วันที่ ๒๕ - ๒๖ กันยายน ๒๕๖๗ HITAP ไปประชุมรีทรีต ที่โรงแรมศาลาอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา     ในฐานะประธานมูลนิธิผมจึงมีโอกาสได้เรียนรู้วิธีบริหารหน่วยงานวิจัยที่นำโดยคนรุ่นใหม่ คือ ดร. นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์  กับ รศ. ดร. วรรณฤดี อิศรานุกูลชัย (ดร. มิ้งค์)   

ที่แปลกคือคุณหมอยศ เป็นศาสตราจารย์ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ด้วย    และ ดร. มิ้งเป็นรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต ด้วย   เป็นองค์ประกอบของงานที่ช่วยให้มีเครือข่ายและความร่วมมือกว้างขวาง    การทำหน้าที่ทั้งผู้นำทางวิชาการ และผู้นำทางบริหารจึงมีคุณภาพสูงมาก

ที่พิเศษคือ ผู้นำทั้งสองมีวิธีส่งเสริมให้สมาชิกขององค์กรร่วมกันทำหน้าที่ผู้นำสร้างความมีชีวิตชีวาขององค์กร   มีการเก็บข้อมูลนำมาเสนอในงานรีทรีตเพื่อขอคำแนะนำจากคณะกรรมการมูลนิธิ ที่เป็นผู้ใหญ่ประสบการณ์สูง   

เรื่องที่เอามาเสนอเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว หรือมีความซับซ้อนทั้งสิ้น  ได้แก่ (๑) เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการมูลนิธิ (มีการจัดการเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของนักวิจัยและเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว)   (๒) เรื่องความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน (PPP : Public – Private Partnership)   (๓) เรื่องหน่วยย่อยใหม่ ได้แก่ MIDAS (Medical Innovation Development and Assessment Support) ที่ทำเรื่อง Early-HTA ร่วมกับ NUS,  (๔) เครือข่ายลดการผ่าตัดคลอดที่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์   (๕) การจัดการพนักงานเข้า-ออก จากองค์กร   (๖) การใช้ Generative AI      

เรื่องที่ ๒  กับเรื่องที่ ๓ เกี่ยวพันกัน ที่ต้องระมัดระวังว่าร่วมมือกับธุรกิจแบบไหน    สิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จคืออะไร    มีกรรมการบอกว่า ต้องไม่รับเงินจากภาคธุรกิจ   รับเฉพาะเงินจากภาครัฐที่เป็นทุนวิจัย   มีรายละเอียดมากมาย    

ข้อเรียนรู้สำคัญคือ หากมีการจัดระบบนิเวศการทำงานที่ดี คนรุ่นใหม่เป็นคนที่มีพลังสูงมาก    มีการริเริ่มสูง เอาจริงเอาจัง    ที่มีคนบ่นว่าคนรุ่นใหม่รักสบาย ไม่สู้งานนั้น   น่าจะพิจารณาระบบนิเวศการทำงานขององค์กรหรือหน่วยงานประกอบด้วย 

วิจารณ์ พานิช 

๒๙ ก.ย. ๖๗ 

ห้อง ๖๑๑ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท ภูเก็ต