ทานทั้งสาม นำสู่การลดละ ทั้งโลภ โกรธ และหลง

การทำทาน

หนังสือ ธรรมะใกล้มือ ชุด ผลงานของพุทธทาสวัยหนุ่ม (ก่อนใช้ชี่อ พุทธทาส) เรื่อง การทำทาน แบ่งการทำทานออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ (๑) วัตถุทาน (อามิสทาน)  (๒) ธรรมทาน  (๓) อภัยทาน  มอง “การให้” เป็นการที่ผู้อยู่สูงกว่า “ให้” แก่ผู้อยู่ต่ำกว่า   เพราะสังคมไทยเป็นสังคมชนชั้น    

ผมคิดใหม่ ว่าต่อไปสังคมไทยต้องเป็นสังคมแนวราบ  เราต้องตีความ “การให้” เสียใหม่ ว่าเป็นกิจกรรมของคนเสมอกัน   

นั่นเป็นวาบความคิดก่อนอ่านหนังสือ

เมื่ออ่านหน้า ๑๕ อธิบายความหมายของคำว่า ทาน ว่าหมายถึงการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน   ก็เห็นชัดว่าพระเงื่อมมองการให้ในมุมที่กว้างและครอบคลุม   เป็นการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ที่โลกทุนนิยมไม่รู้จัก    เพราะมองทุกการกระทำเป็นการลงทุน   

ตอนที่สี่ อภัยทาน การให้ความสงบ   สั้นไปหน่อย    แต่ก็กระตุกความคิดดีมาก   เพราะท่านบอกว่าเป็นเรื่องของศีล ๕    ที่ช่วยให้ไม่เกิดการทำร้ายคนอื่น   และทำให้จิตใจของตนเองไม่สงบ   โดยมอง “การฆ่า” ในมุมที่กว้าง รวมทั้งการทำร้ายทั้งทางกาย วาจา ใจ   ที่ไม่ว่าทำร้ายทางไหน ตัวเราเองเป็นผู้รับทุกข์ด้วย เพราะทำให้ใจไม่สงบ    ที่ผมมองว่าต้องไม่ใช่ละเว้น    ต้องแทนที่ด้วย พรหมวิหาร ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา   ที่ช่วยให้จิตใจของผู้ใหม้ มีความสงบเย็น   

ท่านลงท้ายว่า   อามิสทานเป็นบ่อเกิดแห่งโภคทรัพย์  ธรรมทานเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา   และอภัยทานเป็นบ่อเกิดของความสงบเยือกเย็น   

ผมอดเถียงลุงไม่ได้ ว่าอามิสทาน ก็เป็นบ่อเกิดของความสงบเย็น คือสงบจากความโลภ    และทานทั้งสาม นำสู่การลดละ ทั้งโลภ โกรธ และหลง    หนังสือเล่มนี้มุ่งเสนอผลของการทำทานต่อตัวปัจเจกบุคคล    ในความเป็นจริงแล้ว การทำทานมีผลสูงส่งยิ่งกว่า ในด้านผลต่อสังคม และโลก 

วิจารณ์ พานิช

๒๐ ต.ค. ๖๗