ผมไปเยือนเมืองหุบเขา เขาปลาร้า อำเภอลานสัก อุทัยธานี ไปเดินสำรวจ ถ้ำทอง ป่าตาดในหุบเขาหินปูน และไปเดิน1.35x2 กิโลเมตร 5000x2 ก้าว 4 ชั่วโมง ท่องไปในภูมิชีวิตจิตใจ ภูมิทัศน์จิตวิญญาณ ของอาณาบริเวณแหล่งภาพเขียนสี ให้ประจักษ์ทางตรงและหยั่งประมาณได้ต่อปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย สะท้อนยึดโยงอยู่กับขุนเขาและภาพเขียนสี คู่แผ่นดิน คู่โลก ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน การผสานยึดโยงชุดพหุปัจจัยอันไม่ตายตัว ที่มีความหมายต่อมนุษย์ ทางด้านจิตวิญญาณ อารมณ์ จิตใจ ระบบวิธีคิด ฐานชีวิต ภูมิถิ่น ภูมิชีวิตสังคม ให้กำลังชีวิตการสะท้อนความหมายไปสู่การสรรสร้างความเจริญงอกงามต่างๆ พลวัตสืบเนื่องสะท้อนขึ้นไปสู่ทุกมิติของพหุลักษณ์สังคม จากอดีตยาวนานนับแต่ปรากฏขึ้นของภาพเขียนสีบนภูผาซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อสรุปว่าเป็นกิจกรรมทางปัญญาขั้นสูงอันบ่งบอกการมาถึงยังแหล่งค้นพบนั้นๆของมนุษย์โฮโมซาเปียน ที่จะไม่พบว่ามนุษย์สายพันธุ์อื่นจะสามารถทำได้ กระทั่งยุคร่วมสมัยต่างๆ จนถึงปัจจุบัน
เหตุนั้น สารัตถะอุปลักษณ์ศิลป์ ในพหุลักษณ์ข้อมูลศิลปกรรมหัตถศิลป์ และการพิจารณาเนื้อหาแบบแผนประพันธศิลป์ จึงเป็นสิ่งแสดงสายธารวิวัฒนาการอารยธรรมทางปัญญาสร้างสรรค์ของมนุษย์อันยั่งยืนยาวนาน และเป็นสิ่งประจุพัฒนาการฐานรากสังคม ใกล้ชิดกับองค์ประกอบพื้นฐานการเจริญงอกงามของชีวิต ซึ่งพัฒนาการก่อเกิดเป็นระบบต่างๆของสังคม มีความจริงแท้ที่สุดต่อการประจักษ์แก่ตนได้ทุกคนของมนุษย์ในทุกพหุลักษณ์สังคม ด้วยการเรียนรู้ปัญญาปฏิบัติที่งอกงามได้เสมอกันจากธรรมชาติของชีวิตและสัจการสังคมสิ่งแวดล้อมในบริบทความเป็นจริงต่างๆของตน
ถ้ำทองและป่าตาด ป่าดึกดำบรรพ์ในหุบเขาหินปูน ยุคเพอร์เมียน 250 ล้านปี ยุคสุดท้ายของสัตว์เลื้อยคลานมหายุคพาลีโอโซอิก อยู่ในแนวเขาหินปูนก่อนถึงขึ้นไปสู่แหล่งภาพเขียนสีและแหล่งขุดค้นทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ เขาปลาร้า ค้นพบโดย ท่านพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง และได้ระดมความร่วมแรงร่วมใจกันของชาวบ้าน พระสงฆ์ แม่ชี ขุดบุกเบิก เมื่อปี พ.ศ. 2522
หุบเขาหลังจากผ่านถ้ำเข้าไปแล้ว เกิดจากน้ำกร่อนเซาะเกิดโพรงถ้ำขนาดใหญ่แล้วหินปูนส่วนบนยุบตัวลงไปเป็นหุบเขา เป็นพื้นราบเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ รายรอบด้วยหน้าผาหินปูน พื้นราบในหุบเขามีความชุ่มชื้น อุดมสมบูรณ์ มีดงป่าตาดหนาแน่น และเป็นแหล่งค้นพบกิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์ชนิดใหม่ของโลก กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับชุมชน องค์กรท้องถิ่น โรงเรียนและสถานศึกษา และจังหวัด ร่วมกันจัดระบบดูแลและอำนวยความสะดวกการท่องเที่ยว เยี่ยมชม ศึกษาเรียนรู้ จัดทัศนศึกษา และสดับธรรมปัญญาความสงบศานติจากธรรมชาติ อบต.ทุ่งนางาม กับโรงเรียนลานสักวิทยา พัฒนาหลักสูตรอบรมอาสาสมัครยุวมัคคุเทศก์ให้กับนักเรียน ได้หาประสบการณ์จากการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์นำชม บรรยายนำชมทัศนศึกษาแก่ประชาชน และพัฒนาส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจากภาคปฏิบัติ
อีกครึ่งวันบ่าย ก็ไปเดินขึ้นเขาไปยังแหล่งภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ จะไปชมภาพควายและลายใบกล้วยบนควาย ถ่ายภาพ สำรวจโดยรอบ และพิจารณาองค์ประกอบต่างๆโดยละเอียดอีกครั้ง แหล่งภาพเขียนสีนี้ ต้องเดินเข้าไปในป่า ผ่านหน้าผา แง่งหิน โขดหิน และพื้นที่สูงชันตลอดทางเกือบ 3 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาไปกลับอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงพายุเข้าอยู่นี้ อากาศไม่ดี ครึ้มฟ้าครึ้มฝนทั้งวัน อีกทั้งผมก็ไม่ได้อยู่ในชุดเดินป่า ไม่ได้สวมรองเท้าผ้าใบ และไม่มีอุปกรณ์นิรภัย ทั้งชาวบ้าน พนักงาน และเจ้าหน้าคอยอำนวยความสะดวก ต่างก็แสดงความเป็นห่วง ไม่อยากให้ขึ้นไป แต่หลังจากหาข้อมูล ประเมินอันตราย และดูสภาพแวดล้อมต่างๆแล้ว ก็ตัดสินใจขอขึ้นไปเองโดยลำพัง
ทางเดินขึ้นเขานั้น เปียก ชื้น ลื่น ชัน เต็มไปด้วยแง่งหิน แต่ทางสำนักงานกรมทรัพยากรธรณี องค์กรท้องถิ่น และชุมชน ได้ทำราวเหล็กให้ใช้มือยึดดึงตัวขึ้นไปสลับฝั่งซ้ายขวา บนเส้นทางที่สูงชันเกือบตลอดแนว มีบางช่วงที่ต้นไม้หักล้มทับขวางทางเดินให้ยิ่งลำบากมากกว่า ต้องใช้วิธีเดินอ้อม เดินไปก็จิบน้ำให้ชุ่มปากชุ่มลิ้น หากขาและมือไม่แข็งแรง ไม่ได้ออกกำลังกายอยู่เสมอ ก็ยากที่จะเดินขึ้นไปชมได้
ทางเดินคดเคี้ยว ชัน ก้าวได้ทีละนิด ยิ่งสูงขึ้นไปก็ยิ่งมีสภาพเป็นป่าชุ่มชื้น เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกตา พบกิ้งกือมังกรสีชมพู และกิ้งกือกระบอกยักษ์ปัญหา ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ของโลกและพบได้เพียงในประเทศไทย อยู่มากมายตลอดทาง บางแห่งพบไก่ป่า ส่งเสียงแตกตื่นและโผบินข้ามยอดไม้ไปอย่างนก เมื่อไปถึงยอดเขาซึ่งสูงแล้ว จะเหลือระยะทางอีกประมาณ 500 เมตรข้ามไปอีกฟากหนึ่งของภูเขา ก่อนที่จะเป็นหุบตัววีกว้างอีก 300 เมตร ก็จะย้อนขึ้นสู่ลานและหน้าผาสูง ภาพเขียนสีโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ อยู่สูงประมาณ 395 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
หลังการเดินไต่ระดับไปถึงระยะอีก 300 เมตรสุดท้ายนี้ จะพบทางเดินในแนวเกือบราบ ระยะทางประมาณ 30-40 เมตร อยู่สูงเหนือระดับทิวไม้ มองเห็นพื้นตัวเมืองและภูมิประเทศเบื้องล่างของภูเขา กลืนหายไปกับผืนฟ้ากว้าง สงบเงียบ ไร้เสียงอึกกระทึกจากผืนดิน การเดินผาชันอย่างลำบาก เหน็ดเหนื่อย เป็นระยะทางนับกิโลเมตรและใช้เวลานับชั่วโมง แล้วพลันก็ล่วงพ้นเข้าสู่พื้นราบ เป็นภาวะแห่งกระบวนการประจักษ์ ต่อองค์ประกอบทางคุณค่า ความหมาย ความซาบซึ้งแยบคายในสาระสำคัญของภูมิวิวัฒน์ในแผ่นดิน ที่สะท้อนยึดโยงกับความเป็นแหล่งภาพเขียนสี ไม่สามารถผ่ายการอธิบาย ไม่สามารถผ่านสื่อกลางอย่างอื่น นอกจากสัมผัสตรงบนวงจรเชิงกระบวนการในภูมิแผ่นดิน การสร้างกระบวนการเชิงประจักษ์แก่สังคมในมิตินี้ ต้องทำอีกหลายอย่าง ซึ่งสิ่งแสดงให้ประสบการณ์เชิงประจักษ์หลากหลายแก่ผู้ที่ถึงพร้อมแตกต่างกันเช่นนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องสำรวจ ค้นพบ ปฏิบัติการตรวจสอบให้ได้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ เสริมสร้าง ให้มั่งคั่งหลากหลายยิ่งๆขึ้นในสังคม
คุณูปการจากข้อมูลการศึกษาที่ผู้รู้ นักวิจัย นักวิชาการ นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ศิลปะ นักวิทยาการศิลปวัฒนธรรม นักนักวิทยาการเมืองและสังคมโบราณ ได้ศึกษาไว้ปูพื้นไว้แล้วหลายแนวทาง เมื่อนำมาวิเคราะห์มิติเนื้อหาประพันธศิลป์และจัดระบบความสัมพันธ์เชิงปรากฏการณ์อุปลักษณ์ศิลป์ เพื่อเห็นภาพสะท้อนระบบสังคมและกระบวนการเชิงปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย ดังปรากฏภาพเขียนสีบนหน้าผาต่างๆแล้ว ชุดภาพเขียนสีในแหล่งภาพเขียนสีบนหน้าผาหินปูนยุคโบราณ เทือกเขาปลาร้า อุทัยธานีนี้ เป็นจารึกภาษาภาพอุปลักษณ์ศิลป์ ภาพกราฟิกคลี่คลายลดทอนรูปลักษณ์ Gesture Graphic ภาพเงาทึบเอกรงค์ Mono-Chrome Silhouette ซึ่งในศิลปะสมัยใหม่นับแต่หลังยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของยุโรป ร่วมสมัยกับยุคสุโขทัย ประมาณพุทธศตวรรษ 20-21 มาจนถึงปัจจุบัน จัดว่าเป็นวิธีการสร้างองค์ประกอบทางศิลปะที่ก้าวหน้า
โดยเฉพาะภาพควายและลายใบกล้วย ซึ่งแสดงให้เป็นที่ปรากฏได้ถึงชุดปัญญาสร้างสรรค์การออกแบบรูปลักษณ์สัณฐาน (Creative Design the Form of Master Holistic Mind and Grand Spirit) จิตวิญญาณความผูกพันกับแผ่นดิน มาตุภูมิ ภูมิถิ่น และกระแสธารการวิวัฒน์ในภูมิชีวิตของสังคมในห้วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นบทบาทหน้าสำคัญที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของศิลปะและภาคสุนทรียปัญญา ในการสร้างภาวะกำหนดรู้ความลึกซึ้งแยบคายทางปัญญาของมนุษย์และสร้างสิ่งประจักษ์แจ้งต่อกันได้ต่อหน้าที่เชิงนามธรรมในวัตถุและจิตใจอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เพื่อก่อเกิดความเจริญงอกงามจากภาวะแห่งตนร่วมกันอย่างลงตัวงดงามที่สุด
กล่าวให้เป็นที่ปรากฏไว้ในเบื้องต้นนี้ได้อย่างไม่เกินจริงว่า ภาพชุดดังกล่าวนี้ เป็นแบบฉบับการออกแบบสร้างสรรค์แสดงอารยธรรมสุวรรณภูมิ อุปลักษณ์และอุปนัยแผ่นดินทองของสังคมฐานเกษตรกรรม อาหาร ศิลปกรรมหัตถศิลป์หยั่งสะท้อนฐานรากชีวิต พลวัตเชื่อมโยงสรรสร้างการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง สู่การก่อเกิดวิวัฒนาการสุขภาวะมูลฐานในวิถีภูมิถิ่น ยึดโยงพหุลักษณ์สังคมของโลก ให้สามารถสรรสร้างพัฒนาการต่างๆ สืบเนื่องยาวนาน ถึงปัจจุบัน ให้ระเบียงทรรศน์ต่อการแสดงประวัติศาสตร์พัฒนาการของอารยสังคมในอีกชุดหนึ่งที่สะท้อนขึ้นจากล่างขึ้นบน จากฐานชุมชน ปวงชน และประชากรพลเมืองของสังคม สะท้อนความหมายยึดโยงกับศูนย์กลางพลวัตชีวิตปัญญาปฏิบัติ บนหน้าผา ภูเขา โดยชุมชนสุนทรียปัญญากร ชุมชนปัญญาปฏิบัติ ชุมชนสร้างอุปลักษณ์ศิลป์ ซึ่งผูกพันยึดโยงกับถิ่นฐาน การดำเนินชีวิต การผลิต การเรียนรู้และพึ่งพาอาศัยกันของมนุษย์กับธรรมชาติ ปรากฏอยู่ในอาณาบริเวณนอกพระนครและนครรัฐ ต่างจากภูมิวิทยาการและประวัติศาสตร์พัฒนาการทางการปกครอง พระนคร นครรัฐ และเมืองศูนย์กลางต่างๆ
แสดงให้เห็นได้ถึงชุดมโนทัศน์และระบบภูมิปัญญา ที่มีพลวัตต่อสุขภาวะสังคมจากฐานชีวิตของประชาชนพลเมือง ให้สายธารสืบเนื่อง เป็นหมุดโลกอารยธรรมสุขภาวะมูลฐานสุวรรณภูมิ ภูมิถิ่นเอเชียแปซิฟิกริมและด่านกำกับวาระสุขภาวะสังคมร่วมกันของโลกกว้าง จากวิถีถิ่นโลกแดนใต้ นับแต่สุขภาวะคุณภาพแห่งชีวิตในวิถีสังคมนอกพระนครและนครรัฐ นับแต่เมื่อ 5000-2000 ปีที่ผ่านมา ด้วยวงจรชีวิตพหุลักษณ์ปัญญา จากยุคก่อนวิทยาการลายลักษณ์ ถึงปัจจุบัน และอนาคต และอยู่เบื้องหลังของปรากฏการณ์การจัดการศานติและสุขภาวะสังคมหลายอย่างของโลก ที่ดี
ช่วง 300 เมตรสุดท้าย เมื่อข้ามไปอีกฟากหนึ่งของยอดเขาและเพิงผาชันหินปูนนั้น เดินสะดวกกว่าช่วงเดินไต่ระดับก่อนหน้านั้น ผมลองนับก้าวเดินแบบปรกติ ได้ 900 กว่าก้าว ระยะทางไปกลับเที่ยวละ 1.35 กิโลเมตร รวมเป็น 2.7 กิโลเมตร คิดเป็นการเดินประมาณ 8000 ก้าว ใช้เวลาเดินกว่า 3 ชั่วโมง และเดินสำรวจ ถ่ายภาพ ชมทัศนียภาพโดยรอบ สูดลมหายใจ อีกเกือบ 1 ชั่วโมง เริ่มเดินทางเมื่อ 12.30 น.กลับลงมาอีกทีก็ 16.30 น. รวมใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เมื่อถึงเบื้องล่าง เจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรธรณีผู้คอยดูแล ได้กรุณาจัดให้นั่งพัก ดื่มน้ำเย็น สนทนาให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอันเป็นประโยชน์อีกมากมาย
ได้เห็นหลายอย่างจากแหล่งภาพเขียนสี แหล่งขุดค้นทางศิลปกรรมหัตถศิลป์โบราณคดี ภาวะก่อเกิดสิ่งประจักษ์แก่ตน จากปฏิสัมพันธ์เชิงระบบบนหนทางดำเนินไปกว่า 8000 ก้าว เหนือขุนเขาและภยันตราย เห็นกระแสธารพลวัตพหุปัญญาในภูมิชีวิตอีกหลายมิติ อดีต ปัจจุบัน อนาคต บนช่องว่างการผสานยึดโยงพลวัตต่อกันของพหุลักษณ์ปัญญา สรรพวิทยาการ บูรณาการ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ ก่อนและหลังวิทยาการลายลักษณ์ของสังคม จากวิถีภูมิถิ่น จุดแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ยืนนาน ของพหุลักษณ์สังคมโลกแดนใต้.



ขอบคุณสำหรับสาระความรู้ เหมือนเดินทางไปด้วย…วิโรจน์ ครับ