วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ กสศ. จัดประชุมระดมความเห็น พัฒนาโจทย์วิจัยการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงประเด็น (TSQM-I) เชิญคนจากหลากหลายบทบาทในวงการศึกษามาคุยกัน ๑ วันเต็มๆ อย่างเข้มข้น รวมกว่า ๕๐ คน
เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการต่อเนื่อง TSQP หรือโครงการครูและโรงเรียนพัฒนาตนเอง ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ กลายมาเป็น TSQM ที่เน้นการขับเคลื่อน สร้างกลไกหนุนให้ครู โรงเรียน และพื้นที่รวมตัวกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานเพื่อหนุนคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน ดังรายละเอียดใน จดหมายข่าว Bottom Up Education ฉบับที่ ๑
ลึกๆ แล้วเป็นกระแสที่แหวกจากกระแสหลัก ที่ทั้งการเมือง และผู้มีอำนาจในวงการศึกษาต่างก็ทำเพื่อผลงานของตนเอง โดยอ้างว่าทำเพื่อเด็ก ตามที่ธนาคารโลกรายงานไว้ใน World Development Report 2018 มาเป็นกระแส bottom-up ที่ทำเพื่อเด็กอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังผลเพื่อตนเอง
ทีมงานเตรียมเชิญผู้ทำงานด้านประเด็น เด็ก “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” มาร่วมงานเพียบ ทั้งจากโรงเรียนสาธิต และภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเซีย มหาวิทยาลัยมหิดล, มูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์, และที่สำคัญที่สุด ผอ. เนาวะรัตน์ ถาวร ผอ. โรงเรียนบ้านหนองแก จังหวัดสระแก้ว ผู้คิดสร้างนวัตกรรม ๔ สีช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่ชั้น ป.๑ (๑) มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ โปรดอย่าพลาดเข้าไปชมรายการ (๑) นะครับ ท่านจะได้ประโยคทอง “คนโง่คือคนที่ไม่รู้จักพัฒนาตนเอง” ที่เป็นลมส่งให้ ผอ. เนาวะรัตน์ ถาวร เป็นนวัตกรด้านการเรียนรู้ที่ไม่เพียงด้านอ่านออกเขียนได้ แต่ยังเข้าใจจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก ที่ต้องเน้นจิตวิทยาเชิงบวก โดยพื้นฐานเดิมของท่านคือจบวิชาเอก ครูพละ และอีกประโยคทอง “จิตวิญญาณของความเป็นครู”
เชื่อมโยงสู่ หนังสือแปล ที่เสนอพลังของจิตวิทยาเชิงบวก ต่อการพัฒนาเด็ก คือ สร้างโรงเรียนให้เป็น ‘รัง’ ที่เปลี่ยนบาดแผลในเด็ก ให้กลายเป็นพลังส่ง การพัฒนาตัวตน หรือความเป็นผู้ก่อการของเด็ก
ผมดีใจที่ได้รับทราบว่า ทางจังหวัดสระแก้วขอให้ ผอ. เนาวะรัตน์ ย้ายไปรับผิดชอบโรงเรียนดีประจำอำเภอ และท่านมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้อีก ๑๓ โรงเรียน กลายเป็นโรงเรียนดีเสมอกัน เป็นความชาญฉลาดของผู้บริหารการศึกษาจังหวัดสระแก้ว เป็นนวัตกรรมในการบริหารคุณภาพการศึกษา ของจังหวัดนวัตกรรมการศึกษา ที่ผมอยากไปเยี่ยมหลังจากท่านไปทำหน้าที่ใหม่ได้ราวๆ ๑ - ๒ ภาคการศึกษา เพื่อเรียนรู้และเชียร์ให้ท่านประสบความสำเร็จในการขยายผล “จิตวิญญาณของความเป็นครู” คู่กับ เทคนิกการเรียนรู้เชิงรุก ด้วยจิตวิทยาเชิงบวก ทั้งในนักเรียนและครู
ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า แม้ภาพใหญ่ของการศึกษาไทยจะไม่นำสู่การศึกษาคุณภาพสูง แต่มีผู้ก่อการในระดับปฏิบัติ ที่มุ่งทำเพื่อประโยชน์ของเด็ก มีอยู่ทั่วประเทศ ทำงานอย่างไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่หวังชื่อเสียงเกียรติยศและความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ กสศ. และภาคี ควรหาวิธีเชื่อมโยงและสนับสนุน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับปฏิบัติเหล่านี้ ให้รวมตัวกันเป็นเครือข่าย พัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน โดยผมเสนอว่า ควรเคลื่อนจาก I – Issue สู่ T - Target คือเน้นหนุนการรวมตัวกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย ที่เป็นเป้าหมายที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
สภาพการเมืองไทยในเวลานี้ บอกเราว่า จะหวังพึ่งฝ่ายการเมืองไม่ได้เลย (เพราะเขา corrupt) เราต้องช่วยกันสร้างความมั่นคงและก้าวหน้าของประเทศผ่านปัจเจกที่รวมตัวกันทำงานในระดับปฏิบัติ ที่ไม่มีอำนาจสั่งการ ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย แต่มีอำนาจในฐานะพลเมืองผู้ก่อการ (agentic citizen) ที่จะรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการ ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง
การประชุมเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ น่าจะเป็นสัญญาณว่า กสศ. และภาคีเครือข่าย พร้อมทำหน้าที่หนุน การรวมตัวกันในพื้นที่ หรือข้ามพื้นที่ เพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ในเป้าหมายที่จำเพาะตามบริบทของพื้นที่หรือโรงเรียนของท่าน
TSQM-I มีความยืดหยุ่น ต่อการสนับสนุนคณะผู้ก่อการเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ตามจุดเน้นในแต่ละพื้นที่ หรือแต่ละโรงเรียนของท่าน เป็นกลไกหนุนการรวมตัวกันของผู้มอุดมการณ์ในการทำเพื่อผู้อื่น หรือเพื่อนักเรียน ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง
ผมมีความเชื่อว่า การดำเนินการ TSQM-I จะไม่เพียงแก้ปัญหาของนักเรียนเท่านั้น แต่จะมีส่วนหนุนให้นักเรียนพัฒนาตัวตน เป็น “ผู้ก่อการ” ที่ไม่เพียงพัฒนาตัวเองเท่านั้น แต่ร่วมพัฒนาเพื่อนๆ และชุมชนท้องถิ่นของตน และหนุนให้ครู ใช้พลังจิตวิญญาณความเป็นครู ทำงานแหวกกรอบสมมติ ออกสู่การทำงานตามอุดมการณ์ความเป็นครูได้อย่างแท้จริง
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.ค. ๖๗
ผอ. เนาวะรัตน์ ถาวร โรงเรียนบ้านหนองแก จ. สระแก้ว

ผมเคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กเคยใช้นวัตกรรม สื่อหนังสือฯ สอนภาษาไทย ของท่าน ผอ.เนาวรัตน์ ๒ ปีการศึกษา ผมสอนเอง ชั้น ป.๑ - ๓ ได้ผลดีมาก เด็กสนใจเรียน อ่านคล่องขึ้นมาก ผมสอนได้สบายเลย ไม่หนักใจ เนื่องจากผมจบเอกภาษาไทยด้วย จึงมองว่า ผอ.ท่านนี้ ท่านคิดแก้ปัญหาได้ตรงจุด ถึงแม่หนังสือ ท่านจะราคาสูง แต่ก็สามารถซื้อได้ด้วยเงินอุดหนุนรายหัว ต่อมาท่านผอ. ท่านมาเยี่ยมที่โรงเรียน ท่านเอาสื่อภาษาอังกฤษมาฝาก เสียดายที่ผมไม่ทันได้ใช้ เพราะเกษียณเสียก่อนสงสัยนิดเดียว เมื่อสพฐ.ยอมรับในความสามารถของท่าน ผอ. นักวิชาการมากมาย ยอมรับในสื่อและนวัตกรรม ที่ท่านผอ.จดลิขสิทธิ์ แล้วทำไม สพฐ.ศธ.ไม่นำสื่อขยายผลไปทั่วทุกเขตแบบปูพรม จัดอบรมเชิงปฏิบัติการณ์ แก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้กันให้เป็นวาระแห่งชาติ มัวแต่ใช้หนังสือของกระทรวงฯ ที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาการอ่านได้เสียที ผมจึงมองว่า สพฐ.มืดมน..ด้วยผลประโยชน์ และไม่พัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง หรือไม่ก็บริหารแบบตัวใครตัวมัน ทำงานแบบไฟไหม้ฟางไปเรื่อยๆ เจ้ากระทรวงว่าอะไร ก็ว่าตามกันไป รักษาตำแหน่งเข้าไว้ นักวิชาการบนสพฐ.ก็ใจไม่กว้างพอ ที่จะเสนออะไรดี ๆเพื่ออนาคตเด็กอนาคตชาติขออภัยท่านอาจารย์นะครับ ที่พูดอะไรตรงๆ จากประสบการณ์ที่เคยสอนหนังสือมา