอยากเห็นมาตรการเช่นนี้ในวงการ ววน. ไทยบ้าง
ระหว่างไปประชุม 13th AAAH Conference ที่นครเวียงจันทน์ ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาจารย์พยาบาล ๒ คนจาก มอ. วิทยาเขตปัตตานี ได้รับเชิญไปดูงานมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีน ๒ สัปดาห์ ได้เห็นหรือรับรู้นโยบาย และการบริหารนโยบายอย่างจริงจังชัดเจนและเห็นผลชัดเจน ต่างจากนโยบายในบ้านเรา ที่นโยบาย กับการจัดการตามนโยบายไม่ไปด้วยกัน
วิจารณ์ พานิช
๕ ต.ค. ๖๗ ปรับปรุงเพิ่มเติม ๒ พ.ย. ๖๗