ว่าด้วย อานุภาพของเนรุบรรพต

เนรุชาดก

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

๔. เนรุชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๓๗๙)

ว่าด้วยอานุภาพของภูเขาเนรุ

             (หงส์น้องชายของพญาหงส์โพธิสัตว์สนทนากับพี่ชายว่า)

             [๒๐] กาป่าก็ดี ฝูงกาธรรมดาก็ดี พวกเราผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลายก็ดี พอมาถึงภูเขานี้แล้ว เป็นเหมือนกันหมด

             [๒๑] ราชสีห์ก็ดี เสือโคร่งก็ดี สุนัขจิ้งจอกก็ดี หมู่เนื้อก็ดี พอมาถึงที่นี้แล้วก็เป็นเหมือนกันหมด ภูเขานี้ชื่ออะไร

             (พญาหงส์โพธิสัตว์กล่าวว่า)

             [๒๒] มนุษย์ทั้งหลายรู้จักภูเขาที่ยอดเยี่ยมลูกนี้ว่าเนรุ เพราะสัตว์ทุกชนิดอยู่ที่ภูเขาลูกนี้ จะกลายเป็นสีทองเหมือนกันหมด

             (หงส์น้องชายได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)

             [๒๓] สถานที่ใดคนดีไม่ได้รับการยกย่อง ซ้ำถูกดูหมิ่น แต่กลับยกย่องคนเลว สถานที่นั้นไม่ควรอาศัยอยู่เลย

             [๒๔] สถานที่ใดคนเกียจคร้าน คนขยัน คนกล้าหาญ และคนขลาดได้รับการบูชา สถานที่นั้นคนดีไม่อยู่ เหมือนภูเขาที่ไม่ทำความแตกต่างกัน

             [๒๕] ภูเขาเนรุนี้ไม่แยกคนเลว คนดี คนปานกลาง คือ ไม่กระทำให้แปลกกัน อย่ากระนั้นเลย เราสละภูเขาเนรุนี้ไปเถิด

เนรุชาดกที่ ๔ จบ

---------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา 

เนรุชาดก

ว่าด้วย อานุภาพของเนรุบรรพต

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
               ได้ยินว่า ภิกษุรูปนั้นเรียนพระกรรมฐาน ในสำนักของพระศาสดา แล้วได้ไปยังหมู่บ้านชนบทตำบลหนึ่ง. คนทั้งหลายเลื่อมใสในอิริยาบทของท่าน ให้ท่านฉันแล้ว รับปฏิญญาท่าน สร้างบรรณศาลาในป่าให้ท่านอยู่ที่บรรณศาลานั้น และพากันถวายสักการะท่านอย่างเหลือเฟือ.
               ครั้งนั้น ภิกษุอื่นซึ่งเป็นพวกสัสตวาทะได้มา ณ ที่นั้น. คนเหล่านั้นได้ฟังคำของภิกษุเหล่านั้นแล้ว พากันสละเถรวาททิ้ง เชื่อถือสัสสตวาท ถวายสักการะท่านเหล่านั้นเท่านั้น.
               ต่อมา พวกอุจเฉทวาทมา พวกเขาก็พากันสละสัสสตวาททิ้ง เชื่อถืออุจเฉทวาท.
               ต่อมา พวกอื่นที่เป็นอเจลกวาทมา พวกเขาก็พากันสละอุจเฉทวาททิ้ง เชื่อถืออเจลกวาท.
               ท่านอยู่อย่างไม่สบายในสำนักของพวกคนเหล่านั้นผู้ไม่รู้จักคุณและมิใช่คุณ ออกพรรษาปวารณาแล้ว จึงไปยังสำนักของพระศาสดา เป็นผู้ที่พระศาสดาทรงทำปฏิสันถารแล้ว เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า เธอจำพรรษาที่ไหน? ทูลว่า อาศัยหมู่บ้านชายแดน พระเจ้าข้า.
               ถูกตรัสถามว่า อยู่สบายดีหรือ? จึงทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อยู่อย่างเป็นทุกข์ในสำนักของผู้ไม่รู้คุณและไม่ใช่คุณ.
               พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ บัณฑิตทั้งหลายในสมัยก่อน แม้เกิดในกำเนิดเดียรฉาน แม้เพียงวันเดียว ก็ไม่อยู่กับคนทั้งหลายผู้ไม่รู้คุณและมิใช่คุณ เหตุไฉน เธอจึงอยู่ในสำนักของคนที่ไม่รู้จักคุณและมิใช่คุณของตน. ทรงเป็นผู้ที่ภิกษุนั้นทูลอ้อนวอน จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
               ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในกำเนิดสุวรรณหงส์ แม้พี่ๆ น้องๆ ของเขาก็มี. พวกเขาพากันอยู่ที่เขาจิตกูฏ จิกกินข้าวสาลีที่เกิดเองในท้องที่หิมพานต์.
               อยู่มาวันหนึ่ง พวกเขาพากันเที่ยวไปในท้องถิ่นหิมพานต์นั้น แล้วกำลังกลับมายังเขาจิตกูฏ เห็นภูเขาทองลูกหนึ่งชื่อว่า เนรุ ในระหว่างทางจึงได้พากันเกาะอยู่บนยอดเขานั้น. แต่สัตว์ที่อาศัยอยู่ภูเขานั้นมีทั้งนก ทั้งกระต่าย และสัตว์ ๔ เท้านานาชนิดในทำเลหากิน ตั้งแต่เวลาเข้าไปสู่ภูเขาจะกลายเป็นมีสีเหมือนทอง เพราะต้องแสงภูเขานั้น. พวกสุวรรณหงส์พากันเห็นแล้ว น้องสุดท้องของพระโพธิสัตว์ไม่รู้เหตุนั้น สงสัยว่า นั่นเป็นเหตุอะไรหนอ?
               เมื่อจะสนทนากับพี่ชาย จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
               กาป่าก็ดี ฝูงกาธรรมดาก็ดี และพวกเราผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลายก็ดี มาถึงภูเขานี้แล้ว เป็นเหมือนกันหมด.
               ทั้งสิงโต ทั้งเสือ ทั้งนก ทั้งหมาไน ก็เป็นเหมือนกันหมด ภูเขานี้ชื่ออะไร?
               พระโพธิสัตว์ได้ฟังคำนั้นแล้ว ได้กล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
               คนทั้งหลายรู้จักภูเขาลูกนี้ว่า ชื่อว่า เนรุ เป็นภูเขาชั้นยอดกว่าภูเขาทั้งหลาย สัตว์ทุกชนิดอยู่ในภูเขานี้ สีสวยหมด.
               น้องชายได้ยินคำนั้นแล้ว ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า :-
               ณ ที่ใด มีแต่ความไม่นับถือกัน การดูหมิ่นสัตบุรุษ หรือการนับถือคนเลว ณ ที่นั้น คนมีอำนาจไม่ควรอยู่.
               คนเกียจคร้านกับคนขยัน คนกล้าหาญกับคนขลาด มีผู้บูชาเสมอกันในที่ใด สัตบุรุษย่อมไม่อยู่ในที่นั้น ซึ่งเป็นภูเขาที่ไม่สามารถจะแบ่งคนให้แปลกกันได้.
               เขาเนรุนี้ จะไม่คบคนที่เลว คนชั้นสูง และคนขนาดกลาง เขาเนรุทำให้สัตว์ไม่แตกต่างกัน เชิญเถิด พวกเราจะละทิ้งเขาเนรุนั้นเสีย.
               ก็แลหงส์ทั้ง ๒ ตัวนั้นครั้นพูดกันอย่างนี้แล้ว ได้พากันบินไปยังเขาจิตกูฏนั่นเอง.

               พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ แล้วทรงประชุมชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจจะ ภิกษุนั้นได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.
               หงส์ตัวน้องในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์ ในบัดนี้
               ส่วนหงส์ตัวพี่ คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.


               -----------------------------------------------------