สามารถกล่าวโดยสรุป ดังนี้ 

4 สิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการผลิตผลงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มีผลกระทบสูง (Q1) ประกอบด้วย

1) แรงกระตุ้น/การส่งเสริมให้เกิดผลิตผลงานวิจัยเพื่อการตีพิมพ์

2) การวางแผนและการเตรียมความพร้อมผลงานวิจัย

3) เทคนิค/ทริคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลผลิตผลงานวิจัย

4) แนวทางแก้ไขปัญหาด้านการตีพิมพ์ที่ได้ผล

องค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการผลิตผลลงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร Q1 ได้แก่ 

1) รู้ตลาด กล่าวคือ ต้องรู้และเข้าใจขอบเขต (scope) และข้อกำหนดต่าง ๆ ของวารสารเป้าหมาย เช่น รูปแบบเอกสาร ระยะเวลาการดำเนินงาน ขอบเขตของการตีพิมพ์ เป็นต้น เพื่อปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 

2) สร้างผลงาน กล่าวคือ ผลงนวิจัยที่จะยื่นของการตีพิมพ์ต้องมีคุณภาพ ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ ผลงานทีดีต้องผ่านกระบวนการทดลองที่ถูกต้องซึ่งเกิดขึ้นได้เนื่องจากการวางแผนและเตรียมความพร้อมที่ดี

3) พัฒนาคน กล่าวคือ นักวิจัยต้องมีแรงกระตุ้นและกำลังใจที่ดีในการผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดระยะเวลาในการดำเนินการ เช่น เทคโนโลยี AI 

 

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รวบรวมประเด็นและกลั่นกรองความรู้ออกมาเป็นกระบวนการ/ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 

1. การสร้างของ: ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาบทความวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มีผลกระทบสูง (Q1) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.1 วางแผนการดำเนินโครงการวิจัยให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ผลการทดลองที่มีคุณภาพเพียงพอ มีองค์ความรู้ใหม่ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

1.2 เลือกวารสารเป้าหมายระดับ Q1 ที่มีขอบเขตสอดคล้องกับโครงการวิจัย

1.3 ดำเนินการทดลอง บันทึกผล วิเคราะห์ และสรุปผลการทดลองอย่างรอบคอบ น่าเชื่อถือ ถูกต้อง และแม่นยำ 

1.4 จัดเตรียมต้นฉบับบทความวิจัยโดยนำเสนอผลการทดลองและอภิปรายผลการทดลองให้รัดกุม ชัดเจน น่าสนใจ ตามแบบฟอร์มที่วารสารกำหนด 

1.5 ตรวจสอบ plagiarism และการใช้ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องตามหลักภาษา

2. การพัฒนาคน แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น 

2.1 แรงกระตุ้นและการส่งเสริมให้นักวิจัยสามารถตีพิมพ์บทความ Q1

  1. ความก้าวหน้าทางวิชาการ สามารถนำไปยื่นขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นได้
  2. การประเมินผลปฏิบัติราชการ รางวัลและค่าตอบแทนพิเศษต่างๆ เช่น เงินสมนาคุณ ค่าตอบแทนพิเศษ (ขาสอง)
  3. เงื่อนไขของแหล่งทุน และสามารถเป็นผลงานเพื่อขอรับทุนวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง หรือเป็นโครงการวิจัยที่มีขนาดใหญ่
  4. การพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการที่สูงขึ้น ความเชี่ยวชาญของตนเอง ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและมีโอกาสทำงานหรือมีความร่วมมือกับนักวิจัยคนอื่นๆ
  5. ความท้าทาย สร้างความมั่นใจและภูมิใจในตนเองมากขึ้น

2.2 เทคนิค หรือ ทริค (trick) ในการเตรียมต้นฉบับและการเลือกวารสารเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับ Q1 

2.2.1 เทคนิคในการเตรียมต้นฉบับ มีดังนี้ 

2.2.1.1 การตั้งชื่อเรื่อง : สั้น กระชับ ชัดเจน และควรมีคำสำคัญ ที่แสดงถึงความโดดเด่นของงานวิจัย อาจใช้ AI ในการปรับแต่งให้มีความน่าสนใจ

2.2.1.2 การเขียนบทคัดย่อ : เขียนให้กระชับและครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัย เน้นนำเสนอข้อค้นพบที่สำคัญ และควรมีแนวทางการต่อยอดงานวิจัย

2.2.1.3 การนำเสนอผลการทดลอง : นำเสนอผลการทดลองด้วยตาราง แผนภูมิ กราฟ รูปภาพ หรือกราฟฟิกที่สวยงามและชัดเจน อีกทั้งสอดคล้องกับประเด็นของงานวิจัยที่ต้องการเผยแพร่

2.2.1.4 การอ้างอิง : ใช้โปรแกรมในการจัดทำการอ้างอิงตามรูปแบบที่วารสารกำหนด  ควรมีอ้างอิงข้อมูล/ทฤษฎี ที่มีความทันสมัย อาจเลือกอ้างอิงบทความวิจัยของผู้เชี่ยวชาญในอันดับต้นๆ ของโลก

2.2.1.5 การตรวจภาษา: ใช้โปรแกรม AI ในการช่วยตรวจภาษา เช่น grammaly ChatGPT  quillbot หรืออาจส่งตรวจโดย native sperker เพื่อขอใบรับรอง

2.2.1.6 ข้อควรระวัง : ส่งข้อมูลและเอกสารตามที่วารสารกำหนดให้ครบ (ปัจจุบันมีเพิ่มเติมในส่วนของ highlight และ graphical abstract และควรตรวจสอบ plagialism ไม่ควรเกิน 20% และตรวจสอบ 

2.2.2 โปรแกรม AI แนะนำที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลงานวิจัย ได้แก่

  • Grammaly 
  • I love Translation 
  • ChatGPT
  • Quillbot
  • Journal Finder

 3. รู้ตลาด: เทคนิคในการเลือกวารสาร มีดังนี้ 

 3.1 ใช้เครื่องมือทางดิจัทัล (AI) ช่วยเลือกวารสาร เช่น journal finders

 3.2 เลือกวารสารที่มีวัตถุประสงค์และขอบเขตการตีพิมพ์การเผยแพร่ผลงานที่ตรงกับและสอดคล้องกับงานวิจัยของนักวิจัย

แหล่งข้อมูลรายชื่อวารสารและลำดับ Ranking 

  • SCOPUS CiteScore Journal Ranking List
  • Scimago Journal & Country Rank
  • VDO Scopus Journal Analysis Tutorial สามารถเรียนรู้วิธีการใช้ฐานข้อมูลได้ที่ QR code 

 3.3 ทดลองส่งบทความไปในวารสารที่มีผลกระทบสูงๆ ก่อน เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงบทความ อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับการแนะนำให้ส่งบทความไปตีพิมพ์กับวารสารในเครือที่เหมาะสม ทำให้มีโอกาสได้ตอบรับการตีพิมพ์สูง

3.4 พิจารณาข้อมูล journal matrix เช่น อัตราการตอบรับ ระยะเวลาการตอบรับ ระยะเวลาในการดำเนินการ 

3.5 เลือกวารสารที่มีให้เลือก open access เพื่อเพิ่มโอกาสในการเผยแพร่ผลงาน

 4. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขที่ทำให้นักวิจัยสามารถตีพิมพ์บทความวิจัยในระดับ Q1

ปัญหา/ อุปสรรค แนวทางแก้ไข
4.1 คุณภาพงานวิจัยไม่พียงพอเนื่องจาก เครื่องมืออุปกรณ์ในการทำวิจัย  4.1.1 ควรมีผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษาด้านงานวิจัย เช่น อาจารย์ที่ปรึกษาระดับปริญญาเอก  
4.1.2 ทดลองส่งบทความต้นฉบับไปตีพิมพ์ในวารสารที่มี Q สูง ๆ ก่อน เพื่อนำคำวิจารณ์มาปรับปรุงและหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้งานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  
4.1.3 สร้างเครือข่ายกับนักวิจัยหรือนักวิชาการทั้งในและนอกคณะเพื่อแลกเปลี่ยการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ร่วมกันน
4.1.4 วางแผนงานวิจัยแบบมุ่งเป้าและปรับแผนการดำเนิงานให้มีความทันสมัย โดยการติดตามงานวิจัยใหม่ๆ อยู่เสมอ   
4.2 กรอบงบประมาณวิจัยไม่เพียงพอต่อวิจัยขั้นสูงการผและการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่มีผลกระมบสูง ซึ่งมีค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์สูง 4.2.1 ให้รวมค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ในทุนวิจัยที่ขอ / ใช้งบประมาณตนเองเพิ่มเติมในการทำงานวิจัย
4.2.2 ของบประมาณจากแหล่งทุนภายนอกเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อการทำวิจัยและตีพิมพ์  
4.3 ขาดแรงจูงใจและสภาวะแวดล้อมทางวิชาการที่ส่งเสริมและกระตุ้นให้ทำงานวิจัยและตีพิมพ์  

4.3.1 ให้กำลังใจตัวเองสม่ำเสมอ อย่าท้อแท้ 

4.3.2 เข้าร่วมประชุม สัมมนา หรือกลุ่มนักวิจัยที่เกี่ยวข้อง

4.4 งานวิจัยไม่ต่อเนื่อง ไม่มีเวลา ภาระงานสอนเยอะ  4.4.1 แบ่งหรือกระจายงานวิจัยออกเป็นส่วนๆ และมีผู้รับผิดชอบชัดเจน 
4.4.2 พัฒนานักศึกษาปี 4 /ระดับบัณฑิตศึกษา ให้เป็นผู้ช่วยวิจัยที่มีประสิทธิภาพ
4.5 ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ยังไม่เหมาะสม 4.5.1 มีเครือข่ายนักวิจัยต่างประเทศเพื่อช่วย review และตรวจสอบต้นฉบับบทความ
4.5.2 เรียนรู้การใช้ AI เพื่อช่วยในการตรวจภาษา