วันที่ ๒๙ กันยายน - ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ ผมไปประชุม PMAC 2025 Preparatory Meeting ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ท  ภูเก็ต   

เช้ามืดวันที่ ๓๐ กันยายน ผมออกจากห้องพัก ๖๑๑ ที่อยู่ชั้นล่าง หน้าอาคารหอประชุม    ออกจากอาคารที่พักเดินไปทางซ้าย เพื่อกินบรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสบายเพราะฝนเพิ่งหยุดตก   มีต้นไม้ร่มรื่นและแสงไฟให้ความสว่างที่จุดต้นไม้งาม

ไปขึ้นสะพานชมและสดับน้ำไหลจากภูเขาลงสู่ทะเล    เพื่อฝึกสุนทรียสัมผัสให้แก่ตนเอง   

เดินลงสู่ชายหาด    หาดทรายที่กว้างในแสงสลัว ให้ความรู้สึกสดชื่น    ผมบอกตัวเองว่า สังเกตหาดทรายอันงดงามนี้แล้ว รอยเท้าของผมน่าจะเป็นรอยเท้าแรกบนผืนทรายในเช้าวันนี้      

เดินไปเพียงครู่เดียว ผมก็รู้ว่า ผมตกอยู่ใต้ความคิดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง    เพราะได้เห็นปูลมวิ่งอยู่ขวักไขว่    พร้อมกับพยายหลักฐานรูปูที่มีฝอยทรายที่ปูขุดขึ้นมาจากรู อยู่ทั่วไป    เขาเป็นรอยเท้าบนผืนทรายก่อนผมจะเหยียบย่างเข้าไป   

มนุษย์นี้หนอ  อดไม่ได้ที่จะเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นใหญ่    ลืมเพื่อนร่วมโลก ว่าเขาก็ร่วมเป็นเจ้าของสรรพสิ่ง เพื่อการดำรงอยู่ของเขาเหมือนกัน    เราต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน   

ชายหาดหน้าโรงแรมคั่นด้วยทางน้ำไหลจากภูเขาลงทะเลทั้งฝั่งทิศเหนือและฝั่งทิศใต้    ผมเดินไปกลับสองรอบ ได้จำนวนก้าวสี่พันกว่าก้าว   ได้เหงื่อชุ่มหลัง    และได้เห็นโอกาสที่คนภูเก็ตจะร่วมกันสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ตโดยการรักษาชายหาดให้ปราศจากคราบมลพิษสีดำ และสิ่งปฏิกูล   

โดนฝนไล่ 

เช้าตรู่วันที่ ๑ ตุลาคม ผมออกไปเดินข้ามสะพานหลายสะพานที่ข้ามลำธารเทียมที่เชื่อมสู่สระว่ายน้ำ สำหรับให้แขกที่มาพักได้เล่นน้ำสนุกสนาน โดยเฉพาะเด็กๆ    ได้เห็นการออกแบบโรงแรมนี้ให้อลังการ์ และสนองการพักผ่อนแก่ผู้มาพัก   

เดินลงสู่ชายหาด   แล้วไปขึ้นถนนสุดชันที่ไปเชื่อมทางหลวงเลียบริมหาด   เดินไปทางขวากะจะไปดูบรรยากาศชายหาดที่อยู่ถัดไป    แต่ผมเดินลุยน้ำที่ชายหาดไปไม่ได้ เพราะสวมรองเท้าผ้าใบ     

เมื่อสองสามปีมาแล้วผมเคยเดินแบบเดียวกันนี้ไปชมบริเวณที่ตั้งใจไปชมซ้ำ    เป็นบริเวณที่มีโรงสูบน้ำทะเล ดันขึ้นไปยังโรงทำน้ำจืดจากน้ำทะเล   

เดินไปจนถึงหน้าโรงแรม Holiday Inn ฝนก็โปรยลงมา     และเริ่มตกหนัก    ผมต้องตัดสินใจเดินกลับ     ไปกินอาหารเช้า    พอถึงร้านอาหารฝนก็หยุด    วันนี้ฝนไม่เป็นใจ    ผมเดินได้เพียงสองพันก้าว   

เกือบไปถึงหาดกะรน   

เช้าวันที่ ๒ ตุลาคม ผมเดินภายในโรงแรมตามเส้นทางของวันที่ ๓๐ กันยายน   ดื่มด่ำธรรมชาติปนเทคโนโลยีแสงเงาของการตกแต่งสถานที่    ผสมกับเสียงน้ำไหลลงจากภูเขา    ไปยังชายหาดของโรงแรม สู่เส้นทางของเช้าวันที่ ๑ ตุลาคม   คือขึ้นไปยังถนนที่เมื่อเดินไปทางขวามือเรื่อยๆ จะนำสู่ชายหาดกะรน (เข้าใจว่าชื่อถนน ปฏัก)   เมื่อลงสู่บริเวณถนนที่เป็นพื้นราบ ผมข้ามสะพานข้ามลำราง ไปเดินบนถนนเลียบทะเลสาบ   

เดินเลยโรงแรม Holiday Inn ไปหน่อยเดียวฝั่งตรงข้ามเป็นหมู่บ้านหลากหลายหมู่บ้าน    เดินเลยหน้าโรงแรม Best Western ไปจนถึงทางโค้ง ที่หากเดินต่อไปหน่อยเดียวก็จะถึงชายหาดกะรน    ซึ่งหมายความว่าที่จริงโรงแรมเซนทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ท อยู่ปลายสุดทางทิศเหนือของชายหาดกะรน

วันนี้เน้นเดินออกกำลังริมถนน เพื่อชมเมืองมากกว่าชมธรรมชาติชายหาด   รวมแล้วได้กว่าสี่พันก้าว พอๆ กันกับเช้าวันที่ ๓๐ กันยายน     

พบเรื่องราวของเต่าทะเล “แม่กะรน” ที่มาออกไข่ที่ชายหาดหน้าโรงแรมเมื่อปีที่แล้ว   ดังในรูปที่ ๑๐   

วิจารณ์ พานิช

๒ ต.ค. ๖๗

 

1 บรรยากาศในโรงแรมยามเช้าตรู่

2 ชายหาดยามย่ำรุ่ง

3 ถ่ายไปทางทิศใต้

 

4 ด้านหน้าคือหาดกะรน

5 ถนนปฏัก มุ่งหน้าไปทางหาดกะรน

6 อ่าวกะรน

7 ทะเลสาบที่อ่าวกะรน

8 ทางเดินริมถนนปฏัก

9 ทางเดินออกกำลังในโรงแรม

10 เรื่องราวของเต่าทะเล แม่กะรน ที่มาออกไข่ที่ชายหาดของโรงแรมเซนทารา ปี ๒๕๖๖