สูจิชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๒. สูจิชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๓๘๗)
ว่าด้วยเข็ม
(ช่างทองโพธิสัตว์ยืนใกล้ประตูเรือนของหัวหน้าช่างทอง อธิบายเรื่องเข็มว่า)
[๘๒] ใครต้องการจะซื้อเข็มที่ไม่ขรุขระ ไม่หยาบ ขัดด้วยหินแข็ง มีรูร้อยด้ายเรียบร้อย เล่มเล็ก และปลายคมบ้าง
(ช่างทองโพธิสัตว์อธิบายเรื่องเข็มนั้นอีกว่า)
[๘๓] ใครต้องการจะซื้อเข็มที่เกลี้ยงเกลา มีรูร้อยด้ายเรียบร้อย กลมกลึงตลอดเล่ม เจาะทะลุทั่งได้ และแข็งแกร่งบ้าง
(นางกุมาริกาพูดกับช่างทองโพธิสัตว์ว่า)
[๘๔] เดี๋ยวนี้ เข็มและเบ็ดถูกนำออกไปจากหมู่บ้านนี้ นี่ใครกันต้องการจะขายเข็มในหมู่บ้านช่างทอง
[๘๕] ศัสตราก็ออกไปจากหมู่บ้านนี้ การงานชนิดต่างๆ จำนวนมาก ย่อมเป็นไปด้วยอุปกรณ์จากหมู่บ้านนี้ นี่ใครกันต้องการจะขายเข็มในหมู่บ้านช่างทอง
(ช่างทองโพธิสัตว์ฟังคำของนางกุมาริกานั้น จึงกล่าวว่า)
[๘๖] คนที่ฉลาดรู้อยู่พึงมาขายเข็มในหมู่บ้านช่างเหล็ก อาจารย์เท่านั้นจึงจะรู้ได้ว่า งานนั้นทำดีหรือไม่ดี
[๘๗] นางผู้เจริญ ถ้าบิดาของเธอรู้เรื่องเข็มเล่มนี้ที่ฉันทำแล้ว จะต้องเชื้อเชิญฉันด้วยตัวเธอและทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีอยู่ในเรือนนี้
สูจิชาดกที่ ๒ จบ
---------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
สูจิชาดก
ว่าด้วย เข็ม
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภปัญญาบารมีแล้ว จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
เรื่องจักมีแจ้งชัดใน มหาอุมมังคชาดก.
ก็ในคราวครั้งนั้น พระศาสดาได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่เฉพาะแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ตถาคตก็เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ฉลาดในอุบายทีเดียว. แล้วได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้.
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในตระกูลช่างเหล็ก ในแคว้นกาสี เติบใหญ่แล้วได้เป็นผู้สำเร็จศิลปะ. แต่มารดาบิดาของท่านเป็นคนยากจน.
ในที่ไม่ไกลจากบ้านของมารดาบิดาของท่านนั้นมีหมู่บ้านช่างเหล็กหมู่อื่นพันหลังคาเรือน ช่างเหล็กผู้เป็นหัวหน้าช่างเหล็กพันหลังคาเรือนในหมู่บ้านนั้น เป็นราชวัลลภผู้มั่งคั่งมีทรัพย์มาก. เขามีธิดาคนหนึ่ง มีรูปโฉมสวยสุด เทียมสาวสวรรค์ ประกอบด้วยลักษณะของนางงามชนบท.
คนทั้งหลายในหมู่บ้านรอบๆ บ้านพากันมาถึงหมู่บ้านนั้นเพื่อต้องการจ้างตีมีดตีขวานและหล่อผาลไถนา โดยมากก็เห็นหญิงสาวคนนั้น. พวกเขากลับไปบ้านของตนๆ แล้วสรรเสริญรูปโฉมของนาง ในที่นั่งและที่ยืนเป็นต้น.
พระโพธิสัตว์ได้ยินคำชมนั้นแล้วติดใจ เพราะเกี่ยวข้องกับการได้ยิน จึงคิดว่า เราจักเอานางกุมาริกานั้นมาเป็นบาทบริจาริกา คือภริยา. แล้วได้เอาเหล็กเนื้อดีที่สุด ทำให้เป็นเล่มเข็มเล็ก สุขุมเล่มหนึ่ง เจาะห่วงก้นเข็ม แล้วถ่วงไว้ในน้ำ ทำกลักเข็มนั้นแบบเข็มนั่นแหละ อีกอันหนึ่งเจาะห่วงไว้ ได้ทำกลักเข็มนั้นโดยทำนองนี้ ๗ ชั้น. ไม่ควรพูดว่า ทำได้อย่างไร? ด้วยว่าเหตุการณ์สำเร็จได้ เพราะพระโพธิสัตว์มีความรู้มาก.
พระโพธิสัตว์นั้นสอดเข็มนั้นไว้ในตลับ เก็บไว้ในชายพกแล้วไปหมู่บ้านนั้น ถามถึงถนนที่อยู่ของหัวหน้าช่างเหล็ก ไปถึงที่นั้นแล้วยืนที่ประตู กล่าวว่า ใครต้องการซื้อเข็มที่มีรูปร่างอย่างนี้จากมือของข้าพเจ้าด้วยมูลค่าดังนี้.
เมื่อจะพรรณนาถึงเข็ม จึงได้ยืนใกล้ประตูเรือนหัวหน้าช่างเหล็กแล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ใครต้องการซื้อเข็มที่ไม่ขรุขระ ไม่หยาบขัดด้วยหินแข็ง มีรูสำหรับร้อยด้ายดี ทั้งเล่มเล็ก ทั้งมีปลายคม.
คาถานั้นมีเนื้อความว่า ใครต้องการซื้อเข็มของเราที่ชื่อว่าไม่ขรุขระเพราะไม่มีปม ไฝฝ้าหรือรอย. ชื่อว่าไม่หยาบ เพราะเกลี้ยงเกลา. ชื่อว่า ขัดด้วยของแข็ง เพราะขัดแล้วด้วยของแข็ง คือของที่แก่น ได้แก่หิน. ชื่อว่ามีรูสำหรับร้อยด้ายดี เพราะประกอบด้วยห่วง คือรูร้อยที่ดีงาม คือหมดจดดี. ชื่อว่าเล็ก เพราะละเอียด. ชื่อว่ามีปลายคม เพราะคมที่ปลาย จากมือของเราโดยให้มูลค่าราคา.
ก็แล ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว เมื่อจะพรรณนาถึงเข็มนั้นอีก จึงได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ใครต้องการซื้อเข็ม ที่ขัดดีแล้ว มีรูร้อยด้ายเรียบร้อย ที่ให้เป็นไปดีแล้วตามลำดับ ที่กัดทั่งทะลุและแข็งแกร่ง.
ขณะนั้น นางกุมาริกานั้นกำลังใช้พัดใบตาลพัดบิดา ผู้รับประทานอาหารเช้า แล้วนอนอยู่บนที่นอนเล็ก เพื่อระงับความไม่สบาย ได้ยินเสียงที่ไพเราะของพระโพธิสัตว์ เหมือนเอาก้อนเนื้อสดฟาดหัวใจ และเหมือนถูกดับด้วยความร้อนอบอ้าวด้วยน้ำพันหม้อ สงสัยว่า นั่นใครหนอร้องขายเข็มที่หมู่บ้านเป็นที่อยู่ของช่างเหล็ก ด้วยเสียงไพเราะนัก? เขามาด้วยกิจกรรมอะไรหนอ ? เราจักรู้จักเขา แล้ววางพัดใบตาลไว้ ออกจากบ้านไปยืนที่เฉลียงข้างนอก พูดกับพระโพธิสัตว์นั้น. ตามธรรมดาความปรารถนาย่อมสำเร็จแก่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เพราะว่า ท่านมาหมู่บ้านนั้นก็เพื่อความต้องการหญิงสาวคนนั้นนั่นเอง.
นางนั่นแหละ เมื่อจะพูดกับพระโพธิสัตว์นั้น จึงพูดว่า ข้าแต่มาณพ ชาวรัฐทั่วๆ ไป มาหมู่บ้านนี้เพื่อต้องการเข็มเป็นต้น แต่คุณมาเพื่อจะขายเข็มในบ้านช่างเหล็ก เพราะความโง่ ถ้าแม้นว่า คุณกล่าวสรรเสริญเข็มตลอดทั้งวันไซร้ ก็จักไม่มีใครรับเอาเข็มนั้นจากมือของคุณ ถ้าหากคุณอยากได้มูลค่าไซร้ ก็จงไปหมู่บ้านอื่น
แล้วได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
เดี๋ยวนี้ เข็มและเบ็ดทั้งหลายเป็นสินค้าออกไปจากบ้านนี้ นี้ใครต้องการขายเข็มในหมู่บ้านช่างเหล็ก
ศัสตราทั้งหลายไปจากหมู่บ้านนี้ การงานมากอย่างต่างๆ ชนิดเป็นไปในหมู่บ้านนี้ นี้ใครควรจะขายเข็มในหมู่บ้านช่างเหล็ก.
พระโพธิสัตว์ได้ยินคำของนางแล้ว จึงกล่าวว่า น้องนางเอ๋ย น้องไม่รู้ เพราะไม่รู้จึงพูดอย่างนี้ แล้วได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
ผู้ฉลาดจะต้องขายเข็มในหมู่บ้านช่างเหล็ก อาจารย์ช่างทั้งหลายจึงจะเข้าใจงานว่า ทำดีหรือไม่ดี.
น้องนางเอ๋ย บิดาของเธอคงรู้เข็มเล่มนี้ที่เราทำแล้ว และคงจะเชื้อเชิญเราด้วยตัวเธอ และทรัพย์อย่างอื่นที่มีอยู่ในเรือน.
หัวหน้าช่างเหล็กได้ยินถ้อยคำของคนทั้ง ๒ นั้นแล้ว จึงร้องเรียกธิดาว่า แม่หนูๆ แล้วถามว่า หนูเจรจากับใคร?
พ่อ หนูเจรจากับชายคนหนึ่งที่ขายเข็ม ธิดาตอบ.
ลูกจงเรียกเขามาหาพ่อ พ่อสั่ง
นางจึงไปเรียก พระโพธิสัตว์นั้นจึงเข้าไปในบ้าน ไหว้หัวหน้าช่างเหล็กแล้วได้ยืนอยู่.
ลำดับนั้น หัวหน้าช่างเหล็กนั้น จึงถามว่า พ่อคุณเป็นคนชาวบ้านไหน?
ผมเป็นคนชาวบ้านโน้น เป็นลูกของช่างเหล็กชื่อโน้น พระโพธิสัตว์ตอบ.
เหตุไฉนคุณจึงมาที่นี้ หัวหน้าช่างเหล็กซัก.
มาเพื่อขายเข็มครับ พระโพธิสัตว์ตอบ.
ขอดูเข็มของคุณซิ หัวหน้าช่างเหล็กพูด.
พระโพธิสัตว์ต้องการจะประกาศคุณของตนท่ามกลางช่างทั้งหมด จึงถามว่า การดูท่ามกลางช่างทั้งหมดดีกว่าดูเป็นคนๆ ไปไม่ใช่หรือครับ?
หัวหน้าช่างเหล็กตอบว่า ดีแล้วคุณ จึงสั่งให้ช่างเหล็กทั้งหมดมาประชุมกัน มีช่างเหล่านั้นแวดล้อมแล้วพูดว่า เอาออกมาเถอะคุณ พวกผมจะดูเข็มของคุณ.
พระโพธิสัตว์ขอร้องว่า อาจารย์ครับ ขอให้นำทั่งมา ๑ อันกับถาดสัมฤทธิ์มีน้ำเต็มมา ๑ ใบ เขาก็ให้คนนำมาให้. พระโพธิสัตว์จึงนำตลับเข็มออกมาจากชายพกแล้ว ได้มอบให้ไป.
หัวหน้าช่างเหล็กนำเข็มออกจากตลับนั้นแล้ว ถามว่า พ่อคุณ นี้หรือเข็ม?
นี้ไม่ใช่เข็มนั่นเป็นกลักเข็ม พระโพธิสัตว์ตอบ.
เขาพิจารณาดูแล้วไม่เห็นก้นไม่เห็นปลายเข็มเลย.
พระโพธิสัตว์จึงให้นำมาแล้วเอาเล็บแคะกลักออกไป แสดงให้มหาชนเห็นว่า นี้เข็ม นี้กล่องเข็ม แล้ววางเข็มไว้ที่มือของอาจารย์ วางกล่องไว้ใกล้เท้า.
ท่านถูกอาจารย์นั้นถามอีกว่า นี้เห็นจะเป็นเข็มนะพ่อคุณ จึงบอกว่า นี้ก็ไม่ใช่เข็ม เป็นกลักเข็มเหมือนกัน แล้วพลางเอาเล็บสะกิดออกวางกลักเข็ม ๖ กลักไว้ใกล้เท้าของช่างเหล็กตามลำดับแล้ว จึงวางเข็มไว้บนมือเขาโดยบอกว่า นี้เข็ม.
ช่างเหล็กพันคนพากันดีดนิ้วปรบมือ? การชูผ้า เป็นไปแล้วคือโบกผ้า.
ลำดับนั้น หัวหน้าช่างเหล็ก จึงได้ถามพระโพธิสัตว์นั้นว่า เข็มนี้มีกำลังอย่างไร?
พระโพธิสัตว์ ข้าแต่ท่านอาจารย์ ขอให้ท่านใช้ให้ผู้ชายที่มีกำลังยกทั่งขึ้นแล้ว ให้วางถาดน้ำไว้ใต้ทั่งแล้วตอกเข็มนี้ลงกลางทั่งเถิด. เขาให้คนทำอย่างนั้นแล้วตอกปลายเข็มลงกลางทั่ง. เข็มนั้นทะลุทั่งลงไป วางขวางอยู่เหนือหลังน้ำ ไม่สูงไม่ต่ำ แม้ประมาณเท่าปลายผม.
ช่างเหล็กทั้งหมดพูดว่า ชั่วเวลาถึงปานนี้พวกเราไม่เคยได้ยินได้ฟังเลยว่า ขึ้นชื่อว่าช่างเหล็กทั้งหลายเช่นนี้มีอยู่ แล้วพากันปรบมือ ชูผ้าขึ้นเป็นพันๆ หัวหน้าช่างเหล็กเรียกธิดาให้มาหา และประกาศท่ามกลางบริษัทนั้นเองว่า กุมาริกานี้สมควรแก่คุณเท่านั้น แล้วได้หลั่งน้ำใส่มือมอบให้. ในเวลาต่อมาพระโพธิสัตว์นั้น ได้เป็นหัวหน้าช่างเหล็กแทนในหมู่บ้านนั้น โดยที่หัวหน้าช่างเหล็กล่วงลับไปแล้ว.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ แล้วทรงประชุมชาดกว่า
ธิดาของหัวหน้าช่างเหล็กในกาลครั้งนั้น ได้เป็น มารดาพระราหุล ในบัดนี้
ส่วนหัวหน้าคือ เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาสูจิชาดกที่ ๒
-----------------------