เพราะไม่ต้องเดินทางไปเรียนรู้การฝึกอบรม Thai PILA ที่ลำปาง (๒๔ - ๒๖ ก.ค. ๖๗) เช้าวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ผมจึงมีเวลาอยู่กับบ้าน   ได้โอกาสไปนั่งรับลมที่ริมรั้วหน้าบ้าน   พร้อมกับฟังข่าว และเขียนหนังสือ   

ได้โอกาสชื่นชมธรรมชาติต้นไม้ที่ปลูกแบบปล่อยให้เป็นธรรมชาติ    ร่วมกับการตกแต่งให้ไม่รกจนเกินไป     อาศัยสภาพที่อุณหภูมิเย็นสบาย  และมีลมโชยให้ความสดชื่น    แดดยังไม่จ้า     เป็นบรรยากาศที่แปลกใหม่    ที่บอกผมว่าคิดถูกที่มาซื้อบ้านหลังนี้เมื่อ ๒๗ ปีก่อน   สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยไปจนบั้นปลายของชีวิต   

นั่งเขียนหนังสือ ค่านิยมศึกษา สู่คุณค่านำทางชีวิต บทสุดท้าย อย่างสดชื่น   มีลมโชยมาเป็นระยะๆ   แดดจ้าขึ้นเรื่อยๆ    ให้ทัศนวิสัยที่เปลี่ยนไปจากเดิม    ความรู้สึกสงบ สดชื่น ที่แตกต่างไปจากที่เคยชินประจำวัน   เพียงแค่มานั่งต่างจุดในบริเวณบ้าน สอนผมว่า เราสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในชีวิตเพื่อเพิ่มความสุขความสดชื่นได้ หากเราเอาใจใส่รายละเอียดของการดำรงชีวิตประจำวัน     

ผมได้เรียนรู้ว่า เพียงเราเปลี่ยนจุดสังเกต หรือจุดยืน เราก็เห็นภาพที่เดิมเรามองไม่เห็น    เป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่ผู้คนมักมองข้าม    นำสู่การมองต่างและความขัดแย้ง    เพราะลืมไปว่าเรื่องต่างๆ ในธรรมชาติและสังคม มีความซับซ้อน และแตกต่างตามช่วงเวลาที่เราสังเกต   

เพราะฉนั้น คนที่สังเกตต่างช่วงเวลา ต่างจุดยืนหรือจุดสังเกต หรือมีพื้นฐานความเชื่อหรือความคิดที่ต่างกัน ย่อม เห็นและเข้าใจเรื่องต่างๆ    โดยเฉพาะเรื่องทางสังคม ที่มีความซับซ้อนมาก แตกต่างกันได้เสมอ     

จากสัมผัสธรรมชาติ สะท้อนคิดสู่สภาพสังคมที่แตกต่างและขัดแย้ง โดยไม่จำเป็น

วิจารณ์ พานิช 

๒๕ ก.ค. ๖๖      

 

1 นั่งที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ถ่ายไปทางสนาม

 

 

2 ถ่ายย้อนเข้าไปทางตัวบ้าน

 

3 ถ่ายขึ้นไปที่ร่มไม้เหนือศีรษะ

4 ถ่ายหันไปทางบ้านลูกสาว