อ้างอิงจาก นพ. นภสินธุ์ เถกิงเดช
ประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลรามคำแหง
โรคหลอดเลือดสมองมักเป็นหนึ่งสาเหตุการเสียชีวิตติดที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งเป็นภาวะเส้นเลือดสมองแตกยิ่งแล้วใหญ่ เพราะนอกจากจะรุนแรงแล้ว โรคชนิดนี้ยังแสดงอาการเสมือนไร้สัญญาณเตือน
โรคหลอดเลือดสมองแตก
โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) เกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมอง ทำให้เลือดไหลเข้าสู่เนื้อสมองจนส่งผลให้เกิดความเสียหายและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สาเหตุหลักประกอบด้วยความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองผิดปกติ การบาดเจ็บที่ศีรษะ และการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดจนรวมตัวเป็นก้อนและเกิดการอุดตันในหลอดเลือดสมองในที่สุด
ชนิดของโรคหลอดเลือดสมองแตก
โดยทั่วไปมักแบ่งโรคหลอดเลือดสมองแตกออกเป็น 2 ชนิดตามตำแหน่งการเกิด ได้แก่ ในเนื้อสมองและใต้เยื่อหุ้มสมอง โดยปัจจัยที่ก่อเกิดโรคเป็นได้ทั้งจากภาวะเครียด อายุที่มากขึ้น รูปร่างหลอดเลือดสมองผิดปรกติ หรือภาวะที่มีมาแต่กำเนิด
การรักษาโรคหลอดเลือดสมองแตก
แพทย์จะเริ่มวินิจฉัยโรคผ่านการตรวจเลือด CT Scan, MRI และการฉีดสีเพื่อดูสภาพความผิดปรกติจากภายในร่างกาย การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง อาจรวมถึงการควบคุมความดันโลหิต การให้ยา หรือการผ่าตัดเพื่อหยุดเลือดและกำจัดเลือดที่ไหลออกมา อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวยังเป็นการรักษาแบบเดิมที่อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงแก่ผู้ป่วยได้ ดังนั้นแพทย์จึงอาจเลือกวิธีการรักษาอื่นที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย หลังการรักษา ผู้ป่วยอาจต้องการการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อกลับสู่ชีวิตประจำวัน
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแตก
การป้องกันโรคนี้ทำได้โดยการควบคุมความดันโลหิต รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลิกสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพประจำปีร่วมกับตรวจหลอดเลือดสมองบ้าง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแตก
ขอบคุณแหล่งข้อมูล