อรัญญชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๘. อรัญญชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๓๔๘)
ว่าด้วยวัตรของผู้ออกจากป่า
(ดาบสหนุ่มกล่าวกับดาบสผู้เป็นบิดาว่า)
[๑๘๙] คุณพ่อ ลูกออกจากป่าไปสู่บ้านแล้ว ควรจะคบคนมีศีลอย่างไร มีข้อปฏิบัติอย่างไร ลูกถามแล้ว ขอพ่อจงบอกข้อนั้น
(ดาบสผู้เป็นบิดาตอบว่า)
[๑๙๐] ลูกรัก ผู้ใดพึงทำให้ลูกเบาใจ อดทนความคุ้นเคยของลูกได้ เชื่อฟังและอดกลั้นถ้อยคำของลูกได้ ลูกไปจากที่นี้แล้ว จงคบผู้นั้น
[๑๙๑] ผู้ใดไม่กระทำความชั่วทางกาย วาจา ใจ ลูกไปจากที่นี้แล้ว จงดำรงตนอยู่เหมือนลูกในไส้คบผู้นั้นเถิด
[๑๙๒] คนที่มีจิตกลับกลอกเหมือนลิง รักง่ายหน่ายเร็วดุจผ้าที่ย้อมด้วยขมิ้น ลูกรัก ถึงแม้ว่าพื้นชมพูทวีปทั้งสิ้นจะไร้มนุษย์ ลูกก็อย่าคบคนเช่นนั้นเลย
อรัญญชาดกที่ ๘ จบ
---------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
อรัญญชาดก
ว่าด้วย การเลือกคบคน
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประเล้าประโลมของกุมาริกาอ้วนคนหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้งใน จุลลนารทกัสสปชาดก.
ส่วนเรื่องในอดีตมีดังต่อไปนี้.
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปศาสตร์ในเมืองตักกศิลาแล้ว เมื่อภรรยาถึงแก่กรรมแล้ว ได้พาบุตรไปบวชเป็นฤาษีอยู่ในหิมวันตประเทศ ให้บุตรอยู่ในอาศรมบท ส่วนตนไปเพื่อต้องการผลาผล.
ครั้งนั้น เมื่อพวกโจรปล้นปัจจันตคามแล้วพาพวกเชลยไป กุมาริกาคนหนึ่งหนีไปถึงอาศรมบทนั้น ประเล้าประโลมดาบสกุมารให้ถึงศีลวินาศแล้วกล่าวว่า มาเถิด พวกเราพากันไป. ดาบสกุมารกล่าวว่า จงรอให้บิดาของเรามาก่อน เราพบบิดาแล้วจักไป. กุมาริกากล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านพบบิดาแล้วจงมา แล้วได้ออกไปนั่งอยู่ที่ระหว่างทาง.
เมื่อบิดามาแล้ว ดาบสกุมารจึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ข้าแต่พ่อ ฉันออกจากป่าไปสู่บ้านแล้ว จะพึงคบคนที่มีศีลอย่างไร มีวัตรอย่างไร ฉันถามแล้ว ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่ฉันด้วย.
ลำดับนั้น บิดาเมื่อจะให้โอวาทแก่บุตรนั้น จึงกล่าวคาถา ๓ คาถาว่า :-
ลูกเอ๋ย ผู้ใดพึงคุ้นเคยกะเจ้าก็ดี พึงอดทนความคุ้นเคยของเจ้าได้ก็ดี เชื่อถือคำพูดของเจ้าก็ดี งดโทษให้เจ้าก็ดี เจ้าไปจากที่นี้แล้วจึงคบหาผู้นั้นเถิด.
ผู้ใดไม่มีกรรมชั่วด้วยกาย วาจาและใจ เจ้าไปจากที่นี้แล้วจงคบหาผู้นั้น ทำตนให้เหมือนบุตรผู้เกิดจากอกของผู้นั้นเถิด.
ลูกเอ๋ย คนที่มีจิตเหมือนน้ำย้อมขมิ้น มีจิตกลับกลอก รักง่ายหน่ายเร็ว เจ้าอย่าคบหาคนเช่นนั้นเลย ถึงหากว่าพื้นชมพูทวีปทั้งสิ้นจะไม่มีมนุษย์ก็ตาม.
ดาบสกุมารได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า ข้าแต่บิดา ฉันจักได้บุคคลผู้ประกอบด้วยคุณเหล่านี้ ณ ที่ไหน? ฉันจะไม่ไป จักอยู่ในสำนักของท่านบิดาเท่านั้น ครั้นกล่าวแล้วก็หวนกลับมา. ลำดับนั้น บิดาจึงได้บอกกสิณบริกรรมแก่ดาบสกุมารนั้น. ดาบสทั้งสองมีฌานไม่เสื่อม ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า
บุตรและกุมาริกาในครั้งนั้น ได้เป็นคนเหล่านี้
ส่วนดาบสผู้บิดาในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาอรัญญชาดกที่ ๘
--------------------------------