“สร้างทีมแกร่งด้วยพลังแห่งจุดแข็ง: การปรับตัวของพนักงานใหม่ด้วย Positive Psychology”
บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ Founder กลุ่ม Postive Psychology Thailand
พนักงานใหม่ปรับตัวเข้ากับที่ทำงานไม่ค่อยได้ เป็น Gen z ทำอย่างไรดี มาใช้จุดแข็งทั้ง 24 ข้อของ VIA เพื่อช่วยพนักงานใหม่ Gen Z ปรับตัวเข้ากับที่ทำงานเป็นแนวทางที่ทรงพลัง โดยจะมุ่งเน้นให้พนักงานคนนั้นได้ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ และช่วยให้เขารู้สึกว่าตนมีคุณค่าและได้รับการยอมรับจากทีม เรามาลองใช้จุดแข็งในแต่ละด้านดูครับ
1. Wisdom and Knowledge (ปัญญาและความรู้)
• ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity): สร้างโอกาสให้พนักงานใหม่ได้สำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของงานและวัฒนธรรมองค์กร ให้เขาตั้งคำถามในหัวข้อที่สนใจ เพื่อเสริมความเชื่อมโยงกับงานและองค์กร
• รักการเรียนรู้ (Love of Learning): สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติ หรือแนะนำแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อให้เขารู้สึกว่าตัวเองได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
• มุมมอง (Perspective): จัดให้พนักงานที่มีประสบการณ์มาแบ่งปันมุมมองในงานและการใช้ชีวิตในองค์กร เพื่อให้พนักงานใหม่เข้าใจบริบทในที่ทำงานมากขึ้น
• ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity): ให้โอกาสพนักงาน Gen Z เสนอแนวคิดใหม่ๆ ต่อองค์กร โดยเฉพาะในโปรเจคที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและถูกยอมรับ
• ความเฉลียวฉลาด (Judgment): สร้างพื้นที่ให้พนักงานใหม่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือชี้แจงมุมมองของตนเองได้อย่างเปิดเผย ช่วยให้เขามั่นใจในความสามารถในการวิเคราะห์และตัดสินใจ
2. Courage (ความกล้าหาญ)
• ความกล้าหาญ (Bravery): ให้การยอมรับเมื่อเขากล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ หรือแสดงความคิดเห็น โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดหรือถูก
• ความพากเพียร (Perseverance): ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่เขาสามารถทำสำเร็จได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง
• ความซื่อสัตย์ (Honesty): สนับสนุนให้พนักงานใหม่ได้พูดคุยหรือแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้เขารู้สึกว่าที่ทำงานนี้ยอมรับและให้คุณค่าแก่ตัวตนของเขา
• ความกระตือรือร้น (Zest): กระตุ้นให้พนักงานใหม่เข้าร่วมกิจกรรมของทีม หรือแสดงพลังงานเชิงบวกในการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม
3. Humanity (มนุษยธรรม)
• ความรัก (Love): สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพนักงานใหม่ เช่น การจับคู่กับ “พี่เลี้ยง” เพื่อให้เขามีคนที่สามารถพึ่งพิงได้และรู้สึกปลอดภัยในการปรึกษา
• ความเอื้ออาทร (Kindness): สนับสนุนให้ทีมแสดงความเอื้อเฟื้อ เช่น การช่วยเหลือเรื่องงานหรือการแนะนำสิ่งต่างๆ ในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้พนักงานใหม่รู้สึกถึงความเป็นมิตรในทีม
• ทักษะทางสังคม (Social Intelligence): สนับสนุนให้พนักงานใหม่สังเกตและเข้าใจบรรยากาศทางสังคมในองค์กร หรือสนับสนุนการทำกิจกรรมสร้างทีมเพื่อช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม
4. Justice (ความยุติธรรม)
• การทำงานเป็นทีม (Teamwork): จัดให้พนักงานใหม่ทำงานเป็นทีมเล็กๆ เพื่อให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและได้ร่วมมือกับคนอื่น
• ความยุติธรรม (Fairness): ปฏิบัติต่อพนักงานใหม่อย่างยุติธรรม เช่น ให้การประเมินผลที่ตรงไปตรงมาและชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้เขารู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
• ความเป็นผู้นำ (Leadership): สนับสนุนให้พนักงานใหม่รับหน้าที่บางส่วนที่ต้องใช้ความเป็นผู้นำ เพื่อสร้างความมั่นใจในความสามารถของตนเอง
5. Temperance (ความพอประมาณ)
• การรู้จักให้อภัย (Forgiveness): ส่งเสริมบรรยากาศที่ให้ความเข้าใจต่อข้อผิดพลาด โดยไม่ดุด่าว่ากล่าวเกินไป เพื่อให้พนักงานใหม่รู้สึกสบายใจที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์
• การถ่อมตน (Humility): ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของการเป็นผู้ฟังและการเปิดรับความคิดเห็นจากผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้เขาไม่รู้สึกกดดันมากเกินไป
• ความรอบคอบ (Prudence): สนับสนุนให้พนักงานใหม่ค่อยๆ ทำความเข้าใจวิธีการทำงานและกฎระเบียบต่างๆ ในองค์กร ก่อนที่จะตัดสินใจทำสิ่งใดๆ
• การควบคุมตนเอง (Self-Regulation): แนะนำวิธีการบริหารเวลาและพลังงานในการทำงาน เพื่อช่วยให้พนักงานใหม่ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือกดดันเกินไป
6. Transcendence (การยกระดับจิตใจ)
• ความซาบซึ้งในความงามและความยอดเยี่ยม (Appreciation of Beauty and Excellence): แนะนำให้พนักงานใหม่ชื่นชมความดีในเพื่อนร่วมงานและในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้เขารู้สึกเป็นบวกต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน
• ความกตัญญู (Gratitude): กระตุ้นให้เขารู้จักขอบคุณเมื่อต้องรับความช่วยเหลือ ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสัมพันธ์ที่ดีในทีม
• ความหวัง (Hope): ช่วยให้พนักงานใหม่มองไปข้างหน้าและสร้างเป้าหมายระยะสั้นในการทำงาน เพื่อสร้างความรู้สึกของการพัฒนา
• ความขี้เล่น (Humor): ส่งเสริมให้เขาได้ปลดปล่อยความสนุกสนานและอารมณ์ขันในงาน ช่วยลดความเครียดและสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง
• ความมีจิตวิญญาณ (Spirituality): แนะนำให้เขาสร้างจุดมุ่งหมายที่สำคัญส่วนตัวในที่ทำงาน เช่น การมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง หรือการสร้างคุณค่าให้กับองค์กร
การประยุกต์ใช้
เมื่อนำจุดแข็งเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวันของพนักงานใหม่ จะช่วยให้เขาค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมมากขึ้น หากทำงานร่วมกันกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลและหัวหน้างาน เพื่อนำจุดแข็งเหล่านี้มาสนับสนุนเขาให้รู้สึกถึงความหมายและคุณค่าที่เขาสามารถสร้างให้กับองค์กรได้