Case: โดนหัวหน้ากดดันทำงานมากขึ้นหลายเท่า แล้วยังขู่จะไล่ออก กดดันมาก ยังออกไม่ได้
บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธ์ุ ผู้ก่อตั้ง Positive Psychology Thailand และที่ปรึกษากลุ่ม IDGs Bangkok Co-creative HUb
การจัดการกับความกดดันจากหัวหน้าในที่ทำงานด้วยการผสมผสาน Inner Development Goals (IDGs), Positive Psychology, และ Appreciative Inquiry (AI) จะช่วยให้คุณเปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในที่ทำงานได้อย่างยั่งยืน
1. Being (ความเป็นตัวเอง): การตระหนักรู้และดูแลตัวเอง
แนวทาง IDGs:
• สำรวจอารมณ์ตัวเอง: ฝึกการจดบันทึกเพื่อรับรู้ว่าอะไรทำให้คุณเครียดและจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม
• ดูแลสุขภาพจิต: ฝึกหายใจลึกหรือสมาธิ 5-10 นาทีต่อวันเพื่อลดความเครียด
แนวทาง Positive Psychology:
• ขอบคุณสิ่งดีในชีวิต: เขียนสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณในแต่ละวัน เช่น “วันนี้ฉันทำงานสำเร็จไปหนึ่งขั้นตอน” หรือ “ฉันยังมีทีมที่เข้าใจและช่วยเหลือกัน”
• เน้นจุดแข็งตัวเอง: สะท้อนคุณสมบัติที่ดีในตัวเอง เช่น ความอดทน ความคิดสร้างสรรค์
แนวทาง Appreciative Inquiry:
• ค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคุณ (Discovery): ตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ช่วงเวลาที่ฉันจัดการแรงกดดันได้ดีในอดีตคืออะไร? ฉันใช้วิธีอะไร?"
• เสริมความรู้สึกพอใจ: หมั่นย้ำกับตัวเองว่า "ฉันมีศักยภาพและเคยผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากมาแล้ว"
2. Thinking (การคิดวิเคราะห์และเชิงสร้างสรรค์): มุมมองใหม่และการแก้ปัญหา
แนวทาง IDGs:
• ประเมินสถานการณ์: มองหาสาเหตุของแรงกดดัน เช่น ความคาดหวังสูงเกินไปจากหัวหน้าหรือปัญหาการจัดการเวลาในทีม
• มองระยะยาว: คิดถึงเป้าหมายของคุณในที่ทำงานและดูว่าสถานการณ์นี้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของคุณหรือไม่
แนวทาง Positive Psychology:
• สร้างความหวัง: ลองมองว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนความกดดันนี้ให้กลายเป็นบทเรียนที่มีค่าได้อย่างไร
• ฝึกมองหาโอกาสในอุปสรรค: ถามตัวเองว่า “ฉันจะใช้โอกาสนี้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ อะไรได้บ้าง?”
แนวทาง Appreciative Inquiry:
• จินตนาการถึงอนาคตที่ดีที่สุด (Dream): ถามตัวเองว่า "ถ้าสถานการณ์นี้ดีขึ้นและฉันทำงานได้อย่างมีความสุข ความสัมพันธ์กับหัวหน้าจะเป็นอย่างไร?"
• เน้นความสำเร็จในอดีต: ทบทวนความสำเร็จเล็ก ๆ ในการทำงานที่ผ่านมาและเชื่อมโยงสิ่งที่คุณทำได้ดีนั้นกับวิธีแก้ปัญหาปัจจุบัน
3. Relating (การสร้างความสัมพันธ์): ความเชื่อมโยงและการพูดคุยเชิงบวก
แนวทาง IDGs:
• สื่อสารอย่างสร้างสรรค์: ใช้คำพูดที่เน้นความร่วมมือ เช่น “ผม/ดิฉันอยากช่วยให้ทีมสำเร็จมากขึ้น มีอะไรที่ผม/ดิฉันสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ไหม?”
• สร้างความไว้วางใจ: เชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานเพื่อขอคำแนะนำหรือแบ่งเบาภาระงาน
แนวทาง Positive Psychology:
• สนับสนุนความสัมพันธ์เชิงบวก: ใช้การชมเชยและขอบคุณเพื่อนร่วมงานเพื่อสร้างพลังบวกในทีม
• มองความสัมพันธ์ในมุมที่ดี: ตั้งเป้าหมายในการเสริมสร้างความเข้าใจกับหัวหน้า แทนที่จะมองว่าเป็นคู่ขัดแย้ง
แนวทาง Appreciative Inquiry:
• ตั้งคำถามสร้างพลัง (Discovery): “สิ่งที่หัวหน้าคาดหวังในตัวฉันคืออะไร และฉันจะนำสิ่งนี้มาปรับปรุงตัวเองได้อย่างไร?”
• เชื่อมโยงจุดแข็งของหัวหน้า: ลองมองหาคุณสมบัติที่ดีในตัวหัวหน้า เช่น ความทุ่มเทหรือความมุ่งมั่น และใช้สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันในการสื่อสาร
4. Collaborating (การร่วมมือ): การสร้างความสำเร็จร่วมกัน
แนวทาง IDGs:
• สร้างพันธมิตรในทีม: พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อแบ่งปันวิธีแก้ปัญหาหรือปรับปรุงการทำงาน
• ร่วมกำหนดเป้าหมาย: เสนอวิธีทำงานที่ช่วยให้ทีมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวทาง Positive Psychology:
• สร้างความรู้สึก “เรา”: ใช้คำว่า “เรา” ในการสนทนา เช่น “เราอยากเห็นโปรเจกต์นี้สำเร็จในแบบที่ทุกคนภาคภูมิใจ”
• สนับสนุนทีม: ให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานและสร้างความรู้สึกเป็นทีมที่แข็งแกร่ง
แนวทาง Appreciative Inquiry:
• ร่วมกันออกแบบอนาคตที่ต้องการ (Design): ถามหัวหน้าหรือทีมว่า “อะไรคือวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย?”
• มองหาศักยภาพของทีม: มองหาจุดแข็งในทีมงาน เช่น ความเชี่ยวชาญหรือความกระตือรือร้น แล้วใช้สิ่งนั้นช่วยแก้ปัญหา
5. Acting (การลงมือทำ): การกระทำที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก
แนวทาง IDGs:
• เริ่มต้นจากเป้าหมายเล็ก ๆ: จัดการงานทีละขั้นตอน และค่อย ๆ บรรลุเป้าหมาย
• แสดงความมุ่งมั่น: แสดงให้หัวหน้าเห็นว่าคุณพร้อมที่จะปรับปรุงและแก้ไขปัญหา
แนวทาง Positive Psychology:
• ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ: แม้จะเป็นก้าวเล็ก ๆ เช่น การทำงานที่หัวหน้าพอใจ ก็สามารถสร้างความมั่นใจได้
• เรียนรู้จากประสบการณ์: วิเคราะห์สิ่งที่ทำได้ดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุง
แนวทาง Appreciative Inquiry:
• สร้างแรงบันดาลใจ (Destiny): สะท้อนว่าการลงมือทำนี้จะนำไปสู่อะไรที่ดีในระยะยาว เช่น “การปรับตัวตอนนี้จะช่วยให้ฉันแข็งแกร่งและมีทักษะมากขึ้น”
• ส่งเสริมการพัฒนาต่อเนื่อง: เสนอให้ทีมปรับเป้าหมายการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
สรุป: ผสมผสานทั้งสามกรอบแนวคิด
การใช้ Inner Development Goals (IDGs) สร้างความสมดุลในตัวเองและความสัมพันธ์
การใช้ Positive Psychology เสริมพลังบวกและความหวัง
และการใช้ Appreciative Inquiry (AI) เพื่อมองหาจุดแข็งและโอกาสที่ซ่อนอยู่
